ใครคือผู้ประกอบการ

วันนี้เราจะคุยกันถึงเรื่อง Entrepreneurial Mind Set นั่นก็คือ “กรอบความคิดของผู้ประกอบการ” ซึ่งก็จะไม่คิดกับคนที่เป็นลูกจ้าง ไม่เหมือนกับคนที่เป็นผู้บริหารมืออาชีพ เพราะคนเรานั้นเวลาคิดและตัดสินใจนั้นก็จะมี “กรอบความคิด” กำกับพฤติกรรมอยู่

จะมองโอกาสอย่างไร…

ประเมินความเสี่ยงอย่างไร…

กล้าได้กล้าเสียแค่ไหน…

What Make Entrepreneur

ประการแรกก็คือ ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จนั้นจะเป็นคนที่เน้นการปฏิบัติ ลงมือทำ (Action Oriented) ยกตัวอย่างเช่นคุณตัน ลงมือทำเลย ฟังเยอะ แล้วก็ลงไปลุย จะเปิดตัวโออิชิ เซกิ ก็ลงไปเป็นพรีเซนเตอร์เอง

แต่ละบทที่เราจะกล่าวต่อไปนั้นจะทำให้ท่านได้รับความคิดที่ท่านสามารถเอาไปปฏิบัติได้ทันที ถึงแม้ว่าสถานการณ์ที่ท่านเผชิญอยู่นั้นจะมีความไม่แน่นอนสูงก็ตาม

ประการที่สอง เนื้อหาเหล่านี้เป็นแนวความคิดที่ใช้ง่าย ไม่ซับซ้อน เมื่อเวลาที่ท่านเคลื่อนไหว (move) ที่รวดเร็ว และมีความซับซ้อน มักจะคิดว่าความซับซ้อนจะก่อให้เกิดความได้เปรียบ…ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่

ผู้ประกอบการเป็นคนอย่างไร?

ก็ต้องดูนิยามของบุคลิกลักษณะของผู้ประกอบการ

หนึ่ง -ผู้ประกอบการ หรือเถ้าแก่ หรือคนที่สร้างธุรกิจ เขาจะเป็นคนที่เสาะแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ มีแรงปรารถนาอยู่ตลอดเวลา และมักจะมองหาโอกาสที่จะทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงหรือการทำลายกฎเกณฑ์เดิมๆ ที่ธุรกิจเคยทำอยู่

ยกตัวอย่างเช่นเห็นคนเขาเบื่อถุงขยะสีดำ ก็คิดแบบใหม่ขึ้นมา หรือเห็นหมาอุจจาระแล้วเจ้าของสุนัขต้องเก็บอุจจาระหมาไป ซึ่งก็ไม่มีถุงใส่อุจจาระสุนัข ท่านก็คิดถุงใส่อุจจาระสุนัขขึ้นมาเฉพาะเลย ซึ่งก็มีคนทำไปแล้ว

อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ ตลาดของสยามฟิวเจอร์ บ้านของเขาเคยทำตลาดสดแบบเดิมๆ มาก่อน บริหารตลาดสดแบบเดิมๆ มาก่อน

แต่ว่าเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป

เมื่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป

กฎเกณฑ์เดิมๆ ของการสร้างตลาดสดนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว ในเมื่อคนทำงานอยู่กลางเมืองเขาคงจะไม่มาเดินที่ตลาดสดอีกแล้ว เขาก็ทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลง (Profit from the Change) และบางครั้งการเปลี่ยนของเดิมทิ้งไปทั้งหมดก็ยังสามารถทำกำไรได้

ในกรณีของสยามฟิวเจอร์นั้นชัดเจนว่าไม่ได้ทำเฉพาะตลาดกลางแจ้ง หรือชุมชนอย่างเดียว แต่ทำเป็นห้างอย่างเอสพละนาดก็ทำได้เหมือนกัน

ผู้ประกอบการแบบนี้จะสร้างผลกระทบ (Impact) อย่างใหญ่หลวง เมื่อเขาสามารถจะสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ขึ้นมาได้
ยกตัวอย่าง เช่น ไมเคิล เดลล์สร้างรูปแบบการทำธุรกิจแบบใหม่ เป็นการขายตรงเลย ตัดพ่อค้าคนกลางทิ้ง
หรือว่าคุณตัน ภาสกรนที ก็สร้างภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟต์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะว่าตามโรงแรมก็มี แต่สำหรับร้านที่ตั้งอยู่เดี่ยวๆ (Stand Alone) ถือว่าเป็นของใหม่ และการที่มีราคาเป็นครึ่งหนึ่งของโรงแรมก็เป็นของใหม่

โมเดลธุรกิจนั้นจะต้องปฏิวัติวิธีการหารายได้ อย่างเช่น amazon.com ซึ่งแทนที่จะต้องเปิดร้านหนังสือ แต่เป็นขายหนังสือผ่านอินเตอร์เน็ต ตัดร้านค้าทิ้ง แล้วเน้นเรื่องการจัดส่ง (Logistic) แล้วก็สร้างระบบความปลอดภัยขึ้นมา
โมเดลธุรกิจใหม่ๆ มักจะเกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ต

หรืออย่าง Google ซึ่งก่อนหน้านั้นคนทำอินเตอร์เน็ตเวลาจะเก็บเงินได้จะต้องมีโฆษณาโผล่และต้องคลิ๊กเข้าไป แต่ Google เปลี่ยนวิธีหาเงิน โดยการที่หากใครเสิร์ชข้อมูลอะไรก็จะใส่โฆษณาที่มีเนื้อหาใกล้เคียงเข้าไป

หรืออย่างเฮียฮ้อที่สร้าง DDZ ขึ้นมา แล้วเลิกการขายเทป และเพิ่มวิธีการขายผ่านการดาวน์โหลดขึ้นมา และก็สร้างพันธมิตรขึ้นมา เอาตัวศิลปินดิจิตอลไปจอยกับพิซซ่า และโทรศัพท์ เฉพาะรายได้จากการดาวน์โหลดก็ทำได้ถึง 40 ล้านบาท

Published in: on May 13, 2007 at 10:59 pm  Comments (12)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2007/05/13/104/trackback/

RSS feed for comments on this post.

12 CommentsLeave a comment

  1. อยากเป็น1ในพรีเมี่ยมลิสด้วยคนครับ pg560211@hotmail.com

    อยากมาสัมมนาบ้างแต่อยู่ต่างจังหวัดเลยต้องศึกษาจากเอกสารเอา -*-

  2. อยากจะให้คุณธันยวัตน์แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการตลาดสำหรับผู้เริ่มต้นหน่อยครับ ผมเรียนคณะบริหารธุรกิจก็จริงแต่ไม่ได้เจาะลึกมากนัก อ่านหนังสือ “คุณถามค็อตเลอร์ตอบ”เลยไม่ค่อยเข้าใจมากนัก

  3. เจ้านายเก่าของผมเคยให้นิยาม”เถ้าแก่”กับผมประมาณนี้ครับ

    1.มีความรู้(งานช่าง-ต้องมีความรู้ด้านช่าง)
    2.มีเงิน
    3.มีช่องทางการตลาด

    หากมีทั้ง3ส่วนนี้มันจะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้เร็ว ผมก็ว่าเจ้านายผมพูดถูก แต่ผมไม่มีพร้อมทั้ง3ส่วน มีบ้างส่วนละ20-40% แล้วจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร

    ดังนั้นในนิยามของผม ผมให้นิยาม”เถ้าแก่”ดังนี้

    1.ใจสู้ รักอิสระ กล้าได้กล้าเสีย

    2.มีความรู้จริงในสิ่งที่จะทำ

    3.พอมีเครดิตอยู่บ้าง

    4.เป็นคนมีอัธยาศัย พูดคุยกับคนได้ทุกคน

    เริ่มต้นใหม่ๆอาจจะไม่เริ่ดหรูเท่าไหร่ มีน้อยใช้น้อย ซื้อมาขายไปใช้จ่ายจากส่วนต่าง แล้วค่อยๆสะสมลูกค้าเพิ่มยอดไปเรื่อยๆ ก็จะค่อยๆดีขึ้น หากพอมีทุนและรู้จักคนมากก็จะประสบความสำเร็จเร็ว

    เหนืออื่นใดต้องซื่อสัตย์กับลูกค้า ผมว่าหากไม่เริ่ดหรู แต่ก็จะเป็นอยู่ดีกว่ากินเงินเดือน

  4. คุณ UVA
    ผมขอป็นกำลังใจให้ครับ ผมก็เป้นแบบที่คุณพูด 95% เลย
    1. ถ้าเรารอให้ทุกอย่างพร้อม คงไม่มีทางที่จะเริ่ม ฝันของเราได้
    2. ค่อยๆ ก้าว เดินอย่างช้าๆ และมั่นคง
    3. ฟังคุณธัญวัฒน์ ทุกวันที่มีเวลา
    4. เริ่มลงมือทำ ไม่ใช่แค่คิด

    เราคงไปหาทุนจากที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ เพราะรัฐบาลก็คงไม่สามารถช่วยได้เท่าไร
    คงต้องพึ่งตนเองครับ

  5. ผมก็เห็นด้วยกับคุณ UVA แต่ขอเพิ่มพลังธาตุโคตรทรหดไปด้วยครับ เชื่อเถอะครับ เพราะผมก็กำลังฝึกพลังนี้อยู่ ใหม่ๆลูกค้ายังไม่รู้จักเรา รวมทั้งสินค้าของเรา กว่าเขาจะตัดสินใจซื้อ(ไปขายต่อ) กว่าเขาจะรู้ว่าดี กว่าเขาจะติดใจ กว่าเขาจะเชียร์อย่างเต็มที่ ต้องใช้เวลาและโอกาสครับ เราต้องทรหด ยืนหยัดในแนวทางนี้ไม่ถอยก่อนผลลัพธ์จะเกิด ตรงนี้แหละครับต้องอาศัยพลังธาตุโคตรทรหดอย่างเดียว

  6. ขอบคุณครับสำหรับกำลังใจและสิ่งที่เห็นด้วย ทั้งของคุณ Apple Seed และ คุณguitarman “พลังโครตทรหด”ฟังดูแล้วนึกออกเลย(ผู้ที่เป็นผู้ประกอบการ ต้องเข้าใจ คำๆนี้อย่างแน่นอน)

    ผมมีกรณีศึกษาอันหนึ่ง จะขอแชร์ให้เพื่อนๆ ลูกค้าของผม รายหนึ่งผมต้องดูแลงานบริการให้กับลูกค้ารายนี้ถึง 4 ปีกว่าลูกค้าจะมีโครงการสั่งซื้อสินค้ากับผม 11 ชุดซึ่งแยกเป็น 4 โครงการ(5ชุด บางพลัด,2ชุด ลาดพร้าว,2ชุด สามย่าน,2ชุด แกลง ระยอง) แบบนี้”พลังโครตทรหด”ต้องมีอย่างเหลือล้น มิฉะนั้น เราจะไม่สามารถลิ้มรสของความสำเร็จได้เลย

    สิ่งสำคัญ อย่างหนึ่งที่ผู้ประกอบการ ควรต้องมี คือ Servies Mind จิตใจของการให้บริการ ถ้าไม่มีต้องฝึก ฝึกให้เกิดขึ้นให้ได้ เพราะถ้าเรามีจิตใจของการให้บริการแล้วสิ่งที่เราจะเผชิญหน้ากับลูกค้าทุกรูปแบบ เราสามารถรับมือได้แน่นอน ขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆที่เป็นผู้ประกอบการทุกท่าน และรวมถึงผู้ที่กำลังคิดจะเป็นผู้ประกอบการในอนาคต

  7. ยึด 3 อด ครับ

    อดกิน

    อดทน

    อดกลั้น

    ผมยังทำได้ไม่ดีพอ เฮ้อ+++

  8. Enterpreneurs are the creators, the innovators, and the leaders who give back to society, and philanthropists, directors, and who more tham any others, change the way people live, work, learn, play and lead.

    Form “New Venture Creation” by Jeffry A. Timmons.

    อย่าลืมรวยแล้วตอบแทนสังคมด้วยนะครับ

  9. อาจารย์ธันยวัตน์ครับไม่ทราบว่าอาจารย์จะพอมีเวลาเรื่องเกี่ยวกับการขายบ้างหรือเปล่า
    ถึงจะไม่ใช่แนวถนัดของอาจารย์น่ะครับ เพราะว่าวันนี้ 6-8-08ผมได้ฟังอาจารย์พูดแว็บๆ ตอน
    ช่วงเบรคแรกน่ะครับ ผมยังตกเรื่องเปิดการขาย และ trick ในการถามความต้องของลูกค้าน่ะครับ

    ถึงๆ ทุกคนครับ ก้อช่วงนี้เศรษฐกิจจะไม่ดี แต่ก้ออย่าท้อนะครับ ผมก้อรับผิดชอบกิจการของครอบครัว ยอดขายตกลงไปจนน่าตกใจ พลิกให้เป็นโอกาส ในวิกฤตย่อมมีโอกาส ผมก้อท้อๆ บ้างเหมือนกันหาลูกค้าจนเหนื่อย ก้อขอให้ทุกคนสู้ๆ กันนะครับ แล้ววันนั้นจะมาถึง

  10. ติดตามงานเขียน และการสัมมนา พอสมควร จึงขออนุญาติเป็น พรีเมี่ยมลิสด้วยคน ค่ะ

  11. 3. ผู้ประกอบการประกอบด้วยใครบ้างอยู่ในตลาดใดบ้าง


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: