ว่าด้วยกลยุทธ์ (1)

kotler-what-is-marketing.pdfon_com3.jpg

ต้นเดือนธันวาคม อากาศยังร้อนยังกับอยู่ในเตาอบ ไม่มีทีท่าว่าจะได้เสื้อกันหนาว จะเย็นได้ก็ด้วยเครื่องปรับอากาศอย่างเดียวเท่านั้น

แต่ขอโทษ เดือนสิบสอง นอกจากอากาศร้อนแล้วก็ยังมีฝนอีกนะ จากพายุทุเรียน โอ้! พระเจ้า

อย่างไรก็ตาม ธันวาคมยังมีกีฬาใหญ่อีกหนึ่ง นั่นคือเอเชี่ยนเกมส์

ผมไม่ค่อยดูกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ นอกจากเป็นกีฬาสำคัญที่ไทยมีโอกาสลุ้นก็จะนั่งเฝ้าหน้าจอ

หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือเซปักตะกร้อ

ดูแต่ทีมชาย ไม่เคยสนใจทีมหญิงเลย เพราะคิดว่าไม่มันหรอก

และไม่ได้ดูทีมหญิงจริงๆ ดูแต่ทีมชาย ซึ่งตกลงเอาชนะทีมมาเลเซีย ล้างแค้นที่เสียแชมป์ที่ฟิลิปปินส์

ผลการแข่งขันเซปักตะกร้อทีมหญิง น่าสนใจมาก เพราะทีมที่ชนะไทยคือเวียดนาม

ผมคิดอยู่เสมอว่าเซปักตะกร้อนั้น หากจะชิงแชมป์โลก ก็น่าจะมีเพียงสองชาติเท่านั้น ไทยกับมาเลเซีย จู่ๆเวียดนามชนะทีมไทยได้ ก็ยังงงอยู่ๆ

ตอนที่รู้ผลวันที่ 6 ธันวาคม ก็คิดว่าอยากจะเก็บประเด็นนี้มาพูดในรายการวิทยุที่ผมจัดที่เอฟเอ็ม 96.5 ช่วงเที่ยงครึ่งถึงบ่ายสอง จันทร์ถึงศุกร์

ซึ่งผมก็พูดจริงๆ

ทีมหญิงไทยแพ้ทีมหญิงเวียดนามเป็นภาพสะท้อนการแข่งขันระหว่างไทยกับเวียดนาม ซึ่งแข่งขันกันมาโดยตลอดในประวัติศาสตร์กว่าร้อยปีที่ผ่านมา

วันนี้ก็ขับเคี่ยวกันขนานใหญ่

และคาดว่าไทยอาจจะแพ้เวียดนามทางเศรษฐกิจในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ประเทศใดก็ตามที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ก็มักจะเก่งด้านกีฬาด้วย

ไม่เชื่อก็ดูญี่ปุ่น เกาหลีใต้และจีน

ผมคิดว่าเวียดนามเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้ก็เพราะคนและกลยุทธ์

พูดตามตรงประเทศที่ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจได้ก็เพราะสูตรนี้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้และสิงคโปร์

ประเทศที่เอ่ยมาข้างต้นนั้น ไม่ได้มีความโดดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติเลย แต่เด่นตรงที่มีคนเก่ง

ประเทศไทยก็มีคนเก่ง มิเช่นนั้นคงไม่สามารถเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคนี้ได้ แต่คนไทยกลับไม่สามารถทำงานเป็นทีมได้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก ที่ไม่สามารถนำความเก่งมาใช้ได้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่

คนเก่งอย่างเดียวและทำงานเป็นทีมได้เท่านั้นยังไมพอ ต้องเก่งอย่างมีกลยุทธ์ด้วย

จู่ๆผมก็คิดถึงกลยุทธ์ขึ้นมาเฉยเลย

ใช่หรือไม่ว่าที่เราไม่ก้าวหน้าไปกว่านี้ก็เพราะเรามีปัญหาเรื่องการวางกลยุทธ์

ในรายการวิทยุ ผมพูดไปถึง ซุนปิน ซึ่งเป็นหลานซุนวู ซึ่งเป็นเจ้าของพิชัยยุทธ์ซุนวูอันลือลั่น ตัวซุนปินก็ไม่เบาเพราะเป็นเจ้าของกลยุทธ์ “ล้อมเว่ยช่วยเจ้า”

แต่วันนี้ไม่ได้จะมาเขียนเรื่องซุนปิน เอาไว้หาโอกาสเหมาะๆค่อยถกกันถึงเรื่องนี้อีกทีก็แล้วกัน

วันนี้อยากพูดเรื่องกลยุทธ์ครับ

เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ผมไปพูดให้ลูกค้าธนาคารกสิกรไทยฟังเรื่องภูมิปัญญาเอเชียตอนแรก

พูดเรื่องเคนอิชิ โอมาเอะ นั่นแหละ

เสียดายที่มีเวลาพูดเพียง 50 นาทีเท่านั้น หมดเวลาซะแล้ว

ตกเย็นไปสอนเอ็มบีเอ ก็เลยนำเนื้อหาที่จะพูดเมื่อตอนบ่ายนั่นแหละ ไปพูด 3 ชั่วโมงให้นักศึกษาของผมฟัง

โอมาเอะเพิ่งมาเมืองไทยเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา thaicoon ก็เพิ่งเขียนถึงเขาขึ้นปกไปเมื่อไม่นานมานี้เอง

ตามความเห็นของโอมาเอะนั้น กลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จ ก็คือกลยุทธ์ที่สอดรับกับจุดแข็งขององค์กรเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของลูกค้าให้เหนือกว่าคู่แข่ง

ดังนั้นหน้าที่ของนักวางกลยุทธ์ก็คือการบรรลุผลประกอบการสุดยอดเมื่อเปรียบเทียบกับการแข่งขัน โดยโฟกัสไปที่กุญแจความสำเร็จ(Key Success Factors) ขณะเดียวกันนักวางกลยุทธ์ต้องมั่นใจให้ได้ว่ากลยุทธ์ที่วางไว้สอดรับกับจุดแข็งขององค์กรซึ่งจำเป็นต้องนิยามตลาดให้ชัดเจน

การสอดคล้องนั้นเป็นเชิงสัมพัทธ์

ถ้าคู่แข่งขันสามารถยกระดับเทียบเท่ากับเราได้ เราก็จะไม่อยู่ในฐานะที่ได้เปรียบอีกต่อไป

และถ้าวิธีกลยุทธ์ในการเจาะลูกค้าไม่มีความแตกต่างจากคู่แข่ง ลูกค้าก็จะแยกความแตกต่างไม่ออก สุดท้ายก็รู้กันดีว่าต้องจบลงที่สงครามราคา ซึ่งผู้บริโภคจะได้ประโยชน์ ทว่าบริษัทจะเจ็บตัว

ในรอบหลายสิบมานี้ มักจะนำธุรกิจไปเปรียบเทียบกับสงคราม ซึ่งมีเป้าหมายเหมือนกัน นั่นคือสร้างเงื่อนไขให้เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตนมากที่สุด ตัดสินว่าในช่วงเวลานั้นว่าจะโจมตีหรือถอย

พิชัยสงครามทางทหาร จึงถูกนำมาปรับใช้กับโลกธุรกิจหลายเล่ม

ที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็น พิชัยยุทธ์ซุนวู

หากเป็นของญี่ปุ่นก็ต้องเป็นคัมภีร์ห้าห่วงของมูซาชิ

ยุโรปจะมี On War ของ Clausewitz ซึ่งถือว่าเป็น “ซุนวูยุโรป”
ไมเคิล พอร์เตอร์ บอกว่าในการบริหารจัดการธุรกิจนั้น ทุกบริษัทในทุกอุตสาหกรรมต้องมีกลยุทธ์การแข่งขันด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะโดยแจ่มแจ้งหรือซ่อนเร้นก็ตาม

หัวใจสำคัญของการวางกลยุทธ์นั่นอยู่ที่การเชื่อมโยงเข้ากับสภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรมนั้น

พอร์เตอร์ให้ความสำคัญกับโครงสร้างอุตสาหกรรมมาก

เขาบอกว่าโครงสร้างอุตสาหกรรมจะเป็นตัวกำหนดกฏเกณฑ์การแข่งขันในอุตสาหกรรม

ขณะที่พลังนอกอุตสาหกรรมก็สำคัญเช่นกัน

เพราะจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมด้วย!!!

ปล.เห็นไฟล์ใกล้รูปไหมครับ เป็น PDF File จากหนังสือ คุณถาม คอตเลอร์ตอบ 4 หน้า เด็ดมากๆ รีบ download ไป ก่อนจะลบนะครับ

Published in: on May 1, 2007 at 12:49 am  Comments (27)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2007/05/01/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c-1/trackback/

RSS feed for comments on this post.

27 CommentsLeave a comment

  1. ขอเป็น premium list ด้วยความจริงใจครับ…
    pph9595@yahoo.com ครับ..

  2. ขอเป็น สมาชิกของ premium list ด้วยค่ะ

  3. เรื่องกลยุทธ์เป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจนะคะ อย่างที่บริษัท เจ้านายมักจะพูดเรื่องกลยุทธ์เสมอ ๆ แต่รู้สึกว่าจับต้องได้ยากมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตัวเองไม่ได้ทำงานด้านการตลาดหรือเปล่า

    อย่างบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรับทำระบบหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ โดยไม่ต้องมีภาระเรื่องการบำบัดน้ำเสียอีกต่อไป ทั้งยังช่วยลดต้นทุนการใช้น้ำลงจากเดิมเหลือราว 25% อย่างนี้ อะไรคือกลยุทธ์ของบริษัทนี้คะ

    จะสามารถทำความเข้าใจเรื่องกลยุทธ์ได้จากไหน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับเรา ต้องลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆหรือเปล่า หรือสามารถหา case study มาอ่านได้คะ

    ขอบคุณมากค่ะ

    ปล. รายการทางอินเตอร์เน็ตไม่สามารถฟังได้หลายวันนะคะ เช่นวันศุกร์ วันพฤหัสที่ผ่านมาก็ฟังไม่ได้ค่ะ ได้แจ้งไปทางเว็บแล้ว แต่ไม่มีการแก้ไขอะไรค่ะ

  4. ฟังอยู่มาตลอดเป็นแฟนรายการคุณประจำ น่าสนใจมากได้ข้อคิด อยากได้ ไฟล์ของ Richard Brandson มาก ขอสมัครเป็น Premum List ด้วยคนนะครับ ขอบคุณครับ

  5. เรียนคุณ varaporn ครับ

    ผมว่า “กลยุทธ์” จะเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายขึ้น หากมองว่าเป็น “วิธีการ” หรือ “แนวทาง” เพื่อไปถึง ‘เป้าหมาย’ (ที่เราวางไว้) น่ะครับ

    อย่างบริษัทของคุณ varaporn เสนอ “ระบบหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้” เป็นสินค้าและบริการ ก็ต้องถามคำถามง่าย ๆ (แต่ตอบยากเหมือนกันก่อน) ว่า ลูกค้าเป็นใคร?

    จากนั้นต้องเลือกว่า เราจะวาง “เป้าหมาย” ของบริษัทไว้อย่างไร?

    แล้วจะ “ทำยังไง” (หรือมี “วิธีการ” หรือ “แนวทาง” อย่างไร) ให้บรรลุเป้าหมายนั้น?

    เช่น อยากเป้าหมายคือ “อันดับหนึ่งในตลาดระบบหมุนเวียนน้ำ”
    แล้วจะ “ทำไง” ให้เป็นอย่างนั้นได้

    ซึ่งจะมีคำถามตามมาเป็นพรวนเลย ก่อนจะได้คำตอบที่เหมาะสมว่า “ทำไง” จะเป็นอันดับหนึ่งได้ … เช่น มีใครอยู่ในตลาดบ้าง เขาขายได้เท่าไหร่ (หาข้อมูลไง?) แล้วเขาทำตลาดอย่างไร ใช้กลยุทธ์ (หรือวิธีแบบไหน) แล้วเรากับเขาต่างกันอย่างไร จะทำตลาดแนวเดียวกันแต่ดีกว่า หรือเลือกฉีกไปเลยอีกแบบ แล้วทรัพยากรในบริษัทจะเพียงพอที่ทำให้บรรลุผลเปล่า ฯลฯ

    แล้วถ้าได้ “วิธีการ” ที่เหมาะแล้ว ในอนาคตจะยังจะเหมาะอยู่เปล่า เมื่อไหร่ถึงควรเปลี่ยน จะเปลี่ยนอย่างไร ฯลฯ

    ไม่ง่ายเลยนะครับ
    แต่ก็คงไม่ยากเกินเรียนรู้นะฮะ … ผมว่าเรียนได้หลายทางทั้งจากการครุ่นคิด ถกเถียงกันในหมู่คนในองค์กร สังเกตุสิ่งที่คนอื่นทำ (และดูผลลัพธ์) อ่านหนังสือ ดูกรณีศึกษา หรือฟังรายการวิทยุบางรายการ (อิอิ)

  6. กลยุทธ์ น่าจะหมายถึง ภาพรวมกว้างๆ ทิศทาง นโยบาย อะไรที่มันเป็นกว้างๆ

    ผมคิดว่ากลยุทธ์ไม่ใช่สิ่งที่เรียนรู้กันได้ง่ายในเวลาสั้นๆ tactician มักเป็นคนมี
    วิสัยทัศน์ ความคิดลึกซึ้ง ผู้บริหาร กับ ลูกจ้างก็ย่อมมองไม่เหมือนกัน ความ
    เข้าใจก็ย่อมต่างกัน
    ยกตัวอย่าง เรื่องกลยุทธ์ เช่น ถ้าผมเป็นลูกจ้าง อยู่แผนกขาย ผมก้อต้องหาวิธีที่จะทำให้ยอดขายผมเข้าเป้า ผมก้อคิดว่าผมจะใช้วิธี ให้บริการลูกค้าให้ดี
    แล้วก้อให้ลูกค้าบอกปากต่อปาก อันนี้อาจจะเรียกว่าเป็น กลยุทธ์
    แต่ในภาพกลับกันถ้าเป็นองค์ใหญ่ ที่ไม่ใช่คนหนึ่งคน ภาพมันก้อต้องเปลี่ยนไป
    และเข้าใจยากขึ้น การที่เราไม่เข้าใจว่าองค์กรเราใช้อะไรเป็นกลยุทธ์ก้อ
    น่าจะไม่แปลก เพราะผู้บริหารคงไม่มาบอกลูกน้องทุกครั้งไป ว่ากลยุทธ์ที่เค้ากำลัง
    ใช้อยู่คืออะไร

  7. tactician มักเป็นคนมีอายุ เราไม่ค่อยเห็นเด็ก เพราะมันต้องใช้ประสพการณ์

    tactician มักเป็นคนที่เก่ง มีความคิดลึกซึ้ง ความรู้เยอะ ได้รับการยกย่องและ
    ยอมรับจากคนทั่วไป

    ผมก้อเคยไม่เข้าใจ เรื่อง strategy planning ไปหาหนังสือมาอ่านก้อไม่รู้เรื่อง

    แต่พอต้องเป็นรับผิดชอบงานใหญ่ซักชิ้น มันก้อจะเข้าใจง่ายขึ้นเองคับ

  8. ดิฉันว่าเรื่องกลยุทธ์ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยาก เราต้องมองป่าทั้งป่าให้ออกว่ามีรูปร่างลักษณะอย่างไร หรือ (พี่ๆเขาใช้คำนี้บ่อยๆ ) หา jigsaw ตัวสุดท้ายให้เจอ!!!
    คำกล่าวของท่านซุนวูที่ว่า “รู้เขารู้เรา รพร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” นำมาใช้เป็นกลยุทธ์ได้ดีนะคะ ( อ่านสามก๊กฉบับคนขายชาติ พัฒนาความคิดเชิงกลยุทธ์ดีนะคะ ) การเข้าใจตัวเองและเข้าใจคนอื่นด้วย จะทำให้เกิดกลยุทธ์เชิงบวก Win Win
    ในหนึ่งบริษัท ในหนี่งช่วงเวลา ในหนึ่งปัญหา ในหนึ่งเหตุการณ์ ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะสม และสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท
    การจะเข้าใจกลยุทธ์ได้นั้นมิใช่ว่าเกิดได้เอง แต่ทว่าเกิดจากการเรียนรู้ ศึกษา การสะสมประสบการณ์ ทั้งของเราและของคนอื่น ( เก็บเกี่ยวประสบการณ์ของคนอื่นมาเป็นของเราซะ )
    เราโชคดีนะที่สมัยนี้การสื่อสารก้าวหน้ามาก ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ TV และรายการวิทยุบางรายการ(ต้อง อิอิด้วยรึเปล่าคะคุณอาทิตย์) ทำให้เรามีกรณีศึกษามากมาย และโชคชั้นสองเรามีรายการวิทยุบางรายการมาวิเคราะห์ให้ด้วย * คุณ varaporn ฟังรายการไปเรื่อยๆนะคะ แล้วจะถึงบางอ้อ…
    อยากชวนให้ดูหนังเรื่อง A BEAUTIFUL MIND คะดีนะ พระเอกเป็นนักถอดรหัส เราต้องเอาอย่างถอดรหัสของปัญหาให้ได้

  9. แนะนำให้อ่านการ์ตูน พิชัยยุทธ์ซุนวู ไว้ฝึกความคิดเชิงยุทธ์ครับ

    จริงๆกลยุทธ์คือเรื่องการอ่านใจคนด้วย

    เพราะคนคือผู้กำหนดกลยุทธ์

    แนะนำ “คู่มืออ่านคน” ครับ

  10. ขอเป็น premium list และขอไฟล์ด้วยครับ

  11. ผมขอเป็นpremium list ด้วยคนนะครับ และขอแจ้งว่าผมฟังรายการคุณเกือบทุกวันที่มีโอกาส ขอบอกว่าเป็นรายการที่ให้ความรู้และความคิดใหม่ๆที่ทันสมัย มีประโยชน์จริงๆครับ

  12. กลยุทธ์จะแปรเปลี่ยนตลอดเวลา มีชีวิต ปรับตัวได้ทุกสภาพ สำหรับคนไทยชอบอิสระ ไม่ถนัดทำงานเป็นทีม ก็ต้องทำแบบกองโจรที่มี ยุทธศาสตร์เดียวกัน เช่น ทหารพราน ทหารหน่วยรบพิเศษ เป็นต้น เวลาคัดคนเข้าในองค์กรก็ต้องคัดเอาคนที่มี นิสัย วิธีคิด ใกล้เคียงกันไปกันได้ แล้วแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆกำหนดหน้าที่ภารกิจของแต่ละกลุ่มให้ชัดเจน ผลชนะก็จะเหมือนชนะเป็นทีม

  13. เพิ่งจะเริ่มเข้ามาใน web นี้น่ะครับ ขอเป็น premium list และขอไฟล์ด้วยครับ
    ขอบคุณครับ

  14. ทำไมโหลดไฟล รายการไม่ได้แล้วครับ ย้ายที่หรือเปล่าครับ

    mms://202.142.200.130/Radio/Clip_fm965/fm965_28_2007-05-01.wma

  15. ขอบคุณทุกคนที่ให้คำแนะนำค่ะ

    กำลังพยายามทำความเข้าใจให้มากขึ้นกับการวางตำแหน่งทางธุรกิจของบริษัท และกำหนดกลยุทธ์ของบริษัทอยู่ค่ะ

    ความจริงเป็นแฟนรายการมาต่อเนื่อง แต่อาจจะไม่ได้ฟังสดบ้าง ต้องอาศัยฟังทางเน็ต ตอนนี้ทาง mcot ไม่ได้ update ไฟล์มาสองวันแล้ว

  16. ขอสมัครเป็นpremium listด้วยคนคะ
    กำลังเก็บเกี่ยวความรู้ทีละเล็กละน้อย ขอบคุณรายการ,วิทยากรและเวบไซท์ดีๆคะ

  17. ติดตามทั้งคุณธัญวัขร์และคุณอาทิตย์จาก 96.5 ตลอด เป็นแฟนพันธ์แท้ค่ะ ดังนั้นมีความเชื่อมั่นว่าหากคุณทั้งสองคิดว่าสิ่งไหนมีประโยช์ ก็จะขอเป็นความรู้ด้วยค่ะ

  18. ต้องคิดว่าเราเหมาะทำสิ่งใด
    ต้องคิดว่าเราทำแล้วก้าวหน้าหรือเปล่า
    ต้องคิดว่าเราชอบทำไหม

  19. ผมขอเป็น premium list ด้วยนะครับ

    ส่วนใหญ่ฟังผ่านทาง internet ครับ

  20. ขอบคุณครับ….ส่งไฟล์มาให้ครับ

    ติดตาม FM.96.50 มาตลอดตั้งแต่ปลายปี 48

    อ่านสามก็ก ฉ.คนขายชาติแต่ยังไม่จบ…ซื้อคู่มืออ่านคน…และคุณถามค็อตเลอร์ตอบ..อยากได้ทริปปิ้งพอยส์และบริ๊งส์อีกด้วย…

    เรียนรู้การตลาดและจัดการจากคุณธันยวัชร์และคุณอาทิตย์…ชอบช่วงที่สัมภาษณ์
    อ.สรรค์ชัย เปิดมุมมองให้ผมมากเลย

    ขอบคุณอย่างสูง

  21. ขอสมัคร premium list ดรับ จาก จ.สระแก้ว ถ้าเป็นไปได้ขอทุก file เลยนะครับ…..

    thaweewoong@hotmail.com

  22. คำว่า กลยุทธ์ อาจจะนึกถึงคำว่า How
    ทำอย่างไร
    เป็นอย่างไร
    อะไรทำนองนี้น่ะครับ

    ปล.คุณธันยวัชร์ ไม่ค่อยถูกกับคุณเรวัติ จินดาพล หรือปล่าวครับ (ขอโทษด้วยครับ ถ้าผมเข้าใจผิด…เพียงแต่ตอนฟังแล้ว รู้สึกขัดขืนใจอย่างไรก็ไม่รู้น่ะครับ) อิอิ

  23. ไม่ทราบว่าจะ load pdf file ได้จากส่วนไหนครับ ยังหาไม่เจอเลยครับ

    ขอบคุณครับ

  24. ผมขอสมัครเป็น Premium List ด้วยครับ , ผมชอบฟังรายการนี้ แต่พึ่งฟังได้ไม่กี่เดือนเองครับ อยากได้ข้อมูลก่อน ๆ ด้วย ไม่ทราบว่ามีให้ค้นหาหรือก๊อปปี้หรือไม่ครับ แล้วก็ของใหม่ เช่นการใช้คนของโจโฉ ผมก็อปปี้ File ไม่ได้ครับ ไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไร หรือห้าม Copy
    ขออนุญาติเสนอความเห็นได้ไหมครับ คือเวลาฟังรายการแล้ว พี่ท่านทั้ง 2 ชอบจัดรายการแบบค้าง ๆๆๆ (เข้าใจว่าเป็นกลยุทธ์ให้คนติดตามรายการ) แต่ผมว่าถ้ารายการดีจริง ไม่ควรใช้วิธีนี้เลยครับ ทำให้รายการดูด้อยค่าลงไปเยอะมาก ๆ ครับ บางครั้งเหมือนกับพูดซื้อเวลาเพื่อจะได้เอาไว้พูดต่อในวันหลัง
    แต่ผมเชื่อว่าพี่ทั้ง 2 ท่านไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น เพียงแต่บางครั้งอาจไม่รู้ตัว เชื่อว่าพี่จะปรับปรุงข้อผิดพลาดนี้ เพื่อเป็นรายการที่มีคุณภาพ ตามที่พี่ๆ ตั้งใจไว้ในตอนที่จะจัดทำรายการนี้นะครับ
    คำแนะนำอาจไม่หวานหู แต่มาจากแฟนรายการจริง ๆ นะครับ

    ด้วยความนับถือ
    นายวิสูตร

  25. ขอสมัครเป็น premium list ด้วยค่ะ
    ขอบคุณค่ะ

    ตกลง ฟังย้อนหลังไม่ได้แล้วใช่มั้ยค่ะ แล้วฟังได้จากทางไหน หรือ ต้องทำยังไงบ้างค่ะ แอบ งง

  26. Sub:ขอบคุณ
    ต้องขอบคุณ คุณธันย์วัตรและคุณอาทิตย์มากๆ ได้ฟังเนื้อหาสาระทีดีมีประโยชน์เกือบทุกวัน โดยไม่ต้องเสียเงิน ที่บริษัท ไม่ค่อยนิยมให้ไปสัมมนาก็ต้องกระเสือกกระสนหาความรู้เองค่ะ ขอสมัครเป็น premium list กับเค้าด้วยคนนะคะคุณครู

  27. เปิดรับสมัคร นศ. ป.โท MBA
    วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล กำลังเปิดรับสมัครนักศึกษา ป.โท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต MBA สาขาวิชาการวิเคราะห์และสร้างตัวแบบธุรกิจ (หลักสูตรนานาชาติ) ซึ่งเป็นหลักสูตรเดียวในเอเชีย กำลังเปิดรับสมัครนักศึกษาออนไลน์ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 22 มีนาคม 2552 นี้ และสามารถส่งหลักฐานการสมัครได้ถึงวันที่ 22 มีนาคม 2552
    หลักฐานในการรับสมัคร
    1. สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ชุด
    2. สำเนาบัตรประชาชน 2 ชุด
    3. transcript 2 ชุด
    4. ใบปริญญาบัตร 2 ชุด
    5. จดหมายจากหัวหน้าที่ทำงาน / จากมหาวิทยาลัย 2 ฉบับ ( 1 คน / 1 ฉบับ )
    6. รูปถ่าย 2 นิ้ว 4 รูป
    หรือ http://www.muic.mahidol.ac.th หรือ http://www.mba-muic.net
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-6795053-5 โทรสาร 02-2862654
    หรือ 175 ชั้น 12 อาคารสาทรซิตี้ทาวเวอร์ ถนนสาทรใต้ ทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: