เคล็ดสำเร็จในปี 2007 จาก ทองมา เจ้าของพฤกษา

ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ – ซีอีโอ พฤกษา เรียลเอสเตท

ทำให้ดี ชนะใจลูกค้า และเหนือคู่แข่ง ด้วยการบริหารจัดการต้นทุน

ต้องทำให้ดี ชนะใจลูกค้า และเหนือคู่แข่ง

นั่นคือเป้าที่อยู่ในใจผม

ส่วนกุญแจที่จะไขปีสู่ความสำเร็จนั้นอยู่ที่ “การบริหารการจัดการ” และการนำ “เทคโนโลยี” เข้ามาใช้
เราต้องมองความต้องการลูกค้าได้ตรงจุด ต้อง integrate เข้าด้วยกันทั้งในเรื่องของการทำตลาด การจัดการ และเทคโนโลยีการก่อสร้างที่จะให้ได้บ้านดีมีคุณภาพ ต้นทุนต่ำสำหรับลูกค้า

ธุรกิจทาวน์เฮาส์ของเรา ต้องอาศัยปริมาณในการขาย คือทำโครงการต้องไม่น้อยกว่า 1,000 หลัง และต้องก่อสร้างให้เร็ว

ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คือมักขาดแคลนแรงงานฝีมือในการก่อสร้าง ดังนั้นจึงต้องหาวิธีแก้ไขปัญหาแรงงานฝีมือขาดแคลนในระยะยาว
“ระบบสำเร็จรูป” จึงเป็นคำตอบของทุกสิ่ง

ผมมองว่าเทคโนโลยีที่บ้านเรายังทำกันอยู่ เขาทำกันมา 50-60 ปีที่แล้ว มันล้าสมัยไป พอเรามาทำบ้านจัดสรรเมื่อ 12 ปีที่แล้ว เห็นเลยว่าเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยทำให้ได้งานคุณภาพดีขึ้น ใช้แรงงานน้อยและต้นทุนถูกลง
จึงนำเทคโนโลยี Pre-Cast มาใช้

ซึ่งแม้การลงทุน ในขั้นต้นจะสูง แต่ในระยะยาวก็จะมีความคุ้มค่า เมื่อวัดจากปริมาณงานและความรวดเร็ว ในการก่อสร้างจากเดิม ที่บ้านเดี่ยวต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 2.5-3 เดือน ลดลงมาเหลือ 1เดือนครึ่ง นอกจากนั้นยังสามารถ ควบคุมคุณภาพงานได้ทุกขั้นตอน

ในด้านไอที ผมคิดว่าต้องลงทุนอย่างจริงจัง เราดึงบริษัท ไอบีเอ็ม เข้ามาช่วยจัดวางระบบบริหารต้นทุน ภายใต้โครงการ Business Process Improvement and Workforce Management ด้วยงบลงทุนสูงถึง 12.75 ล้านบาท ก็เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอนาคต

นอกจากนั้น ระบบนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขาย โดยจะลดปริมาณคนได้ระดับหนึ่ง และนำพนักงานกลุ่มนี้ ไปทำหน้าที่ในโครงการที่ขยายตัวในอนาคต

เรื่องความต้องการของลูกค้า เราต้องศึกษาอย่างเป็นระบบ

เมื่อก่อนที่เราไม่ได้ศึกษาจริงจังว่าความต้องการของลูกค้าคืออะไรแน่

ตอนนี้เราต้องศึกษามากขึ้น

ตอนนั้นเราอาจจะตามใจตัวเราเองมากกว่า ปัจจุบันตลาดมันเล็กลง แต่ละคนเลยต้องเข้าถึงความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด

เวลาทำธุรกิจ ผมไม่สนใจเลยว่าทำธุรกิจแล้วต้องทำออกมาให้ใหญ่
ไม่เคยดูเงินในกระเป๋าตัวเอง

เพียงอยากให้ธุรกิจตัวเองมีส่วนในการขับเคลื่อนในภาคอุตสาหกรรม และให้ธุรกิจมีความต่อเนื่อง ก้าวไปในภาคสังคม เดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง

Published in: on February 15, 2007 at 6:08 am  Comments (28)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2007/02/15/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2007-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87/trackback/

RSS feed for comments on this post.

28 CommentsLeave a comment

  1. ผมฟังทุกครั้งที่มีเวลาว่างครับ

  2. ติดตามฟังในรายการทาง internet เป็นประจำครับ เป็นรายการที่ดี ที่ให้ความรู้
    รบกวนขอ File “คู่มืออ่านคน บทที่ 1-4” ด้วยครับ
    ขอบคุณครับ

  3. เค้าใช้กลยุทธ์ ด้านราคา และการดูแลหลังการขาย ตามอัตภาพ

    อีกเรื่องนะครับ ท่านทั้งสองครับ หยุดจัดรายการแบบเชลียร์ เผด็จการทหารซะทีครับ
    มันจะอาเจียนครับ อย่าใช้สไตล์ red ocean สิครับ มันเลียกันทุกรายการทุกสถานีอยู่แล้วครับ

    สุดท้ายครับ ท่านทั้งสอง ถือว่าเป็น guru ด้าน mar. ในบ้านเราใช่หรือเปล่า ?
    ถ้าใช่ ก็ขอได้โปรด อย่าทำตัวเป็น tsar ทางเศรษฐกิจมหาภาค ไปด้วยเลยครับ

  4. อืม ผมฟังรายการมาหลายครั้ง จริงๆ เรียกว่าทุกวันเลย ยังไม่เคยรู้สึกแบบความคิดเห็นด้านบน

    แน่นอนหลายครั้งผมอาจจะไม่เห็นด้วย หรือรู้สึกแปลก ๆ กับการตอบหรือการโต้แย้งกับวิทยากรแต่ก็คิดว่าเป็นแค่รูปแบบของการจัดรายการ หากต้องการเป็นสถานีแบบ Blue จริงคงแนะนำให้ไปฟังของประเทศอื่น ดีกว่าครับจะได้สบายใจ

    อีกเรื่องครับ tsar คืออะไรครับ ใครรู้ช่วยอธิบายผมทีจะได้รับทราบครับ

  5. อันดับแรก ขอคารวะต่อการจัดรายการเมื่อวานนี้ 2 จอก
    จอกที่หนึ่ง ให้แก่พี่ธันยวัชร์ ของกระผ๋ม ที่แสดงความคิดเห็น อย่างตรงไป ตรงมา ในเรื่องคุณนิโคล และ AIS ต่อ CMO ของ AIS ซึ่งพูดตรงๆ ว่าไม่เคยเห็นรายการไหนกล้าทำ โดยเฉพาะ อาจารย์สรรชัย ถือเป็น ผู้จัดร่วมประจำท่านหนึ่ง
    จอกที่สอง คารวะแก่ อาจารย์เตียวสรรชัย ซึ่งท่านยอมรับต่อการวิจารณ์ และวางตัวอย่างสง่างาม

    ผมคิดว่า การตลาด ไม่น่าจะมีถูก หรือ ผิด

    ในความเห็นของผม ผมก็ไม่ buy สำหรับโฆษณา ของ GSM ครั้งนี้ ด้วยเหตุ 3 ประการ

    เหตุแรก คือ celebrity คุณ นิโคล
    GMM เปิดตัว คุณนิโคล ให้เป็นบุคคลิก เด็กน่ารัก ใสๆ ซุกซน (ผมยังคิดว่าคุณนิโคลเป็นเด็กจริงๆเลย) ตัดผมสั้น การแต่งตัว เพลง ซึ่งในจุดนี้ คุณนิโคล ทำได้ดีมาก ทำให้เธอประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่เมื่อเด็กผู้หญิงซุกซนคนหนึ่ง แต่งงาน และมีลูก ภาพลักษณ์ในความเป็นเด็กผู้หญิงน่ารัก ซุกซน ของนิโคล จึงหมดไป ดังนั้น สิ่งแรกที่ พี่นิโคล และ GMM ต้องทำ คือ การ Re-Branding ใหม่เสียก่อน
    เหตุที่สอง คือ เป้าหมายด้านการสื่อสารตลาด
    ผมว่าตลาดเครือข่ายมือถือตอนนี้ น่าจะถึงจุดอิ่มตัวแล้ว กล่าวคือ กลุ่มเป้าหมาย ก็มีเครือข่ายประจำที่ใช้อยู่แล้ว ดังนั้น กาสื่อสารของระบบเครือข่าย ควรจะอยู่ที่การตอกย้ำให้ลูกค้ารู้ว่า การที่เขาเลือก เครือข่ายของเรา เป็นทางเลือกที่ดี เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง แต่ภาพโดยรวมของโฆษณานี้ก็ไม่ได้ สื่อสารถึงผู้บริโภคอย่างนั้น
    เหตุที่สาม คือ องค์กร ซึ่งอาจมีผลไม่มากนัก แต่ก็เป็นผลทางจิตวิทยาบ้างล่ะ
    ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนมอง AIS คือ คุณทักษิณ และมองคุณทักษิณ คือ AIS ถึงแม้ว่าจะทำการขายกิจการไปแล้วก็ตาม ภาพลักษณ์นี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อองค์กร โดยเฉพาะการทัวร์คอนเสิร์ต ของคุณทักษิณ และประกาศจุดยืนอยู่ตรงข้ามเศรษฐกิจพอเพียง ขณะที่ GMM ก็เป็นองค์กรที่สนับสนุนรัฐบาลคุณทักษิณอย่างออกหน้า ออกตา ความร่วมมือของ AIS กับ GMM จึงถูกมองในแง่ลบ มากกว่าแง่บวก ผมว่าตอนนี้น่าจะแยกกันชั่วคราวนะ

  6. ของ Link โหลด Toolbar หน่อยครับ

  7. ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้ AIS มาหลายปีแล้ว
    ไม่ใช่เพราะระบบ แต่จำใจ เปลี่ยนเบอรไม่ได้
    อยากมาก อยากให้ portable number เกิดขึ้นซะที

  8. ผมคิดว่าบางทีการที่นิโคลมาออกโฆษณาใหม่
    ก็เป็นการตอกย้ำว่า คนที่ใช้เครือข่ายค่ายนี้แก่ลงไปแล้วนะครับ 5555

  9. ขอลองมองอีกมุมแล้วกันครับ หรือ AIS ต้องการสื่อว่าเค้าเป็น brand เก่าแก่ มั่นคง ผูกพันและเติบโตมาพร้อมๆ กับลูกค้า จึงเลือก นิโคลกลับมาอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนทำให้เกิดข้อวิจารณ์มากมาย(แม้จะในทางลบ) แต่อย่างน้อยก็ทำให้คนพูดถึง AIS มากขึ้นหรือเปล่า

    ขอเสนออะไรที่ต่างๆ ไปดูครับผม
    ทศ

  10. โอ้ เป็นบทวิเคราะห์ที่ดีมาก

    จริงๆการที่ผมแสดงความเห็นแย้งกับวิทยากรมีเป็นระยะๆกับเรวัติ แต่ในเมื่อเรวัติไม่พอใจ ไม่รับความเห็นที่แตกต่าง ผมก็เลิกการแย้ง

    การแย้งนั้นมี 2 หลักการด้วยกัน หนึ่งกาลามสูตร และวิภาษวิธี

    อีกอย่างสนิทกันมานานครับ ตั้ง 20 ปี

    และอ.สรรค์ชัย ก็เคยกระทั่งเถียง Kaplan ตอนที่ไปเรียนที่ฮาร์วาร์ด ด้วยซ้ำ

  11. http://www.thaicoon.myblogtoolbar.com

  12. ขอนอกเรื่องหน่อยนะครับ

    อยากถาม พี่ธันยวัชร์-อาทิตย์ ว่า หนังสือ “สอนลูกให้คิดเป็น” ที่พี่แนะนำน่ะครับ

    ผมไปหาตามร้านหนังสือ เค้าบอกว่าหนังสือส่งคืนกลับหมดแล้วครับ

    ผมอยากทราบว่า ถ้าไปซื้อตอนงานหนังสือ จะมีไหมครับ แล้วจะอยู่บูธสำนักพิมพ์ไหนเหรอครับ?

    ขอบคุณนะครับ

  13. อยากให้วิเคราะห์การบริหาร สไตล์โรงรถ บ้างว่าก้าวแรกเมื่อธุรกิจยังกำลังเพิ่งเริ่มก่อตัวอยู่ในโรงรถ พวกเขาบริหารกันอย่างไร คิดว่าคงทำได้ ธันยวัชซะอย่าง ดูแล้วรวยไม่เลิก

  14. อยู่ที่บู๊ทจุฬาฯครับ

  15. เข้ามาดูประจำครับเพราะเป็นสถานที่เต็มไปด้วยความรู้ความ รบกวนขอ ไฟร์ คู่มืออ่านคน
    บทที่1-4ด้วยครับ

  16. ฟังรายการ อ.ธันยวัชร์แล้วทำให้รู้สึกว่าโง่น้อยลงครับ และเข้าใจตำราเรียนมากขึ้นครับ ฟังรายการอ.ธันยวัชร์เมื่อวันศุกร์ ที่ อ.ธันยวัชร๋+คุณอาทิตย์ คุยกับ อ.สรรชัย เรื่อง AIS ผมเห็นด้วยกับ อ.ธันยวัชร์ น่ะครับ ว่าไม่น่าจะเอา คุณ นิโคล มาแสดง แต่ก็เห็นด้วยกับ อ.สรรชัยที่ต้องการตอกย้ำBrand ให้กับลูกค้า เป็นไปได้ไหมครับที่จะหา คนที่จะบอกเล่าเรื่องราวของBrand AIS ที่เป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คุณนิโคล อาจจะเป็นดารา นักแสดง นักร้อง ที่อยู่ในกระแส แต่ผมว่าน่ะครับ(ในความคิด) น่าจะเป็นลูกค้าที่ใช้บริการ AIS จริงๆ ที่เป็นคนธรรมดา เพราะผมคิดว่ามันจะสามารถทำให้ Brand มันสามารถจับต้องได้ เพราะแนวโน้นทุกวันนนี้คน(อาจรวมถึงลูกค้า AIS) ชอบดูรายการ Realty Show ที่เป็นคนธรรมดามากกว่าดูดารา

    และก็อีกเรื่องนะครับ Brand AIS มักถูกนำไปเกี่ยวพันกับการเมืองอยู่บ่อยครั้ง เป็นไปได้ไหมที่จะให้บุคคลที่เป็นสัญชาติไทยนี้ ถือหุ้นบริษัทมากกว่ากึ่งหนึ่ง เพื่อให้ภาพลักษณ์ที่ดีกับคืนมา หรือไม่ก็ทำการสื่อสารกับลูกค้าและคนทั่วไปว่า AIS มีความเป็นชนชั้นสังคมไทย เป็นของคนไทย เพื่อคนไทย โดยคนไทย เพราะขนาดคู่แข่งมีเงาของสิงค์โปร ยังไม่มีใครพูดถึง

    คิดว่าจุดเสียเปรียบ(คิดว่าคงไม่ใช่จุดอ่อน)ของ AIS อย่างหนึ่ง คือการที่ เมื่อคิดถึง AIS ต้องคิดถึงคุณทักษิณ และ เมื่อคิดถึงคุณทักษิณ ต้องคิดถึง AIS (เห็นด้วยกับคุณinkberry) อย่างนี้เขาเรียกว่า Co-Brand เปล่าครับ น่ะจะทำการสื่อสาร โดยแกะภาพคุณทักษิณ ออกจาก AIS แกะภาพ AIS จากคุณทักษิณ

    ก็ความคิดเห็นของเด็กคนหนึ่งน่ะครับที่ ฟังคุณสนธิ ไม่เห็นด้วยคุณทักษิณ แต่ใช้ AIS ยังไงก็ฟังรายการ Business Connection ตลอดไปครับ ก็ขอคำชี้แนะด้วยแล้วกันครับ

  17. ท่านพี่ศิษ น้องยังไม่ได้ไฟล์เลยครับ รอนานแล้วนะครับท่านพี่จะครบเดือนแล้วครับท่านนะพี่ งอนแล้วนะท่านพี่
    ท่านน้องจะสอบแล้วรบกวนส่งให้หน่อย นะครับ
    เมลล์ของข้าน้อย คือ i10issara@hotmail.com

    รบกวนส่ง Blue Ocean – Red Ocean , SME, เศรษฐกิจพอเพียง หน่อยนะครับ

    ขอบพระคุณล่วงหน้า

    อั้ม ม.กท

  18. ส่งให้แล้วนะน้องอั้ม

  19. REALxyz ภาพของทักษิณกับเอไอเอสว่าเลวร้ายแล้ว

    แกะเสร็จ กลายเป็น ais กับสิงคโปร์

    แย่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันครับ

  20. comment ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ คุณทองมา เจ้าของพฤกษา สักเท่าไหร่
    แต่ก็ขอผสมโรงด้วยคนครับ…..(ในฐานะแฟนประจำ Business connection)

    1. ก่อนอื่นต้องขอชม คลื่นความคิด ของอสมท. ครับ รายการอัดแน่นด้วยสาระ
    ผมฟังขณะขับรถ FM 96.5 สลับกับ FM 99.0 (ไม่ได้ฟังตลอดเวลาหรอกครับเดี๋ยวชีวิตจะมีสาระแน่นมากเกินไป)…………….วันเสาร์อาทิตย์ ก็มาเลือกเปิดฟังรายการที่อยากฟัง อีก ทาง internet (Business connection เป็น หนึ่งในนั้นครับ) แถมยังฟังซ้ำได้เท่าที่ต้องการด้วยครับ

    2. หลังจากเปลี่ยนช่วงเวลาออกอากาศมาหลายครั้ง ก็ลงตัว และยังมีพัฒนาการมากขึ้น เรื่อยๆครับ ทั้ง
    -พัฒนาการของผู้ดำเนินรายการทั้ง 2 ท่าน (ต้องบอกก่อนว่าตอนฟังครั้งแรกๆ ไม่ค่อยชอบสักเท่าไร คือ พี่ธันยวัชร์ พูดฟังเสียงดังแล้วแสบหู ส่วนพี่อาทิตย์ ยังรับลูกไม่ค่อยคล่องแคล่วเท่าไหร่ เคยฟังพี่ธันยวัชร์ ต่อว่าพี่อาทิตย์ออกอากาศ ฟังแวไม่ค่อยชอบเลนครับตอนนั้น แต่ก็ลองให้โอกาสตัวเอง ฟังมาเรื่อยๆ …….จนติดใจ
    มีพัฒนาการ ที่ดีขึ้นครับ)
    -พัฒนาการของรูปแบบเนื้อหารายการ วิทยากรรับเชิญ ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นขณะนั้นๆ มาจับประเด็นนำเสนอ ในรูปแบบเฉพาะของ Business connection
    -https://thaicoon.wordpress.com และ http://www.oknation.net/blog/thaicoon และ thaicoon toolbar เป็นทางเลือกในการเข้าถึงข้อมูลที่ทันสมัยดีครับ

    3. เห็นด้วยครับกับจุดยืนของ พี่ธันยวัชร์กับพี่อาทิตย์ เห็นได้ชัดมาตลอดกับการวิเคราะห์,วิพากษ์,วิจารณ์ และผมคิดว่าเป็นข้อดีมากๆ กับผู้รับข้อมูลอย่างผม ที่ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรมากนัก ตัวอย่างที่เพิ่งผ่านมา กับคุณเรวัติ และ อ.สรรชัย
    (จริงๆแล้วส่วนใหญ่ของคนไทยใจไม่ค่อยกว้างพอ ที่จะรับความเห็นในทางตรงกัน
    ข้ามแบบ ซึ่งๆหน้า ในอดีตเป็นอย่างนี้ ปัจจุบันก็เป็นอย่างนี้ และในอนาคต…..
    หวังว่าความคิดคงจะดีขึ้น) …….อันนี้ผมเป็นห่วงแทนพี่ พี่เล็กน้อยครับ

    4. ได้รับ file พี่มาแล้วหลายชุด ขอบคุณมากครับ……..หากมีกิจกรรมดีดี
    ที่สามารถไปร่วมได้ จะพยายามร่วมด้วยช่วยกันครับ

    ขออนุญาตแสดงความเห็นนิดนึงครับ เกี่ยวกับ “พฤกษา เรียลเอสเตท”
    ความจริงผมค่อนข้างจะรู้สึก พื้นๆ กับ คอลัมภ์ข้างบน เนื่องจากเห็นว่า พื้นฐานความคิดเป็นความคิดพื้นๆ ที่ใครในอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ก็น่าจะคิดได้
    ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการต้นทุน(การลดต้นทุนค่าก่อสร้าง เพื่อการแข่งขัน)-
    การทำ customer research-การนำ technology การก่อสร้างมาช่วยบริหารต้นทุน หรือแม้แต่การใช้ระบบ IT เข้ามาบริหารจัดการ

    ที่ผมอยากรู้กว่านั้นก็คือกระบวนความคิด ที่จะให้ได้บทสรุปดังที่ออกมา ผ่านอะไรมาบ้าง มีตัวช่วยอะไรบ้าง (เพราะใครจะรู้ว่า Business Process Improvement and Workforce Management ด้วยงบลงทุนสูงถึง 12.75 ล้านบาท จะ work ใครจะรู้ว่า เทคโนโลยี Pre-Cast ที่จริงๆแล้ว
    มีข้อจำกัดในด้านการก่อสร้างบ้านจะถูกใจลูกค้าซื้อบ้าน หรือทางเลือกอื่นๆน่าจะดีกว่ามั้ย อะไรทำนองนี้ครับ)

    ร่ายความเห็นมาซะยาววววว เลยครับ ยังไงก็จะติดตามรับฟังรายการของพี่ทั้งสอง
    และ ติดตามพัฒนาการของพี่ ไปพร้อมกันครับ (ผมจะได้พัฒนา ตามไปด้วยครับ)

    ขอบคุณครับ

  21. ก่อนอื่นผมขออนุญาตพี่ธันยวัชร์ และ คุณอาทิตย์ พูดถึงเรื่อง นอกเหนือจากประเด็นที่ถูกตั้งขึ้น เนื่องจากผมอ่านบทความ สู้โลกาภิวัตน์ สู้ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง ของ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ที่ได้กรุณาส่งมาให้ เมื่ออ่านแล้วก็จึงเกิดความคิด และได้นำประเด็นนี้ขึ้นมา

    ผม และคนไทยทุกคนต่างได้ยิน คำว่า เศรษฐกิจพอเพียงมาแล้ว มากบ้าง น้อยบ้าง ผมก็เกิดความสงสัยว่า เศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ แล้วคืออะไร คือระบบเศรษฐกิจ หรือ คือความแนวคิด คือทฤษฎี และที่สำคัญ คือ จะนำมาปฏิบัติได้อย่างไร ทั้งในระดับบุคคล องค์กร และ มหภาค

    ในความเข้าใจของผม เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่ระบบเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับ ทักษิโนมิค แต่ทั้ง 2 แนวคิด คือวิธีการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ หากยกตัวอย่างระบบทุนนิยมคือรถยนต์ หลักทักษิโนมิค จะไม่ใช่เครื่องบินและเศรษฐกิจพอเพียงก็ไม่ใช่เรือ แต่เป็นวิธีการขับเคลื่อนระบบทุนนิยมที่แตกต่างกัน ขณะที่ทักษิโนมิค ปรับแต่งเครื่องยนต์ให้แรงขึ้น ทำให้รถยนต์มีความเร็วสูง หากแต่ส่งผลต่อความสึกหรอของเครื่องยนต์ เกิดมลภาวะทางเสียง ทางอากาศ และการสิ้นเปลืองน้ำมัน เศรษฐกิจพอเพียงก็คือ การใช้รถตามสมถนะของเครื่องยนต์ แน่นอน เรื่องความแรงอาจไม่สามารถสู้กับแบบทักษิโนมิคได้ แต่อายุการใช้งานก็จะมากขึ้น ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงก็น้อยลง ขณะที่ก็ไม่ทำให้เกิดมลภาวะ และรถยนต์ก็ยังขับไปได้

    หากรถยนต์คันนี้เป็นรถของเราเอง บางคนชอบรถแรง บางคนไม่ชอบ ก็แล้วแต่ หากแต่รถยนต์คันนี้คือประเทศชาติ ซึ่งไม่สามารถขายทิ้ง และซื้อใหม่ได้ ดังนั้น การนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจึงมีความจำเป็นอย่างมาก

    ทักษิโนมิค ให้ความสำคัญต่อ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อย่างมาก โดยเชื่อว่าหาก GDP โตขึ้น ก็จะทำให้ความมั่นใจในศก. ไทยมีมากขึ้น แต่ถ้าเรามาศึกษาในรายละเอียดแล้ว จะเห็นว่า การโตขึ้นของ GDP ที่ผ่านมาเป็นภาวะหลอก โดยที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฐานความเป็นจริงเลย
    GDP นั้นประกอบด้วยตัวแปรต่างๆ คือ การบริโภค C, การลงทุน I, ค่าใช้จ่ายภาครัฐ G และ มูลค่าการส่งออกสุทธิ (ส่งออกX-นำเข้าM)

    จริงๆ แล้วการเติบโตของ GDP ควรเริ่มต้นจากการลงทุน I ของภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เมื่อเกิดการลงทุน ก็จะเกิดการจ้างงาน เมื่อประชาชนมีรายได้(ค่าจ้าง) ก็นำรายได้ไปบริโภคC ขณะที่ก็ส่งเงินภาษีกลับเข้ารัฐ และรัฐก็นำภาษีที่ได้ มาบริหารจัดการ สร้างสาธารณูปโภค และให้บริการด้านต่างๆ G ขณะที่หากมีการลงทุนมากขึ้น ก็จะมีผลิตภัณฑ์มากขึ้น หลังจากประชาชนในประเทศบริโภคแล้ว ก็นำที่เหลือส่งออก X นี่คือหลักสำคัญของศก.แบบทุนนิยม ซึ่งผมก็มองว่า หากเป็นไปตามนี้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร

    ยกตัวอย่างเห็นกันง่ายๆ สมมติว่าผมลงทุนในโรงงานผลิตเก้าอี้พลาสติค นำเข้าเครื่องจักร เปิดโรงงาน จ้างแรงงาน คนงานก็นำค่าจ้างไปกินส้มตำ คนขายส้มตำก็ไปซื้อมะละกอ พริก มะนาว เมื่อผมผลิตเก้าอี้ออกมาขายคนไทย กำลังการผลิตที่เหลือก็ผลิตส่งออก ขณะที่รัฐบาลก็ได้เงินภาษีจากผม และแรงงาน ก็นำเงินมาสร้างถนน สร้างท่าเรือ เมื่อสร้างถนน สร้างท่าเรือเสร็จ ผมก็มีต้นทุนการขนส่งลดลง ผมก็จ้างแรงงานเพิ่มขึ้น กินส้มตำมากขึ้น มะละกอ พริก มะนาว ขายดีขึ้น เป็นต้น

    ขณะที่ไทยรักไทยเข้าบริหารประเทศ ทีมเศรษฐกิจมองว่าจะต้องเพิ่มความมั่นใจให้เศรษฐกิจประเทศไทย โดยจะต้องขยายการเติบโตของ GDP โดยใช้มาตรการทั้งทางการเงิน และการคลัง อาทิ การพักหนี้เกษตรกร การปล่อยสินเชื่อเพื่อการบริโภค ทำให้การบริโภคในประเทศมากขึ้น ขณะที่การลงทุนขนาดใหญ่ ที่มาจากต่างประเทศทั้งภาคอุตสาหกรรม ตลาดเงิน ตลาดทุน คำถามมีอยู่ว่า GDP ที่เพิ่มขึ้นนี้ เพิ่มขึ้นจากฐานความจริงหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ การบริโภค C ที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการก่อหนี้ครัวเรือน ไม่ใช่เกิดจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น การลงทุนที่เพิ่มขึ้น เป็นการลงทุนที่มีประโยชน์ต่อคนไทยจริงๆ น้อยมาก โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหุ้น ที่รัฐบาลแปรรูปรัฐวิสาหกิจ นำ ปตท. เข้าตลาดสร้าง market cap ให้สูงขึ้น ทำให้ I เพิ่มขึ้น แล้วถามว่าประชาชนคนไทยได้ประโยชน์อะไร ทรท. มอง ประชาชนเป็นตัวแปรในการเพิ่ม GDP โดยไม่ได้คิดว่า C ที่ได้มาเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของประชาชน เกิดจากการขาดวินัยและความไม่รู้ทางการเงินของประชาชน นี่คือสิ่งที่น่ากลัวมาก หากเป็นอย่างนี้ต่อไปอีก 3 – 5 ปี ประเทศไทยวิบัติแน่ ถ้าเงินลงทุนที่เคลื่อนย้ายเข้ามา ย้ายออกไปทั้งหมด อุตสาหกรรมข้ามชาติย้ายการผลิตไปสู่เวียตนาม และจีน เหลือแต่อุตสาหกรรมในประเทศ ถามว่ามีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับแรงงานจากอุตสาหกรรมข้ามชาติที่ตกงานได้หรือไม่ เมื่อถึงเวลานั้นหนี้ภาคประชาชนที่ก่อไว้ ก็จะกลายเป็น NPL ระบบการเงินล้ม รัฐบาลไม่มีเงินเข้าค้ำประกันเงินฝาก รัฐบาลล้มละลาย จบข่าว

    การนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ขับเคลื่อน พึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเอง จึงมีนัยสำคัญเช่นนี้ หากมองย้อนกลับว่า เรามีอุตสาหกรรมในประเทศที่มีความแข็งแกร่งสัก 75% จากต่างประเทศ 25% หากเกิดการเคลื่อนย้ายทุนออกไป เราก็ยังพึ่งพากันเองได้

  22. หวัดดีค่ะ

    ฟังรายการทุกวัน แล้วยังฟังผ่านเน็ตอีกในวันเสาร์อาทิตย์ ได้พังเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง กับโลกาภิวัฒน์ แล้วอยากจะพูดถึงเรื่องนึงที่เคยได้ฟังท่านพุทธทาสพูดไว้

    ท่านเคยพูดว่า ระบบสหกรณ์นั้น สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนท้องถิ่นได้

    อย่างพวกห้างยักษ์ใหญ่ที่มาเปิดทั้งหลาย ถ้าเรามีระบบสหกรณ์ของชุมชนที่เข้มแข็ง เราก็สามารถต่อรองราคาได้เช่นพวกยักษ์ใหญ่เหมือนกัน

    ไม่มีค่าแรกเข้าต่างๆ ด้วย เพียงแต่ต้องมีระบบการจัดการที่ดี

    ท่านพูดไว้น่าฟังทีเดียวค่ะ แม้จะเป็นเชิงพุทธไปหน่อย แต่ก็น่าสนใจสำหรับชุมชนทีเดียว

    มีข้อเสนออย่างหนึ่งค่ะ คืออยากได้ซีดี blue oceon ที่คุณธันยวัชร์พูดถึงมากเลย แต่ไม่มีโอกาสได้ไปฟังสัมนา

    งานสัปดาห์หนังสือที่มาถึงนี่ น่าจะมีแจกสำหรับคนที่ซื้อหนังสือในบู้ท
    เป็นอีก option หนึ่ง จะดีมั้ยคะ

    หรือแจกสำหรับคนต่ออายุสมาชิก thaicoon ด้วย (อันนี้จะดีมาก เพราะเป็นสมาชิกอยู่)

    ขอบคุณค่ะ

  23. ในเว็ปนี้มีการสมัครสมาชิกมั๊ยครับพี่

  24. ผมมี comment ที่เกี่ยวกับบ้านที่สร้างจากระบบ Pre-Cast ว่ามันมีข้อดี
    1.ชิ้นส่วนของบ้านทั้งหลังมีกำลังของคอนกรีตในการรับนำหนักได้สม่ำเสมอทุกชิ้นงาน ดีกว่าการมาหล่อคอนกรีตหน้างานมากเพราะส่วนผสมของปูน+หิน+ทราย+และน้ำ ใช้การคำนวนมาเป็นอย่างดีแต่ถ้ามาหล่อหน้างานส่วนผสมดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับฝีมือช่าง
    2.บ้านแข็งแรงกว่าปกติเพราะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหลังรวมทั้งผนังบ้านด้วย ซึ่งปกติจะเป็นการก่ออิฐฉาบปูนและบ่อยครั้งที่สร้างแล้วผนังไม่ได้ฉากเนื่องจากการก่ออิฐที่ไร้ฝีมือ และมักไม่ทุบทิ้งก่อใหม่แต่จะใช้วิธีพอกปูนฉาบให้ดูเหมือนกับว่าผนังบ้านได้ฉากทำให้คานที่รับน้ำหนักผนังแผ่นนั้นต้องรับน้ำที่มากกว่าที่ออกแบบไว้และเกิดแรงบิดเยื้องศูนย์ทำให้คานแตกร้าวได้และอาจเกิดนำซึมเข้ามาในบ้านจากรอยร้าวดังกล่าวได้
    3.กำแพงที่แข็งแรงสามารถทำหน้าที่แทนเสาได้ ดังนั้นในบ้านบางหลังอาจจะไม่มีเสาอยูเลยก็เป็นได้ทำให้บ้านดูสวยงามขึ้นและตัดปํญหาด้านฮวงจุ้ยที่เกี่ยวกับเสาบ้านแบบหายขาดเพราะการมีเสาไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใดของบ้านก็แล้วแต่ถ้ามอกเห็นเละเป็นเสาเหลี่ยมถือว่าไม่ดีทั้งหมด(บางกรณีเสากลมจะได้รับการยกเว้นเพราะเดินไปชนแล้วไม่เจ็บเท่ากับเสาเหลี่ยมไม่เชื่อลองดิ)ควรสร้างบ้านให้เก็บเสาให้มิดชิดถึงจะดี(เอาของเก็บเข้ามุมได้)

    ข้อเสีย
    1.การต่อเติมหรือซ่อมแซมทำได้ยากต้องให้วิศวกรดูแลเท่านั้นเพราะพฤติกรรมของโครงสร้างของบ้านที่แตกต่างจากบ้านในอดีต ทำให้ช่างก่อสร้างที่ไม่สามารถคำนวนโครงสร้างได้เหมือนกับวิศวกร มักเข้าใจว่าบ้านก็คือบ้านพร้อมกับอวดอ้างประสบการณ์ว่าผ่านการสร้างบ้านมา 20-30 ปีแล้วขอให้เชื่อมือผมเถอะ เราก็จะให้ช่างเหล่านั้นมาต่อเติมบ้านเราและสุดท้ายเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา ช่างก็จะบอกว่าทำมาหลายหลังแล้วไม่เห็นเป็นไรเลย แต่ของพี่นะเป็นหลังแรกเลย ผมว่าแล้ว บ้าน Pre-Cast ไม่ดีหรอก สู้บ้านแบบสร้างหน้างานไม่ได้หรอก บ้านที่ผลิตแบบ Mass จะสู้แบบ Niche ได้ไง ว่าไปนั่น
    2.แบบบ้านเลือกไม่ได้มากหรือเลือกได้ตามที่บริษัทกำหนดเพราะบริษัทต้องการ Economic of Scales
    3.ภาพลักษณ์ของคนที่อยู่หมู่บ้านแบบนี้จะดูเป็นบ้านแบบ economy house (สังคมไทยไม่ยกย่องทั้งๆ ที่เป็นบ้านที่ก่อสร้างด้วย New Technology ต่างประเทศนิยมมาก)

  25. ขอบคุณพี่ธันยวัชร์ และ คุณอาทิตย์ รวมทั้งพี่ๆ ที่มาโพสต์กระทู้
    ทำให้หนูได้รับความรู้มากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ

    ขอบคุณพี่ธันยวัชร์ ที่ส่ง files มาให้นะคะ

  26. สวัสดีค่ะ คุณธันยวัชร์ และคุณอาทิตย์
    ขอขอบคุณที่ส่ง file มาให้ เป็นความรู้อย่างยิ่ง ทุกครั้งที่ว่างจะฟังรายการสดตลอด แต่หากไม่ว่างจะฟังย้อนหลังทาง Internet ค่ะ เพราะถ้าหากฟังรายการสดบ่อย ๆ โดยเจ้านายเหล่แน่ รายการดี ๆ อย่างนี้ ขอให้อยู่คู่ FM 96.5 ตลอดไปนะคะ และขออวยพรให้คุณทั้งสองมีแต่ความสุขเรื่อยไป
    หากมีข้อมูลดี ๆ รบกวนช่วยจัดส่งทาง E-mail ให้ด้วยนะคะ
    *** อยากได้ CD เกี่ยวกับเรื่อง Blue Ocean มาก ๆ เลยคะ

  27. บอกให้ก็ได้สิ่งที่ทำให้คุณทองมา สำเร็จ ในการทำงานคือ
    1. การตัดสินใจ คิดเร็ว ทำเร็ว คุณทองมาสั้งการ ลูกน้องเดินตามทั้นทีไมมีหือ
    2. เงินในหน้าตักมาก จึงได้เปรียบ ทั้ง ทั้งพนักงาน คู่ค้า วัสดุ
    3. รอบการผลิตเร็วมาก
    4. การควบคุมต้นทุน พูดได้เลยว่า ระบบการควบคุมต้นทุนการก่อสร้างที่นี่ยอดมาก
    5. ต้นทุนต่ำมาก ทั้งซื้อของได้ถูก ทั้งไม่ต้องใช้เงินตัวเอง เพราะรอบการผลิตสั้นได้รับเงินจากลูกค้าแล้วค่อยจ่ายค่าวัสดุ
    6. คุณทองมา อยู่กับงาน งาน และงาน เป็นผลให้ลูกน้องต้องทุ่มกับงาน งาน งานเหมือนกัน
    7. กล้าได้กล้าเสีย ไม่ยึดติดกับการทำ feasibility study ให้วุ่นวายเหมือนกับบริษัทฝรั่ง ถามสิว่า ตังโรงงาน precast ทำ feas ไหม ไม่มี แม้แต่ซื้อที่พัฒนาโครงการใช้ประสบการณ์ล้วนๆ ของคุณทองมาเอง
    8. ไม่อั้นกับการเอา tecnology ใหม่ใหม่เข้ามในบริษัท คงไม่มีที่ปรึกษา big big ที่ไหนไม่เคยให้บริการพฤกษา
    9. บูญเก่าของคุณทองมามีเยอะ

  28. เชิดชูกันเหลือเกิน

    โกงลูกค้าเก่งล่ะไม่ว่า

    บ้านมันไม่เคยมีการ QC

    ไปตรวจบ้านมีขี้ลอยอยู่สันดาน ทองหมา


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: