โค่นระบอบโมเดอร์นเทรด…ยาก!!! ตอน 1

walmart.jpg
โมเดอร์นเทรดที่ครองอำนาจตั้งแต่หลังวิกฤตเศรษฐกิจเป็นต้นมานั้นได้กลายเป็น “ระบอบ” ที่ฝังรากลึกลงไปในอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยแล้ว

ถ้าจะ “โค่นระบอบโมเดอร์นเทรด” จริง ก็ต้องมี “คณะปฏิรูปการปกครองระบอบค้าปลีก” เสียก่อน

ใครจะเป็นคนลงมือ ในเมื่อ “พันธมิตรโชวห่วยเพื่อค้าปลีก” ยังไม่เข้มแข็งพอ

ข่าวเครือข่ายต้านระบอบโมเดอร์นเทรดที่สะพัดไปทั่วทั้งก่อนการปฏิรูปการปกครองและหลังปฏิรูปการปกครองก็ยังไม่ซ่างซานั้นแสดงให้เห็นว่าผู้ค้ารายย่อยนั้ย “ทุกข์จริง”

ถึงกับมีข่าวว่าจะรวมตัวกันประท้วงแม้ว่าจะมีประกาศกฎอัยการศึกก็ตาม

แสดงให้เห็นว่า “ระบอบโมเดอร์นเทรด”กำลังจะทำลายค้าปลีกไทยให้สูญพันธุ์ไปจริงจังแล้ว

อันจริงโมเดอร์นเทรดในช่วงแรกที่เข้ามาในปี 2539 นั้น ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะว่าตอนนั้นยังไม่ได้รับความนิยมเพราะเพิ่งเข้ามาในช่วงแรก อีกทั้งห้างสรรพสินค้าไทยก็แข็งแกร่ง

ตอนนั้นไม่ได้มองว่าโมเดอร์นเทรดจะเป็นคู่แข่ง เพราะถือว่าอยู่คนละตลาดกันอีกทั้งกลุ่มเซ็นทรัลซึ่งเป็นพี่ใหญ่ในอุตสาหรรมก็ถือหุ้นใหญ่ในคาร์ฟูร์ และบิ๊กซีอยู่ด้วย ก็เลยคิดว่ายิ่งโมเดอร์นเทรดโต ตัวเองก็จะได้ด้วย

โมเดอร์นเทรดและห้างสรรพสินค้าอยู่คนละตลาดก็จริง แต่ก็มีบางส่วนที่คร่อมกันอยู่ เพราะก่อนหน้านั้นคิดว่าโมเดอร์นเทรดนั้นก็แค่ทำให้แผนกซุปเปอร์มาร์เก็ตให้ใหญ่ขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง

จริงอยู่ที่คนเข้าโมเดอร์นเทรดก็เพราะต้องการไปซื้อของใช้ประจำวันราคาถูกกว่าไปซื้อตามห้างทั่วไป แต่สินค้าอื่นๆจะลูกค้าก็จะไปซื้อตามห้างสรรพสินค้าที่มีของให้เลือกมากกว่าและมีคุณภาพสูงกว่า แต่ทว่าวันนี้ความนิยมของผู้ซื้ออยู่ที่ว่า ถ้าซื้อของใช้ประจำวันราคาถูกได้ที่โมเดอร์นเทรด ก็น่าจะซื้อของอย่างอื่นได้เหมือนกัน

ดังนั้นจะเห็นว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในโมเดอร์นเทรดก็ขายดีมาก

สุดท้ายโมเดอร์นเทรดก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยยุคใหม่

Published in: on April 13, 2007 at 10:39 pm  Comments (6)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2007/04/13/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%94%e2%80%a6/trackback/

RSS feed for comments on this post.

6 CommentsLeave a comment

  1. Song Khram Modren Trade.
    chow-huay Su Su..

  2. กรณีของโมเดอร์นเทรด เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวเราทุกคน
    ในชีวิตประจำวัน เราไม่มีความสามารถผลิตสินค้า กินเอง ใช้เองได้ทุกอย่าง
    การพึงพาโดยซื้อหา จากร้านค้าปลีก จึงเป็นเรื่องปกติ เพียงแค่ว่าจะพอใจซื้อกับใคร
    ปํญหาจึงอยู่ที่ว่าจะมีวิธีสร้างความพอใจ หรือมัดใจผู้คน หรือชาวบ้านที่ล้อมรอบตัวเราอย่างไร ?
    ให้มาซื้อหาของกินของใช้กับเราก่อนที่จะไปหาคนอื่น ไม่ได้หมายความว่า ร้านของเราต้องใหญ่กว่า สินค้าของเราต้องถูกกว่า

    ได้มีโอกาสอ่านหนังสือแปลเรื่อง “ร้านขายผักของหนุ่มโสด” น่าสนใจมากเลยครับ คุณธัญยวัฒน์
    ดูเหมือนได้ฟังชื่อหนังสือจากรายการวิทยุ ของคุณ เนื้อเรื่องให้ความสำคัญ กับสัมพันธภาพในชุมชน กับร้านค้ขายผัก เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในประเทศ เกาหลี
    อ่านแล้วอาจจะได้แนวคิดเอาไปใช้ดัดแปลงกับสภาพจริงได้

    อยากอยู่ใน Premium List จังครับ

  3. การเอาชนะโมเดิร์นเทรดนั้นพอมีทางอยู่บ้าง คือการรื้อฟื้นการค้าแบบสหกรณ์ หรือ การพึ่งพาและถ้อยทีถ้อยอาศัยกันในชุมชน การรวมตัวกันเป็นสหกรณ์ค้าปลีกย่อมทำให้เกิดอำนาจต่อรองในการติดต่อผู้ผลิตได้

    แต่ปัญหาอยู่ที่จะทำให้ชุมชนเข้มแข็งจนเกิดการรวมตัวกันขึ้นมาได้อย่างไร ในเมื่อสังคมโลกาภิวัฒน์นั้นสร้างให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมจากอยู่แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย กลายเป็นต่างคนต่างอยู่

    ความไว้ใจกันในชุมชนหาได้ยากแล้ว เพราะแต่ละคนย่อมต้องการให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับตนเองก่อนส่วนรวม

    ถ้าไม่มีผู้นำชุมชนที่สามารถสร้างให้เกิดวัฒนธรรมพึ่งพาซึ่งกันและกัน และพึ่งพาตนเอง ย่อมยากที่จะเกิดการรวมตัวกัน เพราะใคร ๆ ก็อยากจะไปเดินห้างกันทังนั้น

    โชวห่วยที่อยู่รอดได้ในภาวะที่โมเดิร์นเทรดครองเมืองจึงแทบมองไม่เห็น จะมีก็แต่ร้านขายของชำเล็ก ๆ ในหมู่บ้านที่พอจะขายอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้บ้างเท่านั้น

  4. ความเห็นส่วนตัวมองว่า รัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา (สมัยทักษิณ) ไม่ได้เข้ามาเอื้อความช่วยเหลือให้แก่ผู้ค้าปลีกเท่าที่ควร ขณะเดียวกันกลับเอื้อประโยชน์ให้กับโมเดิร์นเทรดค่อนข้างมาก ดังจะเห็นได้จากการเติบโตที่ไร้รูปแบบของโมเดิร์นเทรด (โตแบบกระจายตัวอย่างครอบคลุมผืนแผ่นดิน) โดยที่ไม่มีกฏหมายออกมาควบคุมการเติบโตแบบนี้

    อย่างไรก็ตาม มิได้กล่าวหาการทำธุรกิจที่รุกหนักของโมเดิร์นเทรด เพราะมองว่าที่ผ่านมา โมเดิร์นเทรดก็มีพัฒนาการในการก้าวเข้ามาทำธุรกิจในเมืองไทย
    อย่างไรก็ตาม มิได้กล่าวหารัฐบาลถึงการเอื้อประโยชน์มากกว่าที่ควรจะเป็นแก่โมเดิร์นเทรด

    อย่างไรก็ตาม …ที่สำคัญ อยู่ที่ตัวผู้ค้าปลีกเองนั่นแหล่ะ ที่จะต้องปรับตัว ปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของโชห่วยเอง (แม้ว่ามันจะยากแสนยาก…แต่ต้องปรับตัว…จะมามัวแต่รวมกันร้องขอในใครๆ เข้ามาแก้ปัญหานี้)

  5. ประเด็นที่บทความนี้เขียนไว้น่าสนใจ คือ ความแข็งแกร่ง… ความแข็งแกร่งของร้านค้าปลีกไทย (ร้านโชวห่วย), ความแข็งแกร่งของห้างสรรพสินค้าไทย
    หากยังมีความแข็งแกร่งอยู่ก็สามารถสู้ได้ เช่นปัจจุบันห้างสรรพสินค้าไทยยังสามรถแข่งขัน(ทางอ้อม)ได้อยู่ แต่อนาคตก็ไม่แน่ ส่วนร้านค้าปลีกไทย ต้องยอมรับว่าไม่สามารถแข่งขันได้แล้ว

    การรมี Modern Trade ไม่ใช่สิ่งที่ผิด เราควรจะเรียนรู้ว่าสิ่งนี้เป็นวิวัฒนาการของการค้า
    ที่สำคัญคือผู้บริโภคได้ประโยชน์มากขึ้น เพราะถ้าผู้บริโภคไม่ได้ประโยชน์ Modern Trade ก็คงอยู่ไม่ได้เช่นกัน เช่น Jusco, Food Lion ก็ไม่สามารถแข่งขันได้ ไม่ใช่เพียงเฉพาะ ค้าปลีกไทยเท่านั้น

    การสร้างความอยู่รอดน่าจะเป็น การหาทางสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยการสร้างความแตกต่าง ต้องคิดนอกกรอบ (เช่น 7/Eleven)ไม่ใช่การมุ่งแก้ไขจุดอ่อน (เพราะว่าจะแก้ไขจุดอ่อนอย่างไรก็แก้ไม่สามารถแก้ได้ทัน เนื่องจากต้องใช้เวลามากและใช้ทรัพยากรมาก)

  6. การจะทำให้โชว์ห่วยนั้นอยู่ได้นั้น ควรจะต้องหาจุดแข็งของโชว์ห่วยให้ได้ก่อน เพราะบรรดาโชว์หวย สามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าในท้องถิ่นได้มากกว่า เพราะเมื่อเปรียบเทียบร้านโชว์ห่วย ในซอยบ้านผมเองนั้น สามารถสู้โมเดริน์เทรดได้สบาย เพราะว่าเขาสามารถให้บริการตามความต้องการของลูกค้าภายในชุมชนด้วย อีกทั้งยังมีระบบ ส่งถึงบ้านได้อีกด้วย (Delivery) เอากับเขาซิ ทำเอาพวกโมเดิร์น์เทรดถึงขั้นต้องออกมาขอร้องให้ร้านหล่านี้
    ไปช่วยซื้อของเพื่อให้มียอดส่งบริษัทบ้างเลย นี้เป็นตัวอย่างที่สำคัญมากที่อยากบอกให้บรรดาโชว์ห่วยทุกท่านที่กำลังประสบปัญหาอยู่ ว่าควรจะปรับตัวอย่างไรให้ได้ผล
    ในขณะที่ซอยบ้านเพื่อนผม รับลูกค้าเวลาเข้าไปซื้อของ เข้าได้ถามว่าจะซื้อของ กับถามผมด้วยคำถามที่น่าประทับใจเอามากๆ เลยว่า “ไม่มีตาดูหรืิอไง” ว่ามีของอันผมต้องการซื้อ แล้วเป็นอย่างนี้จะไปสู้อะไรกับร้านโมเดิร์น์เทรด กับเขาได้อย่างไร
    ในเมื่อการแข่งขันเข้ามาแล้ว เราไม่ปรับตัวว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว เรายังไม่ปรับปรุงระบบต่างๆ ทำอยู่เหมือนเดิมตลอด มันก็เป็นการยากที่จะสามารถแข็งขันได้

    ในความเห็นของผมคิดว่า ถ้าหากเราจะปรับตัวเพื่อสู้กับโมเดิร์นเทรดนั้น เราต้องมาทำ SWOT กัน เพื่อที่จะนำมาใช้ในการให้บริการกับลูกค้าเพื่อมัดใจลูกค้าเอาไว้ให้ได้
    แต่ถ้าไม่ปรับตัว พวกเราออกมาประท้วงอย่างไร เราก็ไม่สามารถสู้เขาได้ ถ้าหากว่าเรายังคงหวังแต่เพียงภาครัฐ ให้ออกกฎหมายมาช่วยเหลือเรา ทางโมเดิร์นก็ยังคงหาช่องโหว่ของกฎหมายรุกคืบเข้ามาอยู่ดี

    ทางที่ดีเราควรปรับปรุงคุณภาพการบริการของเราให้ดีเสียก่อนแล้วค่อย ให้รัฐมาช่วยเสริมเคี้ยวเล็บให้อีกที นั่นจะเป็นการดีที่สุด

    ขอให้โชว์ห่วย จงเจริญครับ (สู้ๆๆๆ)


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: