Richard Branson : A Brief History

Screw it, Let’s do it. หนังสือบางๆเล่มนี้ คืออัตชีวประวัติย่อของผู้ประกอบ สุดยอดนักสร้างแบรนด์

ริชาร์ด แบรนสันได้แบ่ง “กฎความสำเร็จ” ของเขาเป็นข้อๆ

ข้อแรกคือ Just Do it. ซึ่งเราได้บอกไปแล้วว่า ริชาร์ด แบรนสัน เมื่อตัวเขาเองอยู่ใน Virgin เขาเรียกตัวเขาเองว่าเป็น Mr.Yes Man

ใครจะมาขอทำโครงการอะไร ส่วนใหญ่เขาจะให้ทำ ลองทำดู และบางทีก็เรียนรู้จากลูกน้องเขานี่เอง

แต่ล่าสุดเขาให้สัมภาษณ์ลงในนิตยสาร Business2.0 เขาบอกว่า Learning to say “No” even though you are Mr. Yes.

ต่อยอดอีกที…

จริงๆ แล้วคุณต้องเรียนรู้ที่จะพูดคำว่า “ไม่” ถึงแม้ว่าคุณจะเป็น “มิสเตอร์ ใช่”

Just Do It. ในความหมายของเขาก็คือ อย่ามาพูดโน่นพูดนี่ วางแผนอะไรเยอะ จงลงมือทำซะ แล้วค่อยปรับแก้เอา

ถึงแม้ว่า ริชาร์ด แบรนสัน จะให้พูดว่า “ไม่” แต่ก็ต้องพูดถนอมน้ำใจคนด้วย เขาจะมีวิธีการของเขาอยู่ แบรนสันห่วงใยลูกน้องของเขาเหลือเกิน

Published in: on February 13, 2007 at 2:44 pm  Comments (11)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2007/02/13/richard-branson-a-brief-history/trackback/

RSS feed for comments on this post.

11 CommentsLeave a comment

  1. ให้ช่วยวิเคราะห์บริษัทของไทยว่ามีบริษัทใดบ้างที่ทำธุรกิจระหว่างประเทศที่น่าสนใจ ในรูปแบบของกลยุทธ์การดำเนินงาน การเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ไม่เอา CP นะครับ จะนำข้อมูลมาเป็น Case กับเพื่อนๆ MBA
    ขอบคุณมากครับ

    พักนี้ไม่ค่อย ONLINE MSN เลยไม่ว่างหรือครับ

  2. อืม เข้าท่าครับ การตอบ “ไม่” ของนายใช่

    ส่วนตัวมักจะเจอะแต่ ตอบ “ใช่” ของนายไม่ ครับ

    เดี๋ยวจะไปลองหาอ่านดูครับ

    ปล. หนังสือ คุณถามคอตเลอร์ตอบ ออกเมื่อไหรครับ จะได้ไปซื้อครับ เจ้านาย

  3. น่าสนใจคับ แต่บทความของพี่สั้นไปหน่อย “กฎความสำเร็จ” มีข้อเดียวหรือคับ ดูเหมือนจะทำได้ง่ายๆแต่ผมว่าความสำเร็จคงเหมือนกับตะแกรงกรอง คนที่มีความตั้งใจสูงและความพยายามรวมถึงเวลามั้งคับจึงจะได้รับโอกาสที่จะเจอกับความสำเร็จ

    ผมเจอ หนังสือ “คุณถามคอตเลอร์ตอบ” ที่ศูนย์หนังสือจุฬาคับ กำลังจะไปซื้อมาอ่านเร็วๆนี้คับ ขอบคุณสำหรับหนังสือดีๆที่ช่วยเปิดมุมมองของความคิดคับ

    สุดท้ายรบกวนคุณ ธันยวัชร์ ถ้ามีเวลาอยากข้อมูลหรือบทความดีๆคับ

  4. นี่พี่รุ้ไหม สิ่งที่พี่ทำอยุ่เนี่ย มันมีประโยชน์มากเลยครับ อิอิ อ่านทุกอันแล้วครับสุดยอดมากเลยทำต่อไปอีกนะครับจะเป้นกำลังใจไห้ครับผมและติดตามผลงานตลอดตอนนี้ก็ฟัง 96.5 ทุกวัน ออขอบคุณนะครับที่ส่งไฟล์มาไห้ตลอด ขอบคุณครับ

  5. 01.15 Valentine ‘s day 2007
    ณ ขณะหนึ่ง ระหว่าง ดูรายการแมลงมันของแกรมมี่ เลยทำให้เกิดวุฒิปัญญามองเห็นทิศทางและเข้าใจ(เอาเอง)ของแกรมมี่ ณ ตอนนี้…….ความคิดเลยอาละวาดมาถึง นิโคล เทริโอ ว่าทำไม ? GSM ต้องใช้ นิโคล…จนถึงบาง อ้อ….ก็เลยขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับคุณ ธันยวัชร์ นะครับ เรื่องที่ใช้นิโคลเป็น Presenter เพราะผมกลับมองว่าตอนนี้ทั้งGSM และ แกรมมี่ ชะตากรรมช่วงนี้คล้ายๆกัน คืออยู่ในช่วงขาลง เป็นผู้นำที่ถูกท้าทาย …และถดถอย
    เมื่อครั้งหนึ่งทั้งGSM และแกรมมี่เคยประสบความสำเร็จในตลาดอย่างมาก แต่วันนี้ไม่ใช่…… จึงโหยหาความสำเร็จในวันวาน ผมกลับมองว่าการที่แกรมมี่กลับไปหาตลาดที่ตัวเองเคยประสบความสำเร็จ ขณะที่ลูกค้าที่เป็นวัยรุ่นยุคนั้น เติบโต และเข้าสู่วัยกลางคน เป็นวัยทำงานที่ประสบความสำเร็จกันแล้วซึ่งมีทั้งกำลังซื้อ แต่ไม่มีของที่จะซื้อเพราะตลาดเพลงเป็นของวัยรุ่นเสียส่วนใหญ่ จะให้มาฟัง กอล์ฟ ไมค์ โฟร์ มด ก็คงไม่ไหว
    ขณะที่ศิลปินขวัญใจกลับ หยุด เงียบ หาย ไม่ได้มีผลงานเพลงที่โตตามวัยไปพร้อมกับแฟนเพลงด้วย……………นั่นไง!จึงเกิดอาการ “ คิด ถึง ” …คิดถึง อัสนีวสันต์ (ซึ่งกำลังจะออกอัลบั้ม unplug ออกมา) ……คิดถึง เจเจตริน…คิดถึง…นูโว….คิดถึง ………
    “ นิโคล “ ไง ครับ (ประกอบกับแกรมมี่ครบ 25 ปี ด้วยละมั้ง ก็เลยมีการRecover ศิลปินยุคเฟื่องเขื่องตลาดออกมาให้รำลึกกัน)
    การหายไปของนิโคล กับปรากฏการณ์ คิดถึง ของ GSM จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เกินเลย หรือ เหนือการคาดหมาย แต่เป็นเรื่องที่เหมาะสม และ ถูกต้องกับจังหวะเวลา เวลาของแกรมมี่ 25 ปี เวลาของนิโคลที่จังหวะนี้ต้องกลับมา GSMก็จะได้ ใช้เวลา ใช้ Image และeventของนิโคลในช่วงเวลาเปิดตัวอัลบั้มใหม่นี้ ทำIMCไปพร้อมๆกัน
    พร้อมกับแคมเปญ คิดถึง ซึ่ง นิโคล ก็เป็น Presenter ตั้งแต่แรกๆ ตั้งแต่ 2Watt 8 ปี มาแล้ว (ไม่คิดถึงกันรึ? ถ้าแฟนเพลงไม่คิดถึง กี้ คิดถึงแฟนเพลงก่อน ก็แล้วกัน เธอคงจะบอกอย่างนี้)
    มามองทาง แกรมมี่ กับช่วงเวลาที่เพลี่ยงพลำ แบบนี้ การกลับมาหาตลาด ที่ตัวเองเคยประสบความสำเร็จจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะกลุ่มลูกค้ากลุ่มวัยทำงาน ถือเป็นฐานที่ทำให้แกรมมี่ประสบความสำเร็จจกวันนั้นจนมีทุกวันนี้ เป็นตลาดที่แกรมมี่ แข็ง และมีศิลปินป้อนกลุ่มนี้มากที่สุด สามารถแข่งขันแล้วได้เปรียบกว่าคู่แข็งอย่างRS ซึ่งมีศิลปินวัยรุ่นมากกว่า จึงเป็นการตลาดขาลงในช่วงพยุงอาการได้อย่างดี แต่ คงแค่ชั่วคราวนะครับ เพราะถ้าไม่แก้ไขปัญหาเรื่อง hardware, software, under ware หรือช่องทางการจัดจำหน่ายซึ่งเป็นdigitalกันหมดแล้ว อย่างงี้ ก็คงจะ“จอด“แหงม ๆ…………ว่า แต่….วันนี้ ……..วันแห่งความรัก……….
    คิดถึง ใคร สักคน หรือยังครับ …………………..

  6. ผมชอบ Sir Richard มาก
    ผมชอบการสร้าง Vergin

    หลายๆ คน(รวมทั้งผม) สงสัยว่า ทำไม Vergin ถึงสร้างผลิตภัณฑ์สู่หมวดหมู่สินค้าต่างๆ ได้มากมาย โดยไม่ทำให้ Brand อ่อนแอลง เพื่อตอบความสงสัยนี้ ผมจึงไปถาม Al and Laura Ries ผู้เขียน The 22 immutable Laws of Branding

    บทสนทนาของ Inkberry กับ Al and Laura Ries เกี่ยวกับแบรนด์ Vergin
    Inkberry ถามว่า
    ” ทำไม แบรนด์ Vergin จึงสามารถขยายผลิตภัณฑ์ออกสู่หมวดหมู่ (Category)อื่นได้.”
    Al Ries “??????”
    Al สะกิดเพื่อขอความช่วยเหลือจาก Laura
    Laura “??????”
    Al Ries กับ Laura มองหน้ากันไปมา แล้วหันมาตอบว่า “Can you speak English?”

    เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ ผมจึงมานั่งวิเคราะห์เอง จึงได้คำตอบว่า สาเหตุที่ Vergin ทำเช่นนี้ได้เพราะ Vergin สร้างตัวเองให้เป็น Feeling Brand หรือ Pure Emotional Brand เพราะฉะนั้น หมวดหมู่สินค้าสำหรับ Vergin จึงเป็น Feeling Category ไม่ใช่ Product Category และ Feeling Category ของ Vergin คือ ความสนุกสนาน ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ Vergin จึงสามารถขยายออกสู่สินค้าประเภทใดก็ได้ โดยสื่อสารถึงความสนุกสนานของ Brand Vergin

    แบรนด์ที่มีลักษณะ เป็น feeling brand หาได้น้อยมากในโลก แต่ที่เห็นและเกิดมาก่อน Vergin ก็คือ PlayBoy หากแต่ PlayBoy ไม่ค่อยได้ขยายสินค้าออกสู่ Category อื่นๆ มากนัก แต่ลองคิดดูว่าถ้า PlayBoy ทำสายการบิน ในชีวิตนี้ผมต้องขึ้นสักครั้งล่ะ

    สำหรับประเทศไทยผมว่า ผู้บริหารของประเทศไทยยังขาด Mr. Yes man
    ที่เป็นเช่นนี้เพราะ การทำงานที่อยู่ในห้องมากเกินไป ปัจจุบันการทำงานโดยเฉพาะงานด้านการตลาด สิ่งสำคัญ คือ ความสร้างสรรค์ เพราะต้องสร้างความแตกต่างในตลาดที่มีความหนาแน่น และความสร้างสรรค์นี้จะต้องเกิดจากการเปิดรับ และมุมมอง ทั้ง 2 ด้าน คือ มุมมองจากภายใน และ และมุมมองจากภายนอก แต่โดยส่วนใหญ่องค์กรของไทยจะมีลักษณะ inside out อย่างเดียว และไม่ใช่ inside organization แต่เป็น inside executive room คือ ทุกอย่างมาจากผู้บริหารคนเดียว ดังนั้นเราจะเห็นการตลาดประเภท A4 Marketing คือการวางแผนการตลาดบนกระดาษ A4 มากมาย ไม่สร้างสรรค์เอาเสียเลย

  7. สวัสดีครับคุณธันยวัฒน์
    อุดหนุน คุณถามคอตเลอร์ตอบ แล้วนะครับ กำลังอ่านอยู่ถ้ามีอะไรสงสัยจ้ามาแสดงความคิดเห็นในโอกาสต่อไป แต่อยากถามว่า หนังสือ Casestudy ไม่เห็นวางแผงขายเท่าไรเลย ผมไปหาที่ซีเอ็ด กับร้านนายอินทร์เป็นส่วนใหญ่ครับ (ผมอยู่แถวรังสิตนะครับ)
    ด้วยจิตคารวะ
    อัตถพล

  8. ขอบคุณครับ คุณอรรถพล ที่อุดหนุนคุณถาม

    case study 10.0 กำลังปรับเคส Blue Ocean อยู่ครับ

    จะวางตลาดเร็วๆนี้

  9. ยังมีอีกหลายตอนครับ

    คุณสรายุทธ์ครับ คุณถาม ออกวางตลาดแล้ว

    ปูป้ายครับ นิโคล กลางเก่า กลางใหม่ ไม่มีพลังดึงดูดเหมือนอัศนีย์ วสันต์ หรือเบิร์ดนะครับ

    ดังนั้นจะนำมาใช้ในกรณีนี้ไม่ได้

    ในแง่พลังดึงดูด เบิร์ดเหนือกว่ามาก ยังถูกนะมาฉะเปลี่ยนโฆษณาเลย

    และเทปเบิร์ดก็ขายไม่ดีด้วย

  10. สวัสดีครับ
    อยากลบกวนถามคุณ ธันยวัชร์ ดังต่อไปนี้ครับ

    1. ช่วยพูดเรื่่อง Branding ของธุรกิจประเภทบริการบ้างครับ เช่น
    รับเหมาก่อสร้าง, ที่ปรึกษา (consulting), สถาปนิก, programming, etc…
    (เช่น คุณ ธัน ไม่ใช่คุณตัน มีวิธีสร้าง Brand ของพวกคุณอย่างไร ในฐานะที่่่อยู่ในธุรกิจ consult)

    2. อย่างกรณีผู้รับเหมา มีตัวอย่างบริษัทที่ประความสำเร็จอะไรบ้าง ช่วยยก case ต่างๆให้ดูหน่อย

    3. จากผู้รับเหมาทั่วไป จะก้าวไปสู่ ข้อ2 จะมีองประกอบอะไรบ้าง

    4. กรณีผู้รับเหมา กับ blueocean

    5. เห็นพูดกัน ส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจที่เป็นการ ขาย Product เป็นส่วนใหญ่ ขอให้พูดแนะนำใน ธุรกิจประเภทบริการให้ฟังด้วยครับ

    ช่วยชี้แนะด้วยครับ

    ทั้งฟัง และ อ่าน blog นี้

    หรือ จะ email มาย้ำก็จะยังอ่านอีก

    ขอบคุณครับ

  11. […] เหมือนที่ Richard Branson ว่าไว้…Screw it, let’s do it! […]


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: