Second Life.com นิพพานไม่ได้ แต่อวตารได้

second1.jpg

ลองจินตนาการดู ….

นึกถึงโลก ๆ หนึ่งที่เราสามารถกำหนดได้ ว่าจะเกิดมาเป็นอะไร หน้าตาแบบไหน ทรวดทรงองค์เอวสะท้านใจเพศตรงข้ามขนาดไหน

โลกที่นำเอาสิ่งที่ผู้คนชื่นชอบในโลกแห่งความเป็นจริงเข้าไป แล้วบวกเพิ่มสิ่งที่ใจใฝ่ฝันเข้าไปอีก

เป็นโลกที่ไม่จำกัดเพศ-สัญชาติ-สีผิว-ชนชั้น-ฐานะ (แต่จำกัดอายุ)

เป็นโลกที่ไม่ต้องใช้เวลาเป็นแรมเดือนหรือเรือนปีในการเดินทางไปสัมผัส … ดั่งเช่นนักบุกเบิกสำรวจโลกในอดีตเขาทำกัน

ขอให้สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ แล้วให้เวลาเรียนรู้ทำความเข้าใจการใช้ชีวิตในโลกแบบที่ว่าสักหน่อยนึง ก็สามารถ “มีชีวิต” มีตัวตนในโลกนี้ได้

ร่ายมาซะยาว ผมกำลังจะพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า Second Life

Second Life เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดของ “โลกเสมือน” (Virtual World) ด้วยรูปแบบสามมิติที่ใกล้เคียงสภาพแวดล้อมที่มนุษย์เราใช้ชีวิตอยู่มากที่สุด (ในขณะนี้)

(ลองเข้าไปที่เวป http://www.youtube.com แล้วค้นหาคำว่า second life จะมีตัวอย่างคลิปที่เกี่ยวข้องให้ดูพอได้ไอเดีย หรือไม่ก็เข้าไปที่ http://www.secondlife.com เพื่อให้ได้กลิ่นอายก่อนก็ได้)

ด้วยการสร้างของบริษัทอเมริกันที่มีพนักงานเพียงร้อยกว่าคนที่เรียกว่า Linden Lab ในปี 2546 แต่เริ่มดังขึ้นจริง ๆ ในช่วงปี 49 ปีที่แล้วนี่เอง ผ่านการกล่าวถึงของสื่อระดับโลก รวมทั้งการเข้าไปมีส่วนร่วมขององค์กร หรือหน่วยทางสังคมสำคัญของโลก

ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนใน Second Life ประมาณเกือบสี่ล้านคน (แต่ที่เข้ามาใช้งานจริงในช่วงไม่เกินสองเดือนที่ผ่านมามีประมาณล้านกว่าคน)

การจะเข้าไปสัมผัสโลกนี้ไม่ยาก เพียงแค่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสเป็คขั้นต่ำใช้ได้ ต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แล้วเข้าไปลงทะเบียน

เมื่อลงทะเบียน ผู้ใช้จะต้องตั้งชื่อ รวมทั้งกำหนดรูปร่างหน้าตาของตัวเองในนั้น หรือที่เรียกภาษาเฉพาะว่า “อวาตาร์” (Avatar) … ซึ่งก็คือคำเดียวกับ “อวตาร” ที่เป็นแนวคิดทางปรัชญาฮินดู หมายถึงการแบ่งภาคลงมาเกิดในโลก (ของเทพเจ้าฮินดู เช่น นารายณ์อวตาร)

เมื่อกำหนด “อวตาร” ของตนเองแล้ว ก็จะสามารถเข้าไปในโลกของ Second Life ได้

ในช่วงแรกของการเปิดให้บริการ Second Life ยังเป็นโลกที่ว่างเปล่า เพราะทีมผู้สร้างต้องการให้ Second Life เป็น Platform ที่รองรับการสร้างสรรค์ของบรรดาผู้เข้ามาใช้ ปรากฏว่าผ่านไป 5 เดือน มีผู้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอเพียง 1,000 คน และเงินทุนมีอยู่ก็ใกล้เกลี้ยงกระเป๋า

ท่ามกลางความลังเลใจของเจ้าของเงินทุนว่าจะเดินหน้าหรือถอยฉาก ทีมงานได้สังเกตเห็นบางสิ่งในโลกที่พวกเขาสร้างขึ้น … หน้าตาของเมืองที่ผู้ใช้ร่วมกันสร้าง บางคนก็สร้างป่า บางคนสร้างไนต์คลับ บ้างก็สร้างอะไรแปลก ๆ … ทั้งหมดเต็มเปี่ยมไปด้วย “ความคิดสร้างสรรค์”

ทีมงานจึงตัดสินใจลุยต่ออีกเฮือกหนึ่ง รีลอนช์ Second Life อีกครั้ง พร้อมน้อมเอาคำแนะนำของกูรูทางด้านทรัพย์สินทางปัญญา แห่งโรงเรียนกฎหมายแสตนฟอร์ด ลอว์เรนซ์ เลสซิก มาใช้ ซึ่งได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของสถาปัตยกรรมทางสังคมของ Second Life

ลอว์เรนซ์ได้แนะให้ออกกฎเกณฑ์ที่ทำให้ สิ่งต่าง ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นใน Second Life ถือเป็นทรัพย์สินของผู้ใช้ นั่นคือมีกฎกติกาเกี่ยวกับ “ทรัพย์สินทางปัญญา” (Intellectual Property) ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นแรงจูงใจที่กระตุ้นให้ผู้ใช้สร้างอะไรดี ๆ ออกมามากขึ้นไปอีก

(ตรงคล้ายคลึงกับความคิดที่ให้ปัจเจกบุคคล เป็นเจ้าของทรัพย์สินของตัวเอง หรือเรียกว่ามี Property Right เป็นรากฐานของระบบทุนนิยม ซึ่งแตกต่างกับสังคมที่คนแต่ละคนไม่มีกรรมสิทธิ์ในของที่ตัวเองทำ รัฐเท่านั้นที่เป็นเจ้าของ)

เมื่อสิ่งต่าง ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นในโลกเสมือนนี้ (Digital Creation) เป็นทรัพย์สิน นั่นหมายความว่าจะมีการซื้อ-ขายเปลี่ยนมือได้ ทางผู้สร้างจึงกำหนดให้ใช้เงินตราสกุล Linden เป็นสื่อกลางในระบบเศรษฐกิจของ Second Life

ยิ่งกว่านั้น สกุลเงิน Linden นั้น ยังสามารถแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินสำคัญที่เราใช้กันอยู่ในโลกปัจจุบันได้อีก

เป็นสะพานเชื่อม “โลกไซเบอร์” กับ “โลกจริง” อีกต่อหนึ่ง

สำหรับผู้ต้องการครอบครองพื้นที่ (ที่ดิน) ใน Second Life จะต้องจ่ายเงินซื้อจากบริษัท Linden Lab หรือสำหรับผู้ใช้ที่อยากลงทะเบียนแบบพิเศษ (ต้องจ่ายตังค์) ก็จะได้รับเงินติดกระเป๋าจำนวนหนึ่ง และได้ค่าใช้จ่ายประจำสัปดาห์อีกจำนวนหนึ่ง

อ่านมาถึงตรงนี้ อาจคิดเอาว่าคงมีเฉพาะคนที่มีเวลาว่าง ๆ หรือนึกสนุกอยากคิดสร้างสรรค์อะไรเพลิน ๆ ถึงค่อย “อวตาร” เข้าไปอยู่ในโลก Second Life

แต่ลองสำรวจดูจะพบว่า …

รอยเตอร์ ไปตั้งสำนักข่าว มีตัวนักข่าวรอยเตอร์จริง ๆ และเชื่อมต่อกับเวปรอยเตอร์จริง โดยมีรายงานอัตราแลกเปลี่ยน (ระหว่างสกุลเงิน ลินเดน และสกุลเงินสำคัญของโลก) มีการสรุปธุรกรรมที่เกิดขึ้นใน Second Life ในแต่ละวัน

โบโน และวง U2 ของเขาไปจัดคอนเสิร์ตกัน

ประเทศสวีเดนประกาศตั้งสถานทูตของตัวเอง (แต่ไม่แน่ใจว่าจะมี อวตารของเอกอัคราชฑูตสวีเดนประจำ Second Life หรือเปล่า)

แบรนด์อย่าง Adidas หรือ American Apparel ก็ไปเปิดช็อป (ทั้งที่ขายของจริง ๆ ในนั้น และโปรโมทคอลเล็คชั่นใหม่ ๆ ให้ผู้เล่นหน้าจอคอมอยากออกไปซื้อจริง ๆ ตามร้านแถวห้างสรรพสินค้าที่ไปกันบ่อย)

Harvard Business School ไปเปิดแคมปัสย่อย

Window Vista ก็จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในนั้น

IBM ได้ไปซื้อที่เกาะ ๆ หนึ่งเพื่อเป็นที่ชุมนุมสังสรรค์ของพนักงานทั่วโลก และนาย Sam Palmisano ซีอีโอไอบีเอ็ม (และบรรดาผู้บริหารท่านอื่น ๆ) ก็ได้มีตัวตนจริง ๆ นอกจากนั้นยังได้ไปสนับสนุนการแข่งขันเทนนิสออสเตรเลียนโอเพ่นในนั้นอีก

คุณล่ะ อยากอวตารบ้างไหม

ปล.ผม คืออาทิตย์ โกวิทวรางกูร ไม่ใช่ธันยวัชร์ นะครับ

Published in: on April 18, 2007 at 2:05 am  Comments (9)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2007/04/18/second-lifecom-%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3/trackback/

RSS feed for comments on this post.

9 CommentsLeave a comment

  1. ท่าทางน่าสนุกนะ
    ชีวิตที่เราเลือกได้
    http://www.secondlife.com เราเข้าอันนี้ได้
    ว่าแต่คุณอาทิตย์ / คุณธันยวัชร์ ได้เข้าไปสร้างหรือยัง
    และใช้นามสกุลอะไร ในนี้

    ปล. สีสันของเวป (เขียว) สวยมาก เพราะเป็นสีโปรด

  2. ขอบคุณนะครับที่ระยะหลังนี่

    มีการ upload ข้อมูลบ่อยมากขึ้น ถี่มากขึ้น

    นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทีเดียว

    สำหรับคนที่ไม่มีเวลาฟัง แต่มีเวลาอ่าน

    ผมมีความเห็นเกี่ยวกะ “อวตาร” หน่อยนึง

    ขอเรียกว่าการทำนายดีกว่าครับ

    คอยดูไว้ก็แล้วกัน สำหรับ SL อีกไม่นาน

    จะมีกลุ่มคน ทางฟากตะวันตก ที่หมกมุ่นมาก

    และไม่พอใจในชีวิตปัจจุบันของตัวเอง

    ฆ่าตัวตายเพื่อที่จะได้มีชีวิตอยุ่อย่าง “อมตะ”

    ใน SL

    ทายไว้ก่อนนะครับ จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ไม่รู้

    เพราะวันที่ คุณทั้งสองคุยกันเรื่อง SL

    ก็มีนักศึกษาเกาหลี เอาปืนกราดยิงเพื่อน ญ และเพื่อนนักเรียนใน

    สถานศึกษาเดียวกัน

    เฮ้อ ชีวิตปัจจุบันมันน่าเศร้านะ

    เดี๋ยวจะหาซื้อเกาะใน SL สร้างคุกไว้ดีกว่า

    เอาไว้ขังคนดี ใครอยากอยู่ต้องเสีย เงิน

    ขังคนดีไว้ไม่ให้คนไม่ดีเข้ามารุกราน

    ดีไหมครับ คุณอาทิตย์ คุณธันยวัชร์

  3. กำลังเข้าไปลองอยู่ครับ น่าสนุกดี แต่ก็กลัวติดเหมือนกันนะนี่

  4. ปัจจุบันคนเรากำลังสับสนระหว่างการดำรงชีวิตกับการดำเนินชีวิตของตนเอง จึงฉงนงงงวยกับบทบาทที่มีต่อตนเองและผู้อื่นตลอดจนสังคมที่อยู่ ผมไม่เถียงว่าชีวิตในโลกาภิวัฒน์เป็นอย่างไร และไม่อาจตัดสินได้ว่าเหมาะสมหรือไม่ เหมือนเหรียฐย่อมมี 2 ด้าน แต่จะทำอย่างไรให้มันสมดุลล่ะ

    ผมติตตามรายการของคุณเป็นประจำและสม่ำเสมอ บอกตามตรงว่าชอบมากและบางครั้งก็ทำให้เรามีความคิดอะไรที่ดีๆ

    แต่สำหรับเรื่อง second life นั้น บอกตามตรงว่าน่าเชื่อมาก น่าลองดู แต่กลับนึกคิดอีกที อาจไม่เห็นด้วยอย่างมาก เหมือนรูปแบบการทำตลาดรายการ TV Reality ที่หวัง Mass customers ยิ่งทำก็ยิ่งเลยกว่าเจตนารมย์ตอนแรกๆที่มุ่งหวัง

    เห็นได้ชัดๆเลยว่าเป็นเรื่องของทุนนิยมหวังผลการตลาด ( ไม่เชื่อลองอ่านบทความย่อยใน supplement พิเศษ “Entertrend” ที่มากับ นสพ. Business Biz ของกรุงเทพธุรกิจ ประจำสัปดาห์ 12-16 เม.ย.นี้สิ )

    ดังนั้นผมจึงขอท้วงติงสักนิดเกี่ยวกับการคัดเลือกสิ่งใหม่ๆมานำเสนอควรได้พิจารณาถึงผลดี-ผลเสีย, ประโยชน์หรือโทษ , เนื้อหานำเสนอ ,พฤติกรรมที่มุ่งหวัง , ผลกระทบจากการรับรู้และเลียนแบบ ( โปรดอย่าลืมว่าทุกวันนี้เช่นที่คุณทำหน้าที่อยู่ขณะนี้ แพร่ข่าวสารให้รับรู้น้นเพื่อเป็นสังคมแห่งองค์ความรู้ (เพื่อสร้างภูมิปัญญาและตระหนักภัยหรือเกราะคุ้มกันเพราะรู้ทันการณ์) หรือการประชาสัมพันธ์การทำตลาด (ฟังแล้วน่าเชื่อแล้วบอกกล่าวจากปากต่อปาก)

    การนำเสนอในลักษณะเช่นนี้ผมคิว่าเป็นการทำประชาสัมพันธ์ให้กับเขา คุณไม่ได้บ่งจุดเพาะความคิดให้เห็นว่าชีวิตแบบ Virtual ทำให้เกิดประโยชน์อะไรกับเราและสังคมบ้าง นอกเหนือจากความไม่พอใจและไม่เพียงพอในชีวิตจริงที่ไม่อาจยอมรับเงื่อนไขได้หรือไม่อาจมีได้ในโลกจริงไปสร้างพฤติกรรมเลียนแบบในโลกเสมือน (กรุณาอย่าใช้คำว่าอวตาร ขอร้องละ เพราะมิอาจนำความคิดตะวันตกเชิงธุรกิจมาใช้เทียบเคียง) แล้วต่อยอดเป็นbusiness ทำกำไรหากลุ่มสมาชิกเพิ่มขึ้นแบบอมีบ้า เกิดกลุ่มเป้าหมายใหม่ ไม่เช่นนั้นจะมีพวกธุรกิจใหญ่โตอะไรจะยอมเข้ามาทำอะไรให้เสียเวลาและทรัพยากรในโลกเสมือนจริงหรอกนะ

    คุณกำลังเป็นตัวการประชาสัมพันธ์ให้คนที่ยังไม่รู้ได้รับรู้แล้วก่อพฤติกรรมอยากลองเข้าไปเล่นแล้วเสพแล้วติดอยากต่อก็ต้องเสียเงินให้เขาแล้ว เขาไม่มีเงินทุน ทุกอย่างก็จบ ดูอย่าง CAMFROG ที่พอออกทีวีแล้วดังที่ไม่รู้ก็อยากรู้ เป็นไงทุกอย่างก็เข้าล๊อกแล้วไงสุดท้ายคุณก็นั่นแหละที่จะมาเป็นคนบอกว่าอะไรคือความสำเร็จของเขา

    ขอถามว่าทำอย่างนี้แล้วมันจะได้อะไรล่ะ นอกจากขอคารวะในความเป็นธุรกิจของเขา และทำอย่างเขา แต่กดต่ำในความสำนึกของการเป็นตัวตนในปรัชญาการใช้ชีวิตในโลกแห่งความจริงและเบียดบังการสร้างภูมิแห่งปัญญาที่จะรู้แจ้งในการกระทำ (เหมือนชีวิตของพวกฝรั่งที่พยายามยัดเยียดเข้ามาในความคิดให้คิดเป็นแบบเขา)

    โปรดกลับย้ำคิดย้ำเตือน Vision ของ 96.5 ที่ว่าสังคมแห่งภูมิปัญญา ไม่ใช่สังคมของการเสพข่าวสาร

    และขออภัยอย่างยิ่งหากอ่านแล้วไม่สบายใจ หรือหงุดหงิด เพราะเราไม่ได้หวังให้เป็นเช่นนั้น แต่อยากให้กลับมาฉุดคิดๆ

  5. ผมว่ามันจะเหมือนหนังในดวงใจของผมเข้าไปทุกทีเหะ – The Matrix ไง

    ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับความคิดของคุณข้างบนว่า มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียแน่นอน เหมือนกับว่าถ้าคนเราไม่พอใจ หรือเก็บกดในชีวิตจริงข้างนอก ก็เข้าไปสร้างชีวิตเทียมใน Cyber Space แทน
    แน่นอนว่า ถ้าหมกมุ่นเกินไป ก็จะทำให้คนหลีกลี้โลกภายในไปซะ กลายเป็นคนเก็บตัว วันๆ อยู่หน้าคอมพ์ ใช้ชีวิตเทียมๆ ไปเรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนท้ายที่สุดมันคือของเทียม (คล้ายฝันกลางวันเหมือนกัน ซึ่งผมว่าในชีวิตประจำวันที่เคร่งเครียด เราแอบหลบไปฝันกลางวันบางก็ดี แต่ถ้าวันๆ เอาแต่ฝันกลางวันก็คงแย่ )

    แต่ข้อดีก็มี ถ้าเรามีวุฒิภาวะเพียงพอ นั่นก็คือโอกาสทางธุรกิจนั่นเอง รู้จักเพื่อนๆ ใหม่ๆ โอกาสในความร่วมมือในเรื่องต่างๆ หรือ Colaboration in the global platform ที่หนังสือ The World is Flat เขียนไว้ครับ

    สรุปแล้ว ข้าวปลาอาหารคือของแท้ หาใช่เงินทองไม่ เพราะถึงมีเงินมากมาย แต่ถ้าเงินมันเฟ้อมากๆ เงินจำนวนหน่วยมากๆ นั่นก็อาจไม่มีความหมายครับ

  6. ขอชมพี่อาทิตย์ครับ ว่าเขียนได้ดี อ่านง่าย และเข้าใจง่ายดีครับ
    อนึ่งผมกำลังศึกษาปริญญาโท MBA ที่ศศินทร์ อยากมีงาน part-time / freelance ทำ ไม่ทราบว่า
    พี่ธันยวัชร์กับพี่อาทิตย์มีอะไรให้ผมทำบ้างไหมครับ

    ผมสามารถอ่าน text book แล้วสรุปได้ดี (มีคนบอกมาครับ)

    ขอบคุณล่วงหน้าที่ให้โอกาสขอรับ

  7. เอ้า…เขียนเป็นเหมือนกันหรือพี่ทิด..นึกว่าเก่งแต่ปาก..แต่ชมนะว่าเขียนดี…(แต่ยาว
    ชิปเลย) ไอ้เกมส์นี้ผมไม่เข้าไปเล่นหรอกพี่ทิด…ผมกลัวจะติด…ปัจจุบันติดแค่หนี้บัตร KTC อย่างเดียวก็แย่แล้ว…ต้องมาติดเกมส์อีก ….แม่ด่าแน่เลย … อ้อ..แต่ติดรายการโหดมันฮาของพี่วัดกะพี่ทิดคงไม่เป็นไรนะ…ว่างๆ พี่ๆ ช่วยส่งไฟล์ดีๆ ให้ผมบ้างดิ…ไอ้การตลาดด้านธุรกิจรับเหมาก่อสร้างนะมีไหม…ขอบ้างเด้อ…เพราะตอนนี้งานก่อสร้างกำลังดี (ดีทั้งเป้ด) ….

  8. ชอบชื่อเรื่องครับ คุณอาทิตย์
    คิดเยอะ คิดลึก สร้างสรรค์

    หวังว่าคนที่ไปเล่นคง อวตารในโลกเสมือนได้
    แต่อย่า อวสาน บนโลกแห่งความเป็นจริงหล่ะ
    เช่น ตังค์หมด สุขภาพย่ำแย่ เป็นโรคจิตหมกมุ่นติดเกม
    เหมือนเด็กสมัยนี้เป็นกัน

  9. ขอบคุณคุณ อาทิตย์ กับ คุณ ธันยวัฒน์ มากๆๆๆนะคะ ที่คอยเอาเรื่องดีๆๆ และแนะนำแนวคิดดีๆๆๆๆๆให้พวกเราได้ฟังกัน อยากบอกว่าชอบรายการ business connection มากเลยคะ เป็นรายการวิทยุไม่น่าเบื่อเลยคะ ชอบเสียงตอนที่พวกคุณหัวเราะด้วยคะ ฟังแล้วมีความรู้สึกอยากฟังต่อๆๆๆทุกๆๆๆๆวันเลย ไม่อยากพลาดรายการของคุณสองคน สักตอนเลยคะ ส่วนเรื่อง secondlife นี้ ต้องแต็งค์เวรี่มัชเลยคะที่ คุณอาทิตย์กับคุณธันยวัฒน์นำมาเล่าให้ฟัง ทำให้เราได้รู้ในเรื่องที่เราไม่ได้รู้ รู้จักวิธีการทำธุรกิจบนโลกไซเบอร์ ไม่ตกยุค ไม่ตกเทรนด์ 555+ ยังไงขอให้คุณสองคนนำเรื่องราวดีๆๆ มาฝากเราอีกนะคะ

    ขอบคุณคะ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: