Mind Set กรอบคิดเพื่อการทำนายโลก ตอน 1

Mind Set
กรอบคิดเพื่อการทำนายโลก ตอน 1

เกือบสิบปีมานี้ กูรูที่ผมเจอตัวเป็นๆมีไม่มาก

และยิ่งได้สัมภาษณ์ตัวๆนั้น ไม่ค่อยมีหรอก

เท่าที่จำได้ก็มี จอห์น เนสบิตต์ นี่แหละที่บ่อยหน่อย

อีกคนที่เพิ่งสะสมอยู่ในทำเนียบก็คือ เคนอิชิ โอมเอะ กูรูกลยุทธ์ญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่งมาเยือนเมืองไทย ก่อนการรัฐประหารแค่ 11 วันเท่านั้น

บทสัมภาษณ์โอมาเอะนั้นเด็ดมาก วันหน้าค่อยเขียนถึง

วันนี้อยากคุยถึงเนสบิตต์ ซึ่งผมเคยสนทนาด้วยถึง 3 ครั้ง

เนสบิตต์ เป็นนักอนาคตวิทยา เขียนหนังสือเชิงทำนายอนาคตไว้หลายเล่ม

เล่มที่ดังที่สุดก็คือ Megatrend ซึ่งต่อมาหนังสือเล่มนี้ได้กลายเป็นแบรนด์ของเขาไปเลย ความหมายก็คือหนังสือเล่มถัดมาของเขาส่วนใหญ่ก็ใช้ชื่อ Megatrend ทั้งนั้น เล่มไหน ไม่ใช้ ขายไม่ดี

หลายปีมานี้ ผมรอหนังสือใหม่ของเขาหลายปีทีเดียว

หลายเดือนก่อน เห็น Megatrend 2010 รีบซื้อ เพราะคิดว่าเป็นผลงานของเขา น่าเสียดายที่ไม่ใช่ จนป่านนี้ เล่มนั้นผมยังไม่ได้อ่านเลย

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเขาต้องออกมาสักเล่มนึงน่ะ แต่ก็อดหวั่นไหวไม่ได้ เพราะเนสบิตต์อายุเยอะแล้ว

ทว่ายุคนี้เป็น “ยุคขิงแก่” ไม่ใช่รึ

ก็อัลวิน ทอฟเฟลอร์ ที่อายุพอๆกันกับเขา หรืออาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ยังผลิตหนังสือใหม่ออกมาได้ เนสบิตต์ไม่เขียนอะไรออกมา จะได้รึ

แล้วเนสบิตต์ ก็เขียนออกมาจริงๆ

Mind Set! คือชื่อหนังสือเล่มล่าสุดของเขา

บนปกหนังสือคาดแถบที่มีประโยคว่า “ Megatrends changed the way we saw the world, Mind Set! Will transform the way you think about future.”

ก่อนจะพูดถึงประโยคคาดปกข้างต้น ผมนึกถึงหนังสือ “คิดใหม่เพื่ออนาคต” ที่ผมแปลเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน

หนังสือเล่มนี้สัมภาษณ์กูรูชั้นนำของโลกสิบกว่าคน หนึ่งในจำนวนนั้นมีเนสนิตต์อยู่ด้วย

เรามาย้อนกลับไปดูหน่อยไหมว่า เนสนิตต์ทำนายอนาคตในเล่มนั้นว่าอย่างไร

ผู้เขียนหนังสือคิดใหม่เพื่ออนาคตตั้งคำถามว่า

สารอะไรที่คุณจะส่งไปสู่ปัจเจกชน, ผู้ประกอบการบริษัท

และต่อประเทศโดยรวมและรัฐบาล? พวกเขาจะทำอย่างไร

เพื่อพลิกแพลงความจริงเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ ?!?

เนสบิตต์ตอบว่า “สาร(Message)เพียงคำเดียวของผมสำหรับศตวรรษที่ 21 ก็คือ ‘เอเชีย’

จุดศูนย์กลางของเศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมจะเคลื่อนย้ายไปสู่เอเชียและผมคิดว่าเอเชียจะเป็นภูมิภาคที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 21

ดังนั้นถ้าวันนี้ผมอายุสัก 22 ผมจะย้ายไปอยู่เอเชียและเรียนภาษาจีนกลางอย่างแน่นอน และผมจะแนะนำให้คนอื่นทำอย่างนี้ด้วย

นอกจากสิ่งนี้แล้ว ถนนของโอกาสในศตวรรษที่ 21 ก็คือการเป็นผู้ประกอบการ การร่วมทุน การเป็นหุ้นส่วน พันธมิตรและเครือข่ายระดับโลก

ทั้งหมดคือสิ่งที่โอกาสหลบมุมอยู่ทั่วโลกโดยเฉพาะเอเชีย

คิดอย่างท้องถิ่น ทำระดับโลก นี่คือภาษิตใหม่ !”

สิ่งที่เนสบิตต์บอกนั้น บางคนอาจจะบอกว่ารู้อยู่แล้ว แต่ท่านผู้อ่านต้องเข้าใจว่าผู้เขียนไปถามเนสบิตต์ ตอนปี 1998 ซึ่งในเวลานั้นเอเชียกำลังบอบช้ำจากพิษต้มยำกุ้ง จากการลอยค่าเงินบาทของพี่ไทยเรานี่แหละ

มาเลเซีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ฯลฯ ต่างสะบักสะบอมไปตามๆกัน

ในเวลานั้นจีนก็ยังไม่โดดเด่น อินเดียยังไม่มีแววเสียด้วยซ้ำ

เนสบิตต์กล้าฟันธงแบบนี้ในเวลานั้นถือว่า “ใจกล้าจริงๆ”

ถามว่า “แม่นไหมล่ะ”

ผมไม่ตอบหรอก ดูกันเอาเองก็แล้วกัน

นอกจากข้างต้นแล้ว เขายังทำนายอีกหลายเรื่อง

เรื่องหนึ่งก็คือ เขาไม่เชื่อว่าบริษัทขนาดใหญ่จะครองโลก

“พวกเราไม่ได้อาศัยอยู่ในโลกของเมนเฟรมอีกต่อไปแล้ว พวกเราอยู่ในโลกซึ่งอำนาจที่แท้จริงอยู่ที่เครือข่ายขนาดใหญ่

คำว่าเครือขนาดใหญ่ ผมหมายถึงเครือข่ายปัจเจก (Individual Network) จำนวนมากมายอยู่ด้วยกัน และโดยคำจำกัดความ เครือข่ายไม่มีสำนักงานใหญ่ เพื่อทำให้เครือข่ายทำงานได้ผลทุกคนในเครือข่ายต้องรู้สึกว่าตนเองอยู่ในจุดศูนย์กลาง

นั่นคือทำให้เครือข่ายทรงพลังอย่างแท้จริง”

วันนี้ท่านผู้อ่านก็คงรู้แล้วนะครับว่า นิตยสารไทม์ มอบตำแหน่ง Person of The Year ให้ใคร

YOU! เราๆท่านๆและผู้คนทั่วโลกที่เล่นอินเตอร์เน็ตทุกวันนั่นเอง

อินเตอร์เน็ตก่อให้เกิดเครือข่ายปัจเจก ทุกคนเหมือนอยู่ในจุดศูนย์กลาง สามารถใช้อินเตอร์เน็ตทำในสิ่งที่เมื่อก่อนแค่คิดก็เป็นไปไม่ได้แล้ว

เนสบิตต์ยังบอกอีกว่า บริษัทขนาดเล็กจะทรงพลังยิ่งขึ้นในศตวรรษที่ 21

“การปฏิวัติทางด้านโทรคมนาคมกำลังสร้างเศรษฐกิจขนาดใหญ่, ระดับโลก, และเป็นเศรษฐกิจในตลาดเดียว ขณะเดียวกันทำให้ส่วนต่างๆ เล็กลงและทรงพลังยิ่งขึ้น”

ส่วนบริษัทขนาดใหญ่นั้น เขาบอกว่า “ถ้าหากบริษัทขนาดใหญ่ไม่สามารถจัดทัพใหม่ให้เล็กลงและเคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่งขึ้นแล้ว ผมคิดว่าบริษัทใหญ่ไม่สามารถอยู่รอดได้ในศตวรรษที่ 21

แต่ในอีกด้านหนึ่งของเทคโนโลยีก็ทำให้บริษัทขนาดใหญ่สลายโครงสร้างและกระจายอำนาจแบบสุดขั้วเพื่อผลักอำนาจการตัดสินใจให้อยู่ในระดับต่ำสุด

ดังนั้นจึงเป็นโอกาสอันดียิ่งและบริษัทจำนวนมากก็ทำเช่นนั้น พวกเขาจำเป็นต้องทำเนื่องเพราะสถาบันเก่าแก่ใหญ่โตที่อุ้ยอ้ายไม่อาจแข่งขันกับบริษัทขนาดเล็กที่เคลื่อนไหวอย่างเร็วได้

สิ่งที่คุณเห็นว่ามันเกิดขึ้นทั่วทุกหนแห่งในปัจจุบันก็คือแม้กระทั่งบริษัทขนาดมหึมาก็ปรับตนเองให้กลายเป็นเครือข่ายของผู้ประกอบการ

พวกเขาแตกบริษัทให้กลายเป็นกลุ่มบริษัทขนาดเล็กที่มีอำนาจการตัดสินใจด้วยตนเองจ้างบริษัทนอกทำงานที่ไม่สำคัญ (Outsourcing) ลดชั้นการบริหารและลดขนาดขององค์กร”

เนสบิตต์ยังนำเสนอตรงกันข้ามกับที่คนทั่วไปนำเสนออีกด้วย
เราเคยได้ภาษิตโลกาภิวัตน์ที่ว่า Think Global , Act Local

คือคิดระดับโลก แต่ให้ทำแบบท้องถิ่น
ทว่าเนสบิตต์บอกให้ Think Local, Act Global

คำถามเด็ดที่ผู้เขียนถามเนสบิตต์ก็คือ
“คุณคิดว่าเราจะทำนายโลกได้ถูกต้องสักเพียงไร?

เขาตอบว่า “ผมไม่คิดว่าจะมีคนรู้กระทั่งรายละเอียดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกห้าถึงหกปีจากนี้เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ในปีหน้าและปีถัดไป มันถูกกำหนดปัจจัยผันแปรนับพันๆ ล้านตัว ดังนั้นผมคิดว่าอย่างมากเราคาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นข้างหน้าได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

สูตรของผมต่อไปนี้ก็คือสรรพสิ่งที่เราคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นช้าลง
และสิ่งที่น่าประหลาดที่จู่โจมอย่างเฉียบพลันใส่เรา

ยกเว้นแต่การเคลื่อนย้ายใหญ่และนั่นคือสิ่งที่ผมพยายามโฟกัส”
กล่าวโดยสรุปก็คือการพยากรณ์อนาคตนั้นยาก ไม่เหมือนเมื่อ 10-20 ปีก่อนนั้น เพราะการเปลี่ยนแปลงไม่รวดเร็วและรุนแรงเท่านี้

ดังนั้นหนังสือเล่มใหม่ของเขาจึงไม่ได้ทำนายแนวโน้มสำคัญของโลกเฉกเช่นในอดีตอีกต่อไป แต่เขาจะให้ “กรอบคิด” ที่เขาใช้ในการ “ทำนาย” โลก

เขาเล่าถึงที่มาของการเขียนหนังสือเล่มนี้ว่า วันหนึ่ง Toni Ofner เพื่อนของเขาไม่เชื่อในเรื่องที่เขาอธิบายเคล็ดลับการทำนายโลก “ที่นายบอกว่าอนาคตก็ฝังอยู่ในปัจจุบันนี่แหละ ถ้าผมเฝ้ามองโลกอย่างระมัดระวังกับสิ่งที่ดำเนินอยู่ในโลกนี้ ก็จะทำนายโลกได้อย่างนายนั้น จริงๆไม่เห็นเหมือนเลย ความแตกต่างอยู่ที่ไหน”

เนสบิตต์บอกว่าความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่เขาเรียนรู้ แต่อยู่ที่วิธีคิด

“มันอยู่ที่กรอบคิดของผม”

เขาบอกว่าหลายปีมาแล้วที่เขาได้พัฒนากฎในการจัดวินัยแก่จิต(mind) และกรองข้อมูล

เขา Match และวัดข้อมูลด้วยประสบการณ์ของตัวเองโดยใช้คุณค่าและกรอบคิด
“สิ่งที่นายพูดนั้น อุปมาดั่งฝนตกลงบนผืนดินที่แตกต่างกัน”

Tony พูดถูกแฮะ กรอบคิด (Mind Set) ก็เหมือนผืนดิน ซึ่งฝน(ก็คือข้อมูล) และพืชพันธุ์ธัญญาหารงอกงามแตกต่างกันขึ้นอยู่กับกรอบคิดที่มีอยู่ ซึ่งจะนำไปสู่ข้อสรุปที่แตกต่างกัน

“วิธีที่เรารับข้อมูล คือหัวใจ”

การตัดสิน(Judgment) ในทุกปริมณฑลถูกขับเคลื่อนโดยกรอบคิด ยกตัวอย่างเช่น หากภรรยามีกรอบคิดว่าสามีเป็นคนเจ้าชู้ เธอก็จะรับข้อมูลที่สอดคล้องกับภาพในใจที่เธอคิดอยู่ตลอดเวลาว่าสามีเป็นคนเจ้าชู้

ถ้าภรรยามีกรอบคิดว่า สามีของเธอเป็นซื่อสัตย์ต่อความรัก เธอก็จะรับข้อมูลชุดเดียวกันด้วยความหมายที่แตกต่างกัน

อันนี้คือตัวอย่างกรอบคิดในระดับจุลภาค

ในระดับมหภาคนั้น คนที่คิดว่าโลกอยู่ในยุคของ “การปะทะกันระหว่างอารยธรรม”(The Clash of Civilization) ก็จะมองโลกทุกอย่างภายใต้กรอบคิดแบบนี้

ขณะที่ตัวเนสบิตต์เองนั้นมองโลกผ่านกรอบคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจในระยะยาวนั้นไม่มีอะไรควบคุมได้

แน่นอน ทุกคนล้วนมีกรอบคิดของตัวเองซึ่งจะแปรผันไปวัย

Mind Set! ที่เนสบิตต์เขียนนั้น ไม่ใช่กรอบคิดที่เกิดจากแรงกดดันทางสังคม
เขาจะเขียนถึงกรอบคิดที่พัฒนาอย่างมีเป้าหมาย ซึ่งไม่เพียงให้กรอบคิดและมุมมองเชิงลึกในครึ่งศตวรรษที่ 21 เท่านั้น

ทว่าจะให้ทัศนคติเชิงรากฐานซึ่งจำเป็นต่อการคาดการณ์อนาคตอีกต่างหาก

Published in: on January 27, 2007 at 8:05 pm  Comments (28)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2007/01/27/mind-set-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%82-2/trackback/

RSS feed for comments on this post.

28 CommentsLeave a comment

  1. คอยติดตามครับ, น่าสนใจมากครับ

  2. ขอบคุณที่ส่งเรื่องราว ดีดี มาให้ศึกษานะครับ….
    ผมอยากจะบอกกับพี่ว่า ผมมีความสุขมากเลยนะกับการติดตาม
    ความมันส์ + ความสนุกสนาน ของ พี่ทั้งสองคน
    ปล.1 ผมเห็นด้วยกับ ความคิดเห็นข้างบนนะครับ… รับรองว่า จะติดตาม ตอนต่อไป…
    ปล.2 หวังว่า พี่คงรับเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจให้กันบ้างนะครับ…ในอนาคต… (ปรึกษาฟรี นะพี่ ฮาาา)

  3. ขอบคุณครับที่นำความรู้ดีๆๆมาฝากครับ

  4. เรื่องราวน่าสนใจมากครับ
    จะมีำภาคต่อเมื่อไหร่ครับ

  5. อ่านแล้วกระชับได้ใจความดีครับ ว่าแต่มีแปลเป็นภาษาไทยแล้วหรือยัง จะซื้อมาอ่านครับ…

  6. ยังไม่มีแปลเป็นไทยครับ

    ภาค 2 กำลังจะตีพิมพ์ในจีเอ็ม

    ผมพูดรายละเอียดเรื่องนี้ไว้ใน managerradio.com ในรายการ คิดอะไรไม่ออกบอกธันยวัชร์ ลองไปหาฟังย้อนหลังได้ครับ พูดไว้

    วันที่ 07/01/50 กลยุทธ์การก่อการร้าย และ Mind Set ตอนที่ 4
    วันที่ 30/12/49 Mind Set ตอนที่ 3
    วันที่ 24/12/49 Mind Set ตอนที่ 2
    วันที่ 23/12/49 Mind Set ตอนที่ 1
    วันที่17/12/49 Simplicity ตอนที่ 1

    จะอยู่สามช่วงท้ายนะครับ

  7. ฟัง96.5แทบทุกวัน โดยเนื้อหาแล้วมีประโยชน์
    ขอFile เศษฐกิจพอเพียงด้วยครับ พังจากวิทยุ96.5 วันที่31 มค.บอกว่าขอได้

  8. คุณธันยวัชร์ครับ หนังสือ cotler ตอบ ที่แปลใหม่นี้มีขายที่ไหนบ้างครับ
    ซีเอ็ดฯ มีหรือเปล่า มีหนังสือเล่มแรกๆของคอตเลอร์ จำไม่ได้ชื่อ remarketing
    หรือไรนี่แหละ ยังมีขายอยู่ในท้องตลาดหรือเปล่าครับ อยากได้แต่หาไม่ได้
    เคยเจออยู่ที่ห้องสมุดมารวยแต่อ่านไม่ทันจบครับ

  9. อืม philips cotler (ไม่รู้ถูกเปล่า) อยากสัมผัสบ้างจัง แนะนำด้วยนะครับ

  10. ฟัง 96.5 ผ่าน Net ได้ความรู้เรื่อง Marketing มากขึ้น ขอบคุณมากครับ

  11. ดีครับ ขอfile เศษฐกิจพอเพียงด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

  12. จัดรายการได้ดีครับ ได้ความรู้ดีมาก ฟังรายการทุกวัน อันที่จริงงานผมไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงาน MARKETING เท่าไหร่ ผมเป็น Internal auditor บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต แต่สนใจศาสตร์ด้านการตลาด กำลังจะเริ่มเรียน MBA ที่เกษตรฯ (สาขาบัญชี) ขอให้รายการมี สปอนเซอร์ เข้าเยอะ ๆ นะครับ
    ถ้ามี File รบกวนส่งให้ด้วยนะครับ ตาม E-mail ที่ส่งมา ผมเช็คทุกวันครับ

  13. เรียน คุณธันยวัชร์ ฯ
    สิ่งที่คุณธันยวัชรฯ ดำเนินการอยู่ดีมากๆๆๆ ครับ ไม่ว่าเป็นรายการวิทยุ 96.5 Mhz.หรือทาง Webside ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการสร้าง”วิธีคิด”ให้แก่ ชาวบ้านอย่างผม ส่วนการจะต่อยอดไปสร้างแบบแผนหรือโครงสร้าง เป็นเรื่องของปัจจเจกบุคคล หากแต่เมื่อปัจจเจกฯ มีวิธีคิดที่ไม่แตกต่างกันมากนักจะก่อให้เกิดแบบแผนหรือโครงสร้างที่ใกล้เคียงจะทำให้เกิดปรากฎการณ์ใหม่ๆ ก้อได้นะคร๊าบ

  14. ต้องการฟัง Clip รายการของคุณย้อนหลังแต่รับฟังไม่ได้เลย แล้วเข้าไปในช่องที่เขียนหากมีเหตุขัดข้องในการรับฟังรับชมอะไรประมาณนี้ ให้ส่งข้อความไปที่………… เขียนไปแล้ว และมีช่องที่บอกว่า ตั้งกระทู้ และ ล้างข้อความ พี่กดตั้งกระทู้ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ทราบว่าที่เราเขียนส่งไปนั้นทางผู้ดูแลอยู่จะรับทราบหรือเปล่า มีแต่บล็อกให้กรอกใหม่และถ้ากดล้างข้อความมันก็ต้องล้างข้อความที่พี่เขียนใช่ไหมคะ พี่ก็เลยไม่เขียนตรงนั้นอีก เลยเขียนมาตรงนี้เพื่อแจ้งให้คุณทราบค่ะ ขอความกรุณาช่วยตอบพี่ด้วยว่าพี่จะต้องทำอย่างไรเพื่อจะได้รับฟังรายการย้อนหลัง ขอบคุณค่ะ

  15. อีกนิดค่ะ e-mail พี่คือ ladia@truemail.co.th กรุณาช่วยตอบด้วยค่ะ

  16. ขอบคุณครับ! ที่จัดให้มีที่ตามผลงานของคุณ ธันยวัชร์ กับ คุณ อาทิตย์ ในรูปแบบการอ่าน นอกจากที่ได้ฟัง ทางบิซิเนสเรดิโอ ได้อรรถรสอีกแบบครับ จะคอยติดตามไปเรื่อยๆครับ

  17. บทความดีครับให้ข้อคิดที่น่าสนใจ

  18. สวัสดีค่ะ คุณ ธันยวัชร์ กับ คุณ อาทิตย์ หนูฟังรายการ Business Connection บ่อยมาก ชอบมาก เปิดฟังคลิปย้อนตลอด เบื่อจะฟังรายการเพลง มาฟัง คุณ ธันยวัชร์ กับ คุณ อาทิตย์ ให้ความรู้กะหัวเราะให้ฟังมันกว่าเยอะ สนุกดีทำทีสิตไปก็ฟังรายการไป บางอย่างก็สามารถมา apply กับวิชาที่เรียนได้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เรียนสาขา marketing ก็ตาม สุดท้ายหาก คุณ ธันยวัชร์ และ คุณ อาทิตย์ มีบทความดีๆมีประโยชน์ขอความกรุณาส่งให้ด้วย ขอบคุณมากค่ะ

  19. ชอบรายการนี้มากครับ รบกวนขอ File ด้วยนะครับ

  20. สวัสดีครับ คุณธันยวัชร์ กับ คุณ อาทิตย์ ผมเป็นแฟนรายการของพี่ทั้ง2 คน ฟังประจำใด้ความรู้ ความฮา รบกวนขอ File เศรษฐกิจพอเพียงฯ ด้วยนะครับ เพราะจะสอบ comprehensive วันอาทิตย์นี้แล้วจะได้มี Idea เขียน เพราะยังไงเรื่อง ศกใพอเพียงก็ออกสอบอยู่แล้ว ถ้าไม่รบกวนขอไฟล์อื่นๆ ด้วยได้ไหมครับ
    เรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงฯ ผมคิดว่ามิได้ขัดแย้งกับรากเหง้าของแนวคิดพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์เลยเพราะเศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่เศรษฐกิจโลกทุกวันนี้เป็นยุกต์ของการบริโภคที่เกินความจำเป็น ด้วยการกระตุ้นของการโฆษณา การมองหากำไร แข่งขันกันขาย มีการให้เครดิตส่วนบุคคล ผู้บริโภคจึงบริโภคเกินจริง เศรษฐกิจพอเพียงฯ จะช่วยยับยั้งความสุดโต่งนี้ได้ แต่ต้องเริ่มต้นด้วยการมีสติ หรือที่คุณธันยวัชร์ เรียกว่าต้องทำอาริยขัดขืนซะบ้าง เพื่อยับยั้งชั่งใจ ไม่ก่อหนี้ในอนาคต
    สุดท้ายขอใหรายการของพี่ทั้งสองคนอยู่กับคลื่นความคิดไปนานๆนะครับ

  21. ฟังรายการคุณบ่อยมาก หากไม่ติดธุระ จะฟังประจำ ชอบมากๆๆๆ
    คุณว่าไหมว่า Blue Oceanที่พูดถึงบ่อยๆนั้นคือกลยุทธ์การเจาะตลาดคือการหาตลาดใหม่ในสินค้าที่มีอยู่ไหม
    อยากได้ไฟร์เศรษฐกิจพอเพียง และ อะไรที่จะอ้างถึงได้เพื่อการศึกษาต่อไป ขอบคุณคะ

  22. ฟังรายการทุกวันครับผม ขอFile เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อจะได้ทำไปประยุกต์กับธุรกิจที่ทำอยู่ครับผม

  23. ฟังรายการบ่อยเท่าที่ทำได้ครับผม​ ​ขอ​File ​เศรษฐกิจพอเพียง​ ​เพื่อ​จะ​ได้​ทำ​ไปประยุกต์​กับการทำงานที่ทำ​อยู่​ครับผม

    ขอบคุณมากครับ

  24. สังรายการคุณบ่อยๆ อยากได้ข่าวสาร กรุณาส่งFILE ให้ด้วยทางเมลล์ ขอบคุณมากๆ

  25. Laddavan Charoensuk said,
    February 7, 2007 @ 12:18 am

    อีกนิดค่ะ e-mail พี่คือ ladia@truemail.co.th กรุณาช่วยตอบด้วยค่ะ

    ———————————————————

    นานมากเลยค่ะแวะเข้ามาด้วยความบังเอิญ ใช่ค่ะ (e-mail)

  26. อยากได้ข่าวสาร

  27. I must thank you for the efforts you have put in
    writing this website. I really hope to view the same high-grade content by you in the future as well.
    In truth, your creative writing abilities has motivated me to get my very own
    site now😉

  28. My spouse and I stumbled over here coming from a different web page and thought I might as well check
    things out. I like what I see so now i’m following you. Look forward to going over your web page yet again. Jeannette


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: