Published in: on March 11, 2007 at 6:17 pm  Comments (31)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2007/03/11/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2/trackback/

RSS feed for comments on this post.

31 CommentsLeave a comment

  1. เจ้าของกระทู้ในเว็บ อสมท.ไม่อนุญาต ขอลบกระทู้นะครับ

  2. เรียนคุณ mo คุณ uva (และผู้ฟังท่านอื่น ๆ ที่อาจมีความรู้สึกคล้าย ๆ กันนะครับ)

    หลังจากอ่านคอมเม็นท์จบ ผมมีสิ่งที่ต้องการสื่อสารกลับบางประการครับ

    (คุณ mo อาจจะเรียกมันว่าข้อโต้กลับ ความพยายามในการหักล้าง การแก้ต่าง หรืออะไรก็สุดแท้แต่นะขอรับ…)

    ผมคิดว่าเป็นธรรมดาของสรรพสิ่งบนโลก ย่อมไม่มีสิ่งใดสมบูรณ์แบบ

    ยิ่งเป็น “สิ่งที่ดีที่สุด สำหรับคนทุกคน” แล้ว … ผมคิดว่าเป็นไปได้ยากเหลือเกิน

    การจัดรายการวิทยุก็เช่นเดียวกัน

    บทสนทนาที่ดุเด็ดเผ็ดมัน โดยเฉพาะที่ออกไปในเชิงวิพากษ์นั้น ต้องอาศัยความกล้าที่จะถาม เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบที่คนฟังต้องการ ฟังแล้วได้ประโยชน์ ไม่ใช่คำตอบที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจนั้น ๆ

    ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบเช่นนั้น … คือความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ถูกถามไม่พอใจ หรือความเสี่ยงที่ทำให้ผู้ล้อมวงฟังอยู่นั้น เห็นว่าไม่เหมาะสม (ด้วยเกณฑ์ตัดสินที่แต่ละท่านมีต่างกัน หรือไม่เท่ากัน)

    ซึ่งผมมองว่าการตัดสินว่า “เหมาะ-ไม่เหมาะ” ตรงนั้น มักแตกต่างกันไปตามวิจารณญาณของแต่ละคน หาฉันทนมติได้ยาก

    หน้าที่ของผู้สัมภาษณ์จึงสุ่มเสี่ยง เหมือนเดินอยู่บนเส้นบาง ๆ ที่มีโอกาสจะล้ำไปทางหนึ่งทางใดเสมอ

    แต่อย่างไรก็ตาม เรายินดีรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ และขอแลกเปลี่ยนความเห็นดังกล่าว

    Artit : ip 58.8.103.251 : ip No IP2 [ 12 มี.ค. 50 เวลา 00:43 น. ]

  3. ผมเป็นคนที่ยอมรับการวิจารณ์ (เพราะผมก็วิพากษ์คนอื่นเช่นกัน) ไม่อย่างนั้น ผมจะไม่มาตอบให้เสียเวลาการทำงานของผม

    แต่ก่อนที่จะผมจะวิจารณ์ใครนั้น ผมจะมีหลักการของผม

    เช่นถ้าผมจะวิจารณ์ผู้จัดรายการวิทยุ ก็ต้องฟังรายการเขาอย่างต่อเนื่อง ฟังทั้งช่วง ไม่ใช่ฟังเพียงแค่ช่วงขับรถ

    อย่างนี้จะเห็นต้นไม้ทีละต้น แต่ไม่เห็นป่าทั้งป่า

    จริงๆเรื่องคุณเรวัติ เคยมีกระทู้ทำนองนี้เกิดขึ้นมาแล้ว และผมได้ตอบไปแล้ว และมีคนมาแสดงความเห็นหลายอยู่

    ผมกับคุณเรวัติ สนิทสนมกันไม่มาก พอกระเซ้ากันได้

    และการกระเซ้ากันนั้น ก็เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน บรรยากาศผ่อนคลาย

    นอกจากนี้วิธีการจัดรายการช่วงเชิญแขกนั้น ถ้าแขกสนิทกัน ผมจะแสดงความเห็นอีกมุมนึง ตามหลักวิภาษวิธี

    คุณเรวัตินั้น เป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง และเป็นเจ้าของกิจการ เวลาเสนอไอเดียอะไรนั้นจะสวมหมวกสีเขียว ซึ่งเป็นหมวกความคิดสร้างสรรค์(คุณต้องไปอ่าน Six thinking hats ของ Edward de Bono

    ความคิดสร้างสรรค์นั้น หมายถึงการคิดแบบโยนข้อจำกัดทั้งมวล อาจเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติก็ได้

    ส่วนผมเวลาแย้งนั้น ผมสวมหมวกสีขาว Fact & Figure เอาข้อเท็จจริงเป็นหลัก ว่าทำได้ ทำไม่ได้ เพราะการพูดในรายวิทยุ อาจมีคนไปทำตาม ต้องระมัดระวัง (แต่ไม่ใช่เคส บัฟเฟ็ต นะ)

    หรืออาจเป็นความเห็นแย้งอื่นๆ

    บางครั้งคุณเรวัติก็ย้อนผมแรงๆ เช่น วันที่ 5 ก.ค.2549 ที่ผมแย้งเรื่องวอร์เรน บัฟเฟ็ต

    คุณเรวัติก็ย้อนแรงๆเช่น “ที่คุณบอกว่าวอร์เรน บัฟฟัต ไม่จำเป็นต้องมีแบรนด์ คุณเข้าใจผิดอย่างมากเลยนะ เพราะตอนที่คุณยังไม่จบการศึกษา บัฟเฟ็ตก็ตั้งบริษัทมานานแล้วนะ”

    “สมัยผมเป็นนักศึกษา ผมรู้จักวอร์เรน บัฟเฟ็ต ตอนนั้นคุณยังไม่จบเลยนะ”

    คุณลองไปฟังดูสิครับ

    ถ้าผมเสนอความเห็นแย้ง แล้วถูกย้อนกลับมาแบบนี้ ผมเถียงกลับ ย่อมจะไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของรายการ

    หลายครั้งที่ผมเสนอความเห็นต่าง เพราะสวมหมวกคนละใบ คนอาจจะมองว่าขัดแย้งกัน

    ผมก็ให้วิทยากรพูดเป็นหลักสิครับ

    ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคนอยากฟังวิทยากรอยู่แล้ว
    ที่คุณเขียนว่า “คุณธันยวัชร์ก็ไม่พอใจไม่ยอมพูดกับวิทยากร น้ำเสียงบอกถึงความไม่พอใจ”

    ผมโดนหนักๆ ผมก็ย่อมไม่พอใจสิครับ ผมเป็นคนนี่ครับ และไม่ใช่คนที่สร้างภาพว่าต้องเป็นคนที่ยอมทุกอย่างได้นี่ครับ

    “แต่หลังจากนั้นไม่นานเวลาวิทยากรท่านนี้มาพูดคุย คุณธันยวัชร์จะพยายามควบคุมการสนทนาอย่างมากเพื่อไม่ให้หลุดแบบนั้นอีก”

    ผมถามหน่อย การที่ผมพยายามพูดคุยนั้น ไม่ใช่เรื่องดีที่ดีต่อรายการและคนฟังรึ

    หรือต้องการให้ทะเลาะกัน

    “และถ้าผมฟังไม่ผิดเสียงสะท้อนกลับไปยังคุณธันยวัชร์(แง่ลบ)คงมีไม่น้อย ส่วนตัวผมชอบรายการนี้นะเพียงเหตุการณ์อย่างนี้ถ้าไม่มีจะสมบูรณ์แบบมาก”

    ผมว่าคุณเป็นคนที่ขัดแย้งในตัวเองนะ

    เสียงสะท้อนในแง่ลบ เป็นกระทู้มีเหมือนกัน ไม่มีลบกับผมนะ ไม่เชื่อก็ไปดูกระทู้นี้วันที่ 5 ก.ค. 2549 สิครับ

    การที่คุณเขียนกระทู้นี้ โดยอ่านความระหว่างบรรทัดและคำที่ใช้แล้ว ผมคิดว่าคุณมีอาจจะมีอคติกับผม ไม่มากก็น้อย

    หวังว่าที่ผมคิด คงจะไม่จริงนะครับ

    กับคุณเรวัตินั้น ผมให้เกียรติอยู่ตลอดเวลา

    อาจจะมีหลุดบ้างในบางครั้ง ซึ่งผมก็แก้ไข

    ถ้าคุณมองผมด้วยใจเป็นธรรม คุณก็รู้ว่าผมไม่ใช่คนอย่างที่คุณว่า

    จริงๆ ผมเคยบอกหลายครั้งแล้วว่ารายการผมนั้น ไม่ต้องฟังตลอดก็ได้

    ตอนไหนไม่ชอบ รับไม่ได้ ก็ลองหมุนไปฟังคลื่นอื่นซะ
    ซึ่งผมก็ทำแบบนั้น

    ไม่ใช่เรื่องแปลก

    เอาเวลาที่จะ “ติเรือทั้งโกลน” ไปทำอย่างอื่น

    น่าจะได้ประโยชน์มากกว่ามั้งพี่

  4. ส่วนคุณผู้หญิงซึ่งบอกว่า “ดิฉันไม่ได้รู้จักกับ อ.สรรชัย ไม่ได้เป็นลูกน้องท่าน หน้าตาก็ไม่เคยเห็นว่าเป็นคนไหน แต่ดิฉันเดือดแทนท่าน (อาจเรียกว่า ยุ่งแทนเค้า ก็ตาม)”

    ผมก็เชื่อ เพราะถ้ารู้จัก อ.สรรค์ชัย ที่ผมรู้จักมา 20 ปี แล้ว คงไม่เขียนกระทู้ออกมาในลักษณะนี้

    ผมจะไม่ตอบกระทู้คุณอย่างละเอียดในที่นี้

    ผมจะไปตอบละเอียดใน http://www.thaicoon.wordpress.com เพราะกระทู้ของคุณน่าจะเป็นกรณีศึกษาบางเรื่องให้ “แฟนๆรายการของผม” (ซึ่งคุณไม่ใช่ คุณเป็นแค่คนฟัง เพราะคุณบอกว่า “จึงติดตามฟังอาจไม่ทุกตอน แต่ก็ติดตามอยู่บ่อยๆ)มาระดมความเห็นกัน

    เอาเป็นว่าถ้าคุณรู้เรื่องการตลาดมาบ้าง คุณจะรู้ว่าผมพูดเพื่อสร้างองค์ความรู้ทางการตลาด

    ไม่ใช่เอามัน

    และการหัวเราะของผม 2 คน ก็เป็นสไตล์ ไม่ใช่หัวเราะเพื่อดูถูกใคร

    กล่าวโดยสรุป ผมไม่ใช่คนดูถูกคนอื่น อย่างที่คุณคิด

    แต่ถ้าคุณมีเพื่อนฝูงที่เป็นแฟนรายการผมประจำ(ไม่ใช่อย่างคุณ ที่ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง)

    เขาก็อาจจะยืนยันว่าผมไม่ได้ดูถูกคนอื่น

    ถ้าคุณรู้สึกแย่ๆกับผม
    พึงระลึกด้วยว่า ผมรู้สึกแย่กับกระทู้คุณหลายเท่านัก

    ถ้าคุณเห็นว่ารายการที่ให้ความรู้ทางการตลาด การจัดการและกลยุทธ์ อย่างBusiness Connection

    รายการที่คนฟังได้ทั้งความสนุกสนานและได้ความรู้เหมือนกำลังเรียนเอ็มบีเอทางวิทยุ

    รายการที่มีการจัดสัมมนา หรือแนะที่สัมมนาฟรีๆอย่างต่อเนื่อง

    รายการที่ผู้จัดนั่งแจกไฟล์ด้วยตัวเองหลายพันอีเมล์

    รายการที่แจกหนังสือ แจกซีดีประจำ

    แต่คุณคิดว่าผู้ดำเนินรายการทั้งสอง กำลังดูถูกวิทยากร

    คุณจะอดนอน ฟังช่วงรีรันไปทำไม

    ถ้าเป็นผม ผมจะเลิกฟังไปเลย

    หรือถ้าไม่เลิก ก็จะไม่ฟังช่วงที่ผมไม่ชอบ

    สำหรับผม ถ้าผมจะว่าใครดูถูกใคร ผมจะมองว่าคนๆนั้นใช้คำหยาบและคำบางคำที่สะท้อนคำดูถูก

    เช่น ถ้าเปิดสาย และคนฟังโทรเข้ามาคุย หลังจากฟังผู้ฟังคนนั้นแล้ คนจัดฯบอกว่า “คุณนี่มันโง่จริงๆ”

    อย่างนี้จะถือว่าผู้จัดคนนั้น “ดูถูก” คนอื่น

    แต่ผมไม่เคยทำแบบนั้น

    ทว่าบางรายการทำนะ ซึ่งผมก็ไม่ฟังช่วงนั้น

    ผมจะเลือกฟังเฉพาะตอนที่ผมชอบ

    คุณก็ทำแบบนั้นก็ได้

    หรือถ้ารู้สึกแย่ หรือมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อผู้จัดแล้ว

    เลิกฟังเถอะครับ

    เพราะฟังต่อไป จะส่งผลเสียกับคุณ อย่างยิ่งยวด

    นี่ขนาดคุณเป็นคนฟังไม่ประจำนะ ผมยังตอบกระทู้ของคุณ

    คิดดูเอาก็แล้วกันว่าผมเห็นความสำคัญของฟีดแบ็กมากขนาดไหน

    ถ้าผมเป็นคนดูถูกคนอื่น ผมจะไม่แยแสกระทู้คุณหรอก เพราะถึงผมไม่ตอบ คนอื่นก็มาตอบแทนผมอยู่แล้ว

    ปล. อย่าลืม ไปอ่านตอบฉบับเต็มที่ http://www.thaicoon.wordpress.com

  5. ส่วนฉบับเต็ม

    ว่างๆค่อยมาตอบนะครับ

  6. หลักการโฆษณานั้น คนที่ Hot สุดๆจะเป็นที่สนใจมากกว่า

    ฟังแล้วได้มุมมองที่เป็นจริง หากคุณฟังแบบผิวเผิน

    ไหนเลยจะเข้าใจถึง “แก่นแท้ ” ของรายการเล่า

  7. ความจริง ผมฟังมาตลอดนะ ตอนที่คุณเรวัติเข้าช่วง และมีการแซวกันไปมาอยู่หลายครั้ง ก็ได้ฟังเป็นพยานมาโดยตลอด รวมถึงครั้งหลังๆเรื่องคุณนิโคล เรื่องอาจารย์สรรชัย ยอมรับถ้าไม่ดูบริบท
    อื่นๆ ไม่ได้ดูเนื้อความทั้งหมดที่เค้า discuss กัน ไม่ได้ทราบ background ความสัมพันธ์
    ของวิทยากรและผู้ดำเนินรายการมาก่อน ประกอบการพิจารณาละก็ จะดูเหมือนรุนแรงและก้าว
    ร้าวไปบ้าง ในความเห็นส่วนตัวผมไม่รู้สึกอะไร เพราะเน้นเนื้อหาสาระเป็นหลัก และดูเหมือน
    บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดสามารถรับกันได้ คนนอกอย่างผมก็ได้แต่เคารพความเป็นตัวของตัว
    เองของวิทยากรและผู้ดำเนินรายการทุกท่าน ขอเก็บเกี่ยวไปแต่เนื้อหาสาระ และความรู้เพียง
    อย่างเดียวครับ

  8. ผมเห็นด้วยกับความคิดข้างบนครับ

    เพียงอยากจะเพิ่มเติมความคิดเห็นนิดนึงว่า ในส่วนตัวผมเองรู้สึกว่าจะมีการพูดถึงคุณนิโคล มากและบ่อยไปนิดนึง จนอาจจะทำให้เข้าใจว่าคนจัดรายการมีปัญหากับประเด็นนั้น เหมือนเล่นไม่เลิก และทุกครั้งก็จะมีการอธิบายว่าเกิดจากการชี้ประเด็นทางการตลาดแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการอ้างถึงตัวบุคคลและผู้ที่ว่าจ้างบุคคลนั้น เมื่อพูดถึงบ่อย ๆ เลยเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาให้กลุ่มผู้ฟังครับ

    แต่อย่างไรก็ตาม สาระคงเดิมครับ

  9. วันนั้นก็ฟังค่ะ แต่ไม่รู้สึกเหมือน จขกท. เหมือนคุณธันยวัชร์ถามเพื่อให้อ. สรรชัย ได้แสดงความคิดเห็นออกมาจากใจทั้งหมด เลยดูเหมือนจี้คำถาม และถามแบบตรงๆ ซะมากกว่า ก็สนุกดีค่ะ ข้าวไม่มีความรู้เรื่องการตลาดหรอกค่ะ ก็เลยได้ประโยชน์มาเต็มๆ

  10. วันนั้นผมก็เป็นคนหนึ่งที่ฟังรายการ จริงๆ แล้ว เมื่อโฆษณานี้ออกอากาศ ผมก็เห็นพี่ธันยวัชร์ วิพากษ์มาก่อน วันนั้นผมจึงอยากจะฟังว่า เมื่อ อ.สรรค์ชัย เข้ารายการจะเป็นอย่างไร และพี่ธัน ก็ยกประเด็นนี้ขึ้นมา ซึ่งทำให้ผมเกิดมุมมอง 3 ด้าน
    ด้านที่ 1 ในฐานะมนุษย์(ผม) กับ มนุษย์(พี่ธันยวัชน์) ผมคิดว่า หากวันนั้น พี่ธันยวัชร์ ไม่ยกประเด็นนั้นขึ้นมา หรือ เปลี่ยนเป็นเออออ กับ อ.สรรชัย ก็คงเป็น ประเภทกลับไป กลับมา
    ด้านที่ 2 ในฐานะของคนฟัง และ ผู้จัดรายการ ความขัดแย้งนั้นก็ทำให้ผมได้เกิดความคิดต่อยอด ซึ่งผมก็ได้แสดงใน comment ที่ผ่านมาไว้แล้ว
    ด้านที่ 3 คือ อ.สรรชัย ซึ่งท่านก็วางตัวได้ดี น่ายกย่อง ทุกวันนี้ผมก็ยังให้ความเคารพ และ นับถือในความสามารถของอาจารย์เหมือนเดิม เพิ่มความรู้สึกที่ดีในการวางตัวของท่านอีกด้วย

    ผมฟังรายการพี่ธันยวัชร์มาพอสมควร ก็มีหลายๆครั้ง ที่ผมมีความเห็นที่แตกต่างกับพี่ธัน เช่น ช่วงของคุณเรวัติ ที่คุณเรวัติเสนอ business model แล้ว พี่ธัน ไม่เห็นด้วย หรือ แย้ง แต่ผมกลับเห็นว่าน่าจะทำได้ และถ้าผมจะเอา idea นั้นไปทำ การแย้งที่ใช้เหตุผล ก็ช่วยให้ ผมเห็นช่องโหว่ และ อุดรอยรั่วนั้นได้ (ฝากพี่ธัน บอกกับคุณเรวัติด้วยว่า ท่านเป็นบุคคลที่ผมชื่นชมมาก และความคิดของท่านสร้างสรรค์มาก)

    ผมเชื่อว่าในฐานะนักจัดรายการ การที่พี่ธัน เป็นตัวของตัวเอง การที่ อาจารย์…. รายการข้างๆ ท่านเป็นตัวของตัวเอง ทำให้ผมซึ่งเป็นผู้ฟังได้รับความรู้ที่แท้จริง มากมายทีเดียว

    ผมว่ามีคนไทยอีกมาก ที่ยังไม่เข้าใจเรื่องบทบาททางสังคม หรือเรื่อง Six thinking hats จึงมีประเภท แม่ค้าไม่ขายของให้ดาราที่เล่นบทตัวอิจฉาในหนังอยู่….พี่ธัน ระวังแม่ค้าไม่ขายของให้เด้อ HA HA

    ขอฝากความ ปราถนาดีถึง คุณอาทิตย์ ซึ่งผมเห็นว่าน่าจะรุ่นเดียวกัน (สัก30) คุณอาทิตย์เป็นคนที่มีความรู้ดี นิสัยใจคอดี (แต่ถ้าไม่ปลอมเป็นสาวๆ เข้าไป จะไม่คุย M ด้วย….) และมีโอกาสได้ทำงานกับ Marketing Mainframe (พี่ธัน) เคยได้ฟังสัมภาษณ์ ว่าคุณอาทิตย์ชอบศึกษาแนวทางของท่านพุทธทาส ก็อยากให้เอาความรู้เชิงพุทธ กับหลักการตลาด มาผนวกและนำเสนอเป็นการตลาดเชิงพุทธ (คล้ายๆ คุณดนัย) ผมว่าน่าจะดี และมีประโยชน์นะครับ

  11. ขออนุญาตเข้ามาอีกรอบครับ

    คุณๆเคยที่ต้องจำใจทำอะไรสักอย่างโดยที่ก็ไม่มีใครบังคับให้คุณทำ แต่คุณจำเป็นต้องทำ
    โดยที่คุณเกลียดที่ต้องทำอย่างนั้นเข้าไส้มั๊ย ยกตัวอย่างว่า คุณจำใจต้องนั่งเฝ้าหน้าบ้าน
    ทั้งวันเพื่อคอยไล่รถที่จะมาจอดขวางหน้าบ้าน คุณจำใจต้องทำเพราะมันทำให้คุณเดือดร้อน
    แต่เป็นการกระทำที่คุณมองว่าไม่อยากจะต้องมานั่งเฝ้าเลย จะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่น
    แต่ไม่เฝ้าไม่ได้ อะไรแบบนี้ ฉันใดฉันนั้น มันทุกข์มันเป็นเวรกรรมนะ หากคุณๆไม่ชอบรายการ
    แต่จำใจต้องนั่งฟังทุกวัน ทัง้ที่เกลียดผู้ดำเนินรายการเต็มที่ โดยที่ไม่มีใครบังคับให้ต้องมา
    นั่งฟังนะ แต่มันห้ามใจไม่ได้ แบบนี้ ทุกข์นะผมว่า ฟังด้วยอาการปราศจากทิฐิ ฟังด้วยอาการ
    สงบ ฟังด้วยการใช้ตรรกะแลเหตุผล ล้วนๆ เถิด ความสุขจากการรับความรู้และสาระจะเกิด
    มากมาย

  12. นานาจิตตัง

  13. เท่าที่ผมฟังวันนั้น ก็ฟังดูน่าอึดอัดใจไม่น้อย ผมฟังรายการนี้กับเพื่อนยังหันมามองหน้ากันแล้วคุยกันว่า มันต้องคุยรุกกันขนาดนี้เลยหรือ ผมเองยังต้องคอยลุ้นว่า ทางวิทยากรรับเชิญมาจะหาทางออกอย่างไร ผมเชื่อว่าผู้จัดรายการโดยเฉพาะคุณธันยวัชร์ มีความสนิทสนมกับทางวิทยากรรับเชิญอยู่พอตัว จึงพอกระเซ้าได้หนักหน่วงดุจหมัดไทสัน คุณสรรชัยก็ประมาณโฮลีฟิลด์ เลยพอฟัดพอเหวี่ยง แต่สรุปแล้ว คนที่ไม่เคยฟังหรือติดตามไม่บ่อยจะรู้สึกว่าเกินงาม ผผแนะนำให้พูดคุยกลางๆ เอาไอเดียไม่ต้องเค้นหนักมาก ทุกคนฟังแล้วให้สบายใจทุกฝ่าย

    ทางสายกลางครับ

    ปล. ผมไม่ชอบนิโคล แต่ผมว่าโฆษณาก็ตรงเป้าดีนะครับ

  14. ผมต้องบอกไว้ก่อนว่า ที่มาตอบกระทู้ ไม่ได้เป็นการมาแก้ตัว

    เพราะผมไม่จำเป็นต้องแก้ตัว แต่เป็นการแสดงจุดยืนของผม

    แต่ถ้าชี้แจงแล้ว ก็ยังเข้าใจตามที่ตนเองอยากจะเข้าใจเช่นนั้น ก็ว่ากันไป

    ผมไม่เดือดร้อนกับความเข้าใจของคนเหล่านั้น

    ถามว่า ผมจะปรับสไตล์การสัมภาษณ์วิทยากรหรือเปล่า แน่นอน ผมคงไม่ฝืนกระแสหรอก ถ้าไม่ชอบสไตล์นี้ พวกคุณก็จะได้เห็นสไตล์เออออห่อหมกกับวิทยากร เหมือนกับที่ผมและอาทิตย์จัดกันทุกวันอังคาร

    และต่อมาวันพุธกับคุณเรวัตก็เป็นแบบนั้น

    วันพฤหัสก็คงอยู่ในสภาพเช่นเดียวกัน

    จะได้ไม่เกิดปัญหาต้องมาอธิบายอะไรกันให้เสียเวลาทั้งคนจัดและคนฟัง

    ความสมานฉันท์จะบังเกิด

    เรื่องชวนทะเลาะในสังคม มีมากเกินพอแล้ว

  15. ความเห็นส่วนต้วผมนะครับ ผมคิดว่าอย่างนี้สิดีมากและมีสีสัน ชอบมากครับถ้าไม่มีแบบนี้ก้อธรรมดาหาฟังได้เยอะแยะ
    แบบนี้สิถึงเรียกว่าแตกต่าง ถ้าไม่ดีจริงคงเจ๊งเอง(หลักการตลาด) แต่ถ้าดีจะมีคนวิจารณ์มาก (แสดงว่ามีคนฟังมาก(ขายดี)) เชียร์ให้ลุยกับแขกรับเชิญไปเรื่อยๆครับ ไม่ต้องเกรงใจกันไม่ว่าจะรู้จักกันมานานหรือไม่ คุยเรื่องการตลาดนะครับไม่ใช่คุยการเมืองกับผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง แบบนี้ถึงจะเป็นสื่อตัีวจริง ไม่ใช่พอได้ค่าโฆษณาก้อเชิญมาสัมภาษณ์แล้วเชียร์ยันเต ฟังแล้วเลิกครับ

  16. ผมเองเป็นแฟนรายการ และก็ทำธุรกิจส่วนตัว ต้องยอมรับว่าการทำธุรกิจเวลาประชุมกัน ผมชอบให้มีการถกปัญหาต่างๆในที่ประชุมให้มีมุมมองที่หลากหลาย เฉกเช่นเดียวกับการดำเนินรายการของคุณธันยวัชร์ ผมมองว่าการดำเนินรายการแบบนี้ ทั้งคนที่จัดรายการและวิทยากรอาจมีการตอบโต้กันในเชิงเหตุและผล ซึ่งผลประโยชน์ตรงนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ฟังอย่างยิ่ง ผมเองก็เคยมี Case ที่เป็น ISP แห่งหนึ่งดำเนินนโยบายธุรกิจที่ค่อนข้างเอาเปรียบ ซึ่งคุณธันยวัชร์เองก็นำรายละเอียดตรงนี้ไปแลกเปลี่ยนกับอ.สมภพ เรื่องการเอาชนะใจทางธุรกิจ ซึ่งทำให้ผมมองว่าทางรายการมีเจตนาดีที่จะนำสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคมธุรกิจมาเปิดเผย เพื่อวัดบรรทัดฐานทางธุรกิจในอีกทางหนึ่ง ผมขอเป็นกำลังใจให้คุณธันยวัชร์และคุณอาทิตย์ด้วยครับ ขอบคุณครับ

  17. นานแล้วนี่ เถียงกันเรื่อง นิโคลเหรอเปล่า ? ไม่เห็นจะมีอะไรมาก ปกตินี่ เค้าซี้กันแค่ไหน ใครจะไปรู้ละ ไม่ซีเรียสนะ ปกติไม่สนอะไรอยู่แล้ว ขอแค่ Content ในรายการเจ๋งๆ เท่านั้นแหละ และอย่าแขวะ ทักกี้ มาก

    คนที่ตำหนิเรื่องนี้ ขออย่าทำสะดิ้งเกินเหตุ ถ้าไม่เถียงกันจะรู้เหรอว่าเค้าทำการตลาดแบบย้อนยุค (Retro ไรซักอย่างนี่แหละ)

    ที่จริงเรื่องนี้มันเหมือนหรือคล้ายกับหนังเรื่อง แฟนฉัน มากๆ คือเล่นกับความทรงจำของผู้คน ใช้ได้นะ แต่อย่างว่า โฆษณามันแค่ไม่กี่วิ ถ้าสร้างความประทับใจให้คนดูได้ ก็ OK

  18. ผมก็อยากให้คุณธันยวัชเป็นตัวของตัวเองก็ดีแล้ว แต่ช่วงหลังๆออกจะคล้ายๆ อ.วีระFm97Mhz.จะทำงานให้เป็นที่ยอมรับต้องรักษามวลชนด้วย ผมรู้ว่าคุณก็รู้ ยิ่งสูงจิตต้องยกระดับให้สูงด้วย

  19. คุณธันยวัชร์พูดเหมือนงอนเลยนะคะ ข้าวว่า เป็นแบบที่คุณเป็นแหละดีที่สุด ดูมีเอกลักษณ์ดี แตกต่างจากฟังรายการอื่นๆ อาจลดดีกรีลงนิดส์นึง แต่อย่าถึงกะต้องปรับให้ตามกระแสเลยค่ะ ไม่หนุก ทำแบบนี้รายการไหนก็ทำได้ ไม่ยาก แต่ข้าวว่าเป็นแบบคุณธันย์วัชร์น่ะทำยากนะคะ คุณลองนับดูสิคะ มีกี่ความเห็นที่ไม่ชอบ กับที่ฟังอย่างเงียบๆ ถึง 10 คนรึเปล่าที่รู้สึกเช่นเดียวกับ จขกท. สู้เค้า….ทาเคชิ ข้าวไม่ได้ยุให้ทะเลาะกันนะคะ แต่ให้กำลังใจค่ะ

  20. ผมได้ฟังรายการในวันนั้นด้วยผมรู้สึกเฉยๆ อาจจะเป็นเพราะผมเข้าใจความเป็นคุณธันยวัชและคุณอาทิตย์ในขณะเดียวกันผมก็เห็นถึงความสัมพันธ์หรือสัมพันธภาพระหว่างคุณธันยวัชและคุณอาทิตย์กับ อ.สรรค์ชัย หรือแม้แต่คุณเรวัต และสาระที่คุณธันยวัชและคุณอาทิตย์เองต้องการนำเสนอต่อผู้ฟ้งแฟนรายการ

    ผมเห็นว่าด้วยคำถามและข้อคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา ในจุดที่ตรงใจผู้ฟังแฟนรายการอยากทราบบวกกับความรู้ทางการตลาด การจัดการ เป็นสิ่งที่ผมได้รับและ okนะ ส่วนเรื่องประเด็นปัญหาผมคิดว่าคุณธันยวัชและคุณอาทิตย์รู้ว่าวิทยากรแต่ละท่านที่เชิญมาหรือประจำรายการเขาจะรู้ว่าระยะที่เขาจะยืนหายใจลดต้นคอกันได้ควรห่างแค่ไหน

  21. “Speak when you are angry and you will make the best speech you’ll ever regret” ขอชิ่นชมการควบคุมอารมณ์ของ อ.สรรชัย การมองในมุมตรงข้ามเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์แต่ควรอยู่ในขอบเขต

  22. ฟังเพลินดีครับ ขณะนี้กำลังลุ้นว่าความเห็นของฝ่ายใดจะถูกต้อง(วิทยากร vs ผู้ดำเนินรายการ)
    ไม่ทราบว่าจะนำตอนสรุปผลมาคุยให้ฟังอีกเมื่อไรครับ ถ้าสอนล่วงหน้าเรื่องวิธีการประเมิน ช่วงเวลาและ ใช้ KPI อะไรบ้าง จะฟังได้ประโยชน์ยิ่งขึ้น ฝากพิจารณาด้วยครับ

  23. ผมคงไม่นั่งมาประกาศตัวว่าฟังมานานกี่ปี แต่ผมมีอย่างหนึ่งที่อยากให้คนไทยทุกคนต้องมานั่งขบคิด
    ตามที่มีกระทู้ร้องเรียนเรื่องคุณธันยวัชและคุณอาทิตย์ว่ารับประทานดันวิทยากร ผมมองแตกต่างกันออกไปผมมองว่ามันเป็นการดวลกันทางความคิด แน่นอนว่าการพูดคุยจะออกมาในทำนองภาษาดอกไม้คงไม่ได้ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีต่อผู้ฟัง เพระเคสนิโคลผมเคยนั่งถกกับแฟนกันในรถ ผมเห็นตรงกับคุณธันยวัช แต่แฟนผมเห็นด้วยกับอ.สรรชัย
    ขณะทีถกกันอย่างเมามัน และผมก็ฟันธงไปว่าไม่workแน่นอน แต่แฟนผมก็สวนมาว่า จะworkหรือไม่อย่างน้อยเธอก็หนึ่งคนที่สนใจโฆษณาจนเราต้องมานั่งถกกัน ผมอึ้งไปสักพักเออจิงว่ะ คนไทยมักคิดว่า เป็นคนก้าวร้าวกับผู้ใหญ๋ถ้าเถียงกับคนอายุมากกว่า และเป็นคนเอาแต่ใจตนเองถ้าไม่ยอมคนที่อายุเท่ากัน
    แตกต่างไม่ใช่แตกแยก

  24. ผมก็ฟังคับ แต่ผมฟังในถานะนักเรียนเพราะผมเคยขอเรียน MBA ทางอากาศแล้ว เมื่ออาจารย์ผู้สอนเชิญเพื่อนอาจารย์มาสอนด้วยและมีความคิดหลากหลายเกิดขึ้นก็เป็นประโยชน์ต่อนักเรียนในด้านความที่แตกต่างเป็นอย่างไร แต่ผมเชื่ออาจารย์ของผมมากก่วา (ของแท้) เป็นกำลังใจในการทำดีอีกนานโข ปล. อยากทราบตอนนี้ผมฟังทุกวันครบ 5 วัน ที่เหลืออีก 2 วันมีใหมครับ , อาจารย์ธันยวัช มีแฟนยังครับ , อยากเห็นหน้า คุณอาทิตย์ , สุดท้ายขอแสดงความเคารพจากใจ

  25. การที่จัดรายการวิทยุ(สด)นั้นย่อมเกิดอะไรที่ไม่คิดมาก่อนว่ามันจะเกิดนี้คือ สิ่งที่แตกต่างกับรายการที่เป็นเทป ซึ่งผมชอบมากและคนจัดรายการนั้นต้องมีการควบคุมให้รายการไปเป็นตามที่มันจะเป็น(ในแง่ของคนฟังทั่ว) แต่ในแง่ของนักการตลาดแล้วการที่ผู้รู้ทั้ง 2 จะมีความคิดเห็นไม่ตรงกันนะเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะว่าการที่เราได้เห็นความคิดทั้ง 2 ด้านนั้นในแง่ของคนฟังจะพบว่าไม่ว่าเรืองอะไรที่เกิดขึ้นย่อมมีเหตุทั้งดีและร้ายเกิดขึ้น ซึ่งเรานั้น (ผู้ฟัง)ต้องคิดและเลือกว่าเหตุผลได้ใดที่ควรเลือก (ขึ้นอยู่กับความคิดส่วนตัวและประสบการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งไม่เหมือนกัน) การที่ผู้รู้ 2 คนมาเสนอความเห็น (มาใช้การเสนอความเห็นนะไม่ใช้การ…..กัน) ที่มีข้อแตกต่าง กัน ผมว่าเราเป็นผู้ฟังเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์ที่สุด ซึ่งสิ่งที่ตามมานั้นก็คือความคิดเห็นของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกันหรือเหมือนกัน
    แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่ว่าการเสนอความคิดเห็นนั้น(ผู้จัด)ว่าจะได้รับประโยชน์มากน้อยแค่ไหน(ผู้ฟัง)
    (แต่ของผมว่าผมชอบที่มีการได้ฟังความเห็นทั้ง 2 อย่างเพื่อได้เปรียมเที่ยบความคิดเห็นและได้กรองความรู้ที่ได้ไม่ให้เชื่ออะไรง่าย ๆ เกิดไป)

  26. อยากเป็น premium list ครับ จะขอไฟล์เศรษฐกิจพอเพียงในยุคโลกาภิวัตน์
    เพิ่งจะฟังได้ประมาณ 1 เดือน(ช่วงปิดเทอม) เรียนอยู่ชั้นม.5
    รายการจัดดีมาก จะฟังต่อไปครับ

  27. หลังๆนี่คุณอาทิตย์ดูมีความเอ็นเตอร์เทนขึ้น ชอบๆ ก่อนหน้านี้ยังเฉยๆแต่เดี๋ยวนี้สไตล์การพูดลงตัวมากเลย จะติดตามต่อไปครับ

  28. Dear K. Thanyawat,

    Kindly include me in the “premium list” for the distribution of your valuable files. Thank you for your kind support.

    May your radio program continue to provide many practical lessons in simple and clear manner. I normally listen to the rerun version as I often need to concentrate on works in the day time.

    Best regards,
    Songsak Chaisakkanont
    Marketing Manager
    CREATIVE POLYMERS LTD.

    P.S. BTW, I am 45 by age.

  29. สวัสดีคับพี่ธันยวัชร์

    จะรบกวนขอfile อัตชีวประวัติของริชาร์ต แบนสันครับ(ขอบคุณมากคับ)

    อ่านthaicoonมาได้สองปีแล้วคับ ชอบคับ แล้วก้อรู้ว่าพี่มีจัดที่วิทยุแต่ไม่เคยได้ฟังเลย จนมารู้ว่าฟังย้อนหลังได้เลย(แย่เลย) เพราะต้องมานั่งฟังย้อนหลังตลอดเลยคับ

    เจอปัจจัยติดหนับเข้าให้

    ขอเสนอหน่อยคับว่าในthaicoonเห็นพี่สนใจในบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้วทำไมไม่ทำcolumn company visitเป็นcolumnประจำละคับ และอยากจะให้สัมภาษณ์ผู้บริหารและถ้าดีกว่านั้นเป็นเจ้าของโดยตรงเลยจะดีมากคับปีนึงจะได้แค่12ท่านเอง

    อยากจะเพิ่ม conceptหนังสือจากbusiness management,strategy &investment คับเพราะในตลาดหนังสือเกี่ยวกับinvestmentผมว่ายังไม่มีเล่มไหนทำได้ดีเลยคับ

    นับถือคับ…

  30. อยากจะติดต่อของลงสปอตในรายการไม่ทราบว่าติดต่อได้อย่างไรบ้างครับ
    ยังไงก็ช่วยติดต่อกลับหน่อยนะครับ
    0863147828

  31. ชอบฟังรายการที่คลื่น 96.5 มากครับได้ความรู้มากและเมื่อวันที่18 ตุลาคม 50 ได้ไปร่วมงานสัมมนาการสร้างแบรนด์ จัดได้ดีมากครับ ถ้ารอบหน้ามีอีกช่วยบอกด้วยนะครับ และไม่ทราบว่าจะดาวน์โหลดที่ อ.สรรชัย สอนได้เมื่อไหร่ครับ แล้วการเรียน ป.โท เรื่องผู้ประกอบการ แต่พื้นฐานภาษาอังกฤษไม่ได้เรื่องเลยครับจะเรียนได้ไหมครับ
    ขอให้ทีมงานสุขภาพแข็งแรงนะครับ
    กันตภณ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: