เรียนรู้จากสามก๊ก ตอน (1) การสร้างตัวของเล่าปี่

สามก๊กฉบับภาษาังกฤษ ว่ากันว่าใครอ่าน “สามก๊ก” สามจบ คบไม่ได้

ประโยคนี้แสดงว่าสามก๊กนั้นเป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม คนที่อ่านมากถึงสามครั้ง ย่อมซึมซับเพทุบายต่างๆไปโดยไม่รู้ตัว

เพราะตัวละครสำคัญในสามก๊กนั้นมากเล่ห์เพทุบาย

อ่านมากๆเข้าก็อาจจะคิดแบบโจโฉเข้าสักวัน

พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา

อันนี้ก็เป็นประโยคที่ติดปากเหมือนกัน

ผมเคยถามผู้บริหารหลายคนว่าชอบตัวละครใดในสามก๊กมากที่สุด

จำได้ว่าคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมิศักดิ์ ตอบว่า “เล่าปี่”

นอกจากนั้นแล้ว ผมก็ยังมองนักธุรกิจระดับ tycoon ด้วยว่าเขาเป็นตัวละครใดในสามก๊ก

กล่าวสำหรับคุณก่อศักดิ์นั้น เมื่อละครที่เขาชอบมากที่สุดคือเล่าปี่ ซึ่งเป็นพระเอกในสามก๊ก ก็เป็นไปได้ว่าเขามองว่าธนินท์ เจียรวนนท์ นายใหญ่ของเขานั้นคือเล่าปี่

ส่วนตัวเขาอาจจะเปรียบเทียบได้กับอะไร ก่อศักดิ์ไม่ยอม แต่ถ้าจะให้เดาอาจเป็น “ขงเบ้ง”

วันนี้จะเขียนถึงภูมิปัญญาจากสามก๊ก โดยจะหยิบตัวละครทีละตัวจากพงศาวดารจีนเรื่องนี้มาเขียนถึงเชื่อมโยงเข้ากับกลยุทธ์และการจัดการสมัยใหม่ โดยกล่าวถึงตัวละครเล่าปี่

อาจจะมีคนเขียนถึงเล่าปี่มามาก

หลายคนถึงกับ “ดูเบา” เพราะในบรรดาเจ้าก๊กทั้งสามนั้น เล่าปี่อาจดูด้อย เมื่อเปรียบเทียบกับโจโฉ และไม่เด่นอะไรมากเมื่อเปรียบเทียบกับซุนกวน แต่ผมกลับมองอีกมุม

ถามว่าเล่าปี่คือตัวละครที่ผมชอบมากที่สุดใช่ไหม

ตอบได้ทันทีเลยว่าไม่ใช่

ตัวละครที่ผมโปรดปรานมากที่สุดคือขงเบ้ง

ส่วนตัวละครที่ผมพยายามศึกษานิสัยใจคอมากที่สุดคือ โจโฉ เพราะโจโฉเป็นตัวละครที่สามารถพบเห็นได้ในชีวิตจริงๆ เป็นตัวละครที่คุณผู้อ่านอาจจะพบเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอยู่แล้วก็เป็นได้ ทว่าอาจจะไม่ได้เห็นชัดเจนว่าเป็นโจโฉ เพราะโจโฉเป็นตัวโกง คงไม่มีใครสรรเสริญเยินยอตัวโกงเป็นแน่

จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่ไม่มีใครแสดงว่าตัวเองเป็นโจโฉ

แต่ถ้าให้คุณหญิงหมอพรทิพย์ตรวจดีเอ็นเอ จะพบว่าเป็นโจโฉ

กลับมาที่เล่าปี่

เล่าปี่เป็นคนที่สร้างตัวเองคนที่ไม่มีอะไรเลย

ฝรั่งจะเรียกว่า Create Something out of Nothing

หรือที่เราเรียกจีนโพ้นทะเลที่สร้างธุรกิจยิ่งใหญ่ว่ามีแค่เสื่อผืนหมอนใบเท่านั้น

คนที่สร้างตัวจากมือเปล่าจนกลายเป็นหนึ่งในสามฮ่องเต้นั้น ไม่เก่งก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

ที่สำคัญก็คือเล่าปี่ไม่ใช่คนที่ฉลาดปราดเปรื่อง ไม่ว่าจะเชิงบุ๋นหรือเชิงบู๊

รบก็รบไม่เก่ง

วางแผนก็ไม่ใช่จุดแข็ง

เช่นนั้นแล้ว เล่าปี่ขึ้นเป็นใหญ่ได้อย่างไร

สิ่งที่เล่าปี่มีก็คือ “ภาพลักษณ์ที่ดี” และความเป็นเชื้อพระวงศ์ราชวงศ์ฮั่น ที่แม้จะห่างจากพระเจ้าเหี้ยนเต้เหลือเกิน แต่เล่าปี่ก็รู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์ได้

ทว่าไม่ใช่อยู่ดีๆจะไปประกาศว่าตนเป็นเชื้อพระวงศ์ ถ้าไม่มีคนยอมรับล่ะ ไม่หน้าม้านรึ

คนเรานั้นหากจะคิดทำการใหญ่ได้ต้อง “สะสมคนเก่ง”

การที่เล่าปี่ซึ่งเป็นลูกคนทอเสื่อขาย เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับกวนอู เตียวหุย โดยที่มีปณิธานตรงกัน ถือว่าเป็นการมองคนขาด เพราะในเวลานั้นทั้งกวนอู เตียวหุย ก็ยังไม่ได้สร้างวีรกรรมลือลั่นแต่อย่างใด

เล่าปี่คงมีลักษณะดึงดูดบางประการ ถึงทำให้จูล่ง มาเป็นทหารเอกคู่ใจ

จุดเด่นของเล่าปี่ก็คือเป็นคนมีภาพลักษณ์

เล่าปี่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ความเป็นคนโอบอ้อมอารี มีเมตตา และเป็นเชื้อพระวงศ์(แม้จะปลายแถวก็ตามที) ได้กลายเป็น Positioning ที่แข็งแกร่ง ที่ยากจะหาใครเทียมทานในช่วงเวลานั้น

แม้เล่าปี่จะมีเชื้อพระวงศ์ แต่ในสภาพความเป็นจริงแล้ว เขาคือลูกชาวบ้าน ที่เรียนหนังสือไม่เก่ง แต่คิดการใหญ่

ทว่าเล่าปี่สามารถแปลงจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็งได้

การที่เขามาจากลูกชาวบ้านนั้น ทำให้เขารู้ว่าชาวบ้านต้องการผู้ปกครองแบบไหน เขาจะเป็นผู้ปกครองในฝันของชาวบ้าน

Positioning เช่นนี้ได้ขจรขจายไปแบบปากต่อปาก ไม่เพียงชาวบ้านจะรัก บรรดาผู้มีฝีมือต่างเข้าด้วยกับเล่าปี่ไม่น้อย

และเป็นเหตุให้ได้ขงเบ้งมาเป็นกุนซือในเวลาต่อมา

ความที่เล่าปี่เรียนไม่เก่ง ทำให้เขาอ่อนน้อมถ่อมตนเข้าหาปราชญ์

การไม่มียศฐาบรรดาศักดิ์ ทำให้เขาเป็นคนเก็บความรู้สึก ไม่แสดงออกทางใบหน้า

อย่างไรก็ตาม โจโฉกลับหวาดเกรงเล่าปี่มากที่สุด

เพราะมองว่าคนอย่างเล่าปี่นั้นคิดการใหญ่ สะสมคนดีมีฝีมือ

อาจจะเป็นภัยต่อตนในภายภาคหน้าได้

About these ads
Published in: on March 16, 2007 at 8:27 am  Comments (9)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2007/03/16/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-1-%e0%b8%81/trackback/

RSS feed for comments on this post.

9 CommentsLeave a comment

  1. “ธรรมดาสรรพสิ่งในใต้ฟ้า เมื่อแยกกันนานๆ ก็กลับเข้ารวมกัน เมื่อรวมกันนานๆ ก็กลับแยกกันอีก”

    ผมได้อ่านสามก็กครั้งแรกตอนเรียนม.ต้น รอบแรกเรียกว่าอ่านเอาสนุก เหมือนนิยายกำลังภายใน รอบที่สองก็เริ่มเก็บรายละเอียดมากขึ้น แต่เมื่ออ่านรอบที่สาม ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ถึงเข้าใจแก่นแท้ของ สามก็ก ในสามก็ก นอกจากกลยุทธ์ เล่ห์เหลี่ยม เพทุบายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ” คน ” ในสามก็ก มีคนอยู่ทุกจำพวก มีดี มีร้าย กิเลส ตัณหา ทุกอย่าง เรียกได้ว่า สามก็ก คือ คู่มืออ่านคน เล่มแรก ก็ว่าได้

    หากเราได้ทำความเข้าใจ ว่าจริงๆ แล้ว ตัวละครทุกตัว ใน สามก็กใช้วิธีอ่านคน
    เล่าปี่ อ่านคนเก่ง และรู้กุศโลบาย ในการปฎิบัติกับคน
    โจโฉ ก็อ่านคน และช่วงใช้คนตามความสามารถ
    ขงเบ้ง แม้ใช้กลยุทธ์มากมาย แต่ทุกกลยุทธ์ก็ใช้ โดยการอ่านใจคู่ต่อสู้ เช่น โจโฉ จิวยี่ สุมาอี้

    เช่น กลยุทธ์ ขงเบ้งดีดกู่ฉิน(พิณจีน) ลวงทัพ 15 หมื่นของสุมาอี้ หากคนที่นำทัพเป็น เตียวหุย ที่มุทะลุ คาดว่า ขงเบ้งคงได้ตายคากู่ฉิน เป็นแน่แท้

    จะเห็นได้ว่า กลยุทธ์ เป็นของตาย คน เป็นของเป็น กล่าวคือ หากเราสามารถอ่านคนได้ จึงค่อยนำกลยุทธ์มาใช้ได้

    ในสามก็ก มีผู้นำ 3 คน คือ โจโฉ (วุยก็ก), เล่าปี่ (จกก็ก) และ ซุนกวน (ง่อก็ก) โดยมากคนจะรัก เล่าปี่ ผมว่าน่าจะเป็นเพราะเล่าปี่ เป็นคนธรรมดาสามัญเช่นเราท่าน หากดูกันแล้วที่มาซึ่งอำนาจของบุคคล 3 คนนี้ ก็แตกต่างกัน

    ซุนกวน เป็นผู้นำเพราะได้รับมรดก
    โจโฉ เป็นผู้นำเพราะสร้างตัวเอง (วิ่งเต้นขอสัมปทาน)
    เล่าปี่ เป็นผู้นำได้เพราะ มีคนมากมายคอยช่วยเหลือ ดังนั้น เล่าปี่จำเป็นต้องปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างดี เพราะอำนาจที่ได้มาจาก ประชาชน และ ความช่วยเหลือของคนอื่น

    ผมว่าคุณธนินท์ คงไม่ใช่เล่าปี่แน่ เพราะท่านไม่เคยมาเยือนผมที่บ้านสักครั้ง ครั้งเดียวก็ไม่เคยจริงๆนะพี่ HA HA

  2. ผมยังไม่เคยอ่าน”สามก๊ก”เลยครับ เคยอ่านแต่บทความเกี่ยวกับสามก๊กแล้วก็การ์ตูนที่เป็นเรื่องแปลงมาจากสามก๊ก ไม่รู้ว่าพี่ธันยวัชร์ กับคุณ ink berry เคยอ่านรึป่าว? เรื่อง “หงสาจอมราชันย์”

    เรื่องนี้จะดำเนินเรื่องโดยมี สุมาอี้ เป็นตัวเอกน่ะครับ อ่านแล้วก็สนุกดีครับ

    นอกจากนี้แล้วผมก็ยังได้ดูจากแผ่นด้วยครับ แต่ก็ยังดูไม่จบสักที

    และจากที่ได้ดูได้อ่านมาจากบทความบ้างนั้น ถ้าถามว่าผมชอบตัวละครตัวไหน ก็ต้องบอกว่าผมสนใจในตัวละคร “โจโฉ” ครับ

    อย่ามองที่ความเหี้ยมโหดของโจโฉ เพราะในยุคสมัยที่ “เค้าไม่ตาย เราก็ม้วย” นั้น ความเด็ดขาดเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผมสนใจว่า ในขณะที่สายตาคนอื่นมองว่าโจโฉเป็นคนโหดเหี้ยม อำมหิตนั้นทำไมจึงยังมีลูกน้องที่ นับถือเขาด้วยใจจริง แสดงว่าโจโฉไม่ได้เลวขนาดที่ใครๆคิดในสายตาของลูกน้อง

    และหลายๆครั้ง โจโฉ ก็แสดงให้เห็นว่าเค้าก็รักลูกน้องของเขาด้วยใจจริงเช่นกัน

    ผมมองว่าถ้าเราจะนำนิสัยของตัวละครในสามก๊กมาปรับใช้ ไม่ว่ากับธุรกิจ หรือด้านอื่นก็ตาม วิธีการหรือพฤติกรรมของโจโฉ น่าจะเป็นประโยชน์กับเราได้ในหลายด้านครับ หากเรารุ้จักเลือกในส่วนที่ดีๆมาใช้

    ส่วนตัวละครเล่าปี่นั้น แม้ดูจะเป็นคนดีมีเมตตา แต่บางครั้งก็ไม่เหมาะกับสถานการณ์ครับ อย่างเช่นตอนนึงในสามก๊ก ที่ก่อนตายเล่าเปียวได้ยกเมืองซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญ ให้เล่าปี่ แต่ด้วยความเกรงข้อครหา เล่าปี่ไม่ยอมรับเมืองนั้น สุดท้ายต้องเสียเมืองให้แก่ศัตรู(ไม่แน่ใจว่าใช่โจโฉรึป่าวครับ)

    ความเกรงใจ เกรงจะมีข้อครหา นับเป็นจุดอ่อนสำคัญของตัวละครเล่าปี่ แต่เล่าปี่ก็มีจุดแข็งในด้านการอ่านคนอย่างที่พี่ธันยวัชร์ว่าไว้

    ส่วนตัวละคร ซุนกวน นั้นผมไม่ค่อยทราบรายละเอียดสักเท่าไหร่ แต่เท่าที่เคยฟังรายการของพี่ธันยวัชร์และพี่อาทิตย์ พี่ๆบอกว่าตัวซุนกวนนั้นมีจุดเด่น ในด้านการใช้คน คือเมื่อใช้ใครแล้วก็จะให้ความไว้วางใจเต็มที่ หากไม่ไว้ใจก็จะไม่ใช้

    สรุปว่าตัวละครทุกตัวต่างมีข้อดี และข้อเสีย ขอเพียงรู้จักเลือกในส่วนดีมาปรับใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ ก็จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยากครับ

    ปล. วันนี้เพิ่งไปซื้อหนังสือ “สอนลูกให้คิดเป็น” ขอบ อาจารย์ เสรี พงศ์พิศมาครับ

  3. ผมไม่เคยอ่าน “หงสาจอมราชันย์” เหมือนกัน น่าจะสนุกนะครับ (จริงๆ ไม่ได้อ่านการ์ตูนมาปีกว่าแล้ว)

    หลายๆ เรื่องในสามก็ก ก็สามารถนำมาใช้ในธุรกิจ
    ผมขอยกเรื่องของ เล่าปี่เพราะพี่ธันยวัชร์กล่าวถึงเล่าปี่ จริงๆผมชอบ จูล่ง นะ เหตุเพราะเก่ง และที่สำคัญ คือ ตายดี

    หากยกเล่าปี่เป็นแบรนด์
    วัตถุประสงค์ คือ การรวบรวมแผ่นดิน
    แบรนด์อิมเม็จ ของเล่าปี่ คือ ความซื่อสัตย์ คุณธรรม และมีน้ำใจ
    เล่าปี่อาศัย แบรนด์อิมเมจ นี้ สร้างตัวขึ้น ลูกน้องที่เข้ามาก็เพราะตรงนี้ ประชาชนที่ยกย่องก็เพราะส่วนนี้เช่นกัน

    การที่เล่าปี่ไม่รับเมืองเกงจิ๋ว จากเล่าเปียวก็เพื่อรักษา แบรนด์อิมเมจนี้ไว้ และตอนอพยพประชาชนหนีกองทัพโจโฉ ไปยังเมืองกังเหลง ก็เป็นการยึดหมั่นในแบรนด์อิมเมจ เช่นกัน ทำให้เล่าปี่สามารถครองแผ่นดินได้ในอนาคต

    ในการทำธุรกิจ ก็เช่นเดียวกัน มีหลายครั้งที่ เราจะต้องเลือกระหว่างยอดขายปัจจุบัน กับ แบรนด์อิมเมจ หรือ positioning ของแบรนด์ หากเราเลือกยอดขายในระยะสั้น ก็อาจมีผลต่อเป้าหมายในระยะยาวได้

    ยกตัวอย่างเช่น หาก louis Vuitton ทำกระเป๋าถือ รุ่นพิเศษออกขายในราคา 2000 บาท ผมว่าคงมียอดขายสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่ในระยะยาว แบรนด์ Louis Vuitton คงเสียมนต์ขลังไปแน่

    ปัญหาเช่นเดียวกันนี้ กำลังเกิดขึ้นกับ Starbuck ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหุ้น ที่จำเป็นจะต้องขยาย และเพิ่มยอดขาย ขณะเดียวกันการพยายามที่จะเพิ่มยอดขาย และขยายสาขา กำลังส่งผลกระทบกับ Core of Stabuck brand (แก่นแท้ของแบรนด์)

  4. ในความเห็นผม ผมคิดว่าเราควรศึกษาเรื่องสามก๊กจากประวัติศาสตร์ เพราะเรื่องที่เราอ่านกัน “ฉบับ หลอกว้านจง” มันเป็นเพียงนิยายอิงประวัติศาสตร์ แต่งขึ้นมาเพื่อรับใช้การเมืองในยุคหลังๆ ที่บอกว่าเล่าปี่ สะสมคนเก่งในความเป็นจริงคนเก่งส่วนใหญ่ภักดีกับโจโฉ ส่วนขงเบ้งที่ว่าเก่ง ตามประวัติศาสตร์ก็ไม่เคยรบชนะใครเว้นเบ้งเฮก แถมในช่วงปลายชีวิตของเล่าปี่ก็ไม่ได้เชื่อถือขงเบ้งเท่าไร ก๊กของเล่าปี่เป็นก็กที่เล็กที่สุด เทียบมิได้กับอีกสองก๊กเลย แต่เดิมผมชอบสามก๊ก”ฉบับ หลอกว้านจง”มาก แต่พอศึกษาลึกๆ แล้วไม่สนใจอีกเลยครับเหมือนอ่านประวัติศาสตร์ไทยที่เขียนเพื่อรับใช้การเมือง โกหกทั้งนั้น

  5. ผมก็ชอบ จูล่งเหมือนกับคุณinkberry ตอนท้ายคือได้ตายแบบสงบ แม้ว่าจะได้รับการยกย่อง
    ว่าเป็นเจ้าพระยาที่หลังคนอื่น แต่จูล่งก็มีความภักดีต่อนายเป็นอย่างมาก

  6. ผมว่านะเล่าปีนั้นเป็นคนที่ไม่ปกปิดความต้องการของตนเองได้ดีและแสดงภาพลักษณ์ได้ดี และเป็นคนที่ทำที่ท่าไม่ต้องการทำอะไรไม่ได้แต่จริงแล้วจะเป็นผู้กำหนดทุกสิ่งและทำอะไรสักอย่างก็ไม่ต้องทำเพราะมีแขน(กวนอู)ขา(เตี้ยหุย)สมอง(ขงเบ้ง) ซึ่งทำให้ไม่ต้องเครืองไหวแต่เครืองที่ได้ และอีกทั้งเล่าปีนั้นอาจต้องให้คนอื่นเห็นว่าตนเป็นคนดีและความเหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้แต่จะมีคนบอกความเป็นจริงได้หรือเปล่าว่าไม่ได้แอบอาง ทั้งนี้ความสามารถพิเศษของเล่าปีนั้นคือการที่แสดงตนว่าเป็นคนดี มีน้ำใจ และทำโง่ (อันนีผมว่าเขาแกล้งนะ) ซึ่งสามารถทำให้คนอื่นหรือคู่แข่งไม่ระวังและพบจุดจบได้ แต่มีคนที่ดูออกว่าที่แท้เล่าปีเป็นคนอย่างไรคือ โจโฉ

  7. ผมคิดว่า เล่าปี่เป็นคนที่อ่านคนขาด พร้อมที่จะผูกมัดคนอื่น ดูตอนที่ขอร้องให้ขงเบ้งดูแลลูกชายสิ พูดตั้งมากมายเพียงเพื่อไม่ให้ขงเบ้งตีจากหลังจากที่ตัวเองตายไป บางครั้งเล่าปี่ก็โง่จริงๆ พอไม่มีขงเบ้งโดนเผาไปทั้งกองทัพครับ ตอนที่ยกทัพไปแก้แค้นให้กวนอูครับ ไหนบอกว่าศึกษาตำราตั้งแต่เด็กครับ แต่ผมชอบโจโฉนะครับ ชอบที่ ยอมทรยศคนทั้งโลก แต่ไม่ให้โลกทรยศตน แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีคนกล้าทำกล้ารับแบบนี้อีก ซุนกวนก็เก่งนะครับ สานต่อจากสมบัติเก่าให้งอกเงยได้ แต่สมัยนี้ บางคนไม่งอกเงยไม่เท่าไหร่แต่เหลือน้อยกว่าเดิม หรือหมดกว่าเดิมนี่สิ ผมว่าสุดยอดจริงคือท่านแว่นน้ำครับ(สุมาเต็กโช) ขนาดโจโฉส่งคนมา ท่านยังหลบไปก่อนเลย เรียกว่ารู้หลบรู้หลีกจริงๆ แต่ว่าเพราะตอนหลังคนแซ่ สุมา เหมือนกับท่านก็มาเป็นฮ่องเต้ ไม่รู้ที่ท่านช่วยเล่าปี่เพราะรู้มาก่อนหรือเปล่า ????

  8. มาเสริมว่าคนที่อ่านสามก๊กแล้วควรอ่าน”หงสาจอมราชันย์”ครับ

    อย่ามองว่าเป็นแค่การ์ตูนแล้วจะทำเมินนะครับ
    คนวาดนำเสนอแง่มุมที่แปลกไปจากที่เคยอ่านสามก๊กฉบับปกติ ผมว่าตัวละครทุกตัวมีความคิดสมเหตุสมผลกว่าของหล่อกว้านจงเยอะเลยครับ

    เรื่องนี้เจ๋งไม่เจ๋ง ก็ได้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาของไต้หวันไปแล้วล่ะครับ (เด็กไทยได้เรียนแค่บทเดียว)

    ปัญหาก็คือ……….ตอนนี้หาเล่มเก่าๆอ่านยากซะแล้วครับ

  9. โจโฉ เป็นพระเอกสำหรับผม

    เพราะผมมองว่าศักยภาพของโจโฉนั้นเด่นกว่าเล่าปี่

    คงเป็นเพราะผมดันไปอ่าน สามก๊ก ที่ท่าน คึกฤทธิ์เขียนไว้มั้งครับ

    เพราะจากที่ทราบ จะมี สามก๊กหลายๆมุมมอง

    บางฉบับซุนกวนก็เป็นพระเอก

    สำหรับผม ชอบอ่าน ฉ.แปลของ ตระกูล พัธโนทัย มากครับ

    เอ จะทำอย่างไร ถึงจะเป็น

    พรีเมี่ยมลิส ของคุณ

    เพื่อที่จะได้รับ File ต่างๆครับ

    หากคุณได้อ่านแล้วจะ เข้าลิสให้อัตโนมัติก็จะขอบคุณมากครับ

    shalaone@gmail.com

    ทศ ครับ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 40 other followers

%d bloggers like this: