กรอบคิดที่ห้า : มองอนาคตเหมือนต่อภาพจิ๊กซอว์

กรอบคิดที่ 4 นั้น บางคนจะยังไม่เข้าใจแจ่มแจ้ง ทว่าเมื่อขยายในข้อนี้ น่าจะเข้าใจมากยิ่งขึ้น เพราะหากมองอนาคตว่าเป็นการต่อภาพจิ๊กซอว์ ก็หมายความว่าคุณอาจวางภาพจิ๊กซอว์ที่ผิดได้

ไม่มีใครที่ต่อจิ๊กซอว์ครั้งเดียวแล้วถูกทั้งหมด

จิ๊กซอว์แห่งอนาคตนั้นหมาย Breakthrough ใหม่ๆที่เกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะทำลายกรอบคิดเก่าๆ

การค้นพบสิ่งใหม่ๆนั้นว่าไปแล้วก็ไม่ใช่การ “สร้างใหม่” แต่อย่างใด

ของมีอยู่แล้ว เพียงแต่รอให้เข้าไปหาเท่านั้น

หลายร้อยปีมาแล้ว กระทาชายนายหนึ่งเห็นแอปเปิ้ลหล่นลงสู่พื้น มีเพียงชายคนเดียวที่ค้นหา “ความหมายอันลึกซึ้ง” ถึงสาเหตุที่ลูกแอปเปิ้ลหล่นสู่พื้น นั่นคือเซอร์ไอแซ้ค นิวตัน ซึ่งนำไปสู่ทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลก

โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์มาช้านานแล้ว แต่โคเปอร์นิคัสและกาลิเลโอ สังเกตเห็นหลักฐานและเชื่อมโยงเข้ากับการสังเกตของตน

อัจฉริยะทั้งหลายทั้งปวงในโลกหล้าล้วนสนใจในรายละเอียดที่คนส่วนใหญ่เห็นแต่ไม่สามารถเชื่อมโยงได้

อัลเบิร์ต ไอสไตน์ เก่งเรื่องการค้นหาและเชื่อมโยง
ระหว่างที่เขาศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยนั้น เขาได้วางรากฐานและทำการศึกษาฟิสิกส์เชิงทฤษฎีด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่นานหลังจากนั้น เขาได้สะสมรวบรวม จากวัตถุขนาดใหญ่มาจนถึงวัตถุขนาดเล็กมากๆ ซึ่งได้คิดใหม่อย่างต่อเนื่องด้วยการศึกษารายงานวิทยาศาสตร์ล่าสุด

เขาสร้างรากฐานให้ตัวเอง

ตั้งคำถามกับงานของคนรุ่นก่อน และชี้ให้เห็นถึงข้อโต้แย้งที่มีเหตุผลในโครงสร้างทางฟิสิกส์

แต่ทว่าอะไรที่พวกเรารู้ก่อนถึงยุคไอสไตน์

ขั้นตอนใดที่ทำให้ไปไกลได้ถึงขนาดนี้

ไอสไตน์ไม่ได้ค้นพบของใหม่อย่างที่ไม่มีใครเคยคิดได้มาก่อนเลย จริงๆแล้วมันเป็นสิ่งที่นักฟิสิกส์ชั้นนำรู้มาก่อนแล้วทั้งนั้น

Dr.Jurgen Renn ผู้อำนวยสถาบัน Max Planck สรุปว่า “ผู้คนจำนวนมากคิดว่าไอสไตน์คิดทฤษฎีสัมพันธภาพจากศูนย์ ทว่าในความเป็นจริงเขาไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากปลิดผลไม้ที่สุกคาต้น”

“คำถามก็คือ ทำไมเขาเลือกปลิดผลนั้น ถึงแม้ว่าพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่ของไอสไตน์คือการเป็นนักปลิดผลไม้ที่มีพรสวรรค์ เขาก็ไม่น่าที่จะปลิดผลไม้ได้เหมาะเจาะเช่นนี้ แอปเปิ้ลลูกนั้นก็สุกคาต้นอยู่อย่างนั้นแหละ แต่ทว่าไม่ได้สุกแบบเตะตาเท่าไรนัก คนที่ตาแหลมเท่านั้นถึงจะปลิดได้”

อนาคตคือชุดของความเป็นไปได้, ชุดของทิศทาง, เหตุการณ์ ความก้าวหน้า และความประหลาดใจ

ขณะที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีที่ทางของตัวเองและทุกชิ้นส่วสนจะต่อเป็นภาพใหม่ของโลก

ในการมองโลกนั้น เราต้องคาดเดาให้ได้ว่าจะวางชิ้นส่วนปริศนาตรงไหน

ยิ่งถ้าเราเชื่อมโยงเก่งเท่าไหร่ ภาพปริศนาก็จะถูกต้องมากขึ้นเท่านั้น

การต่อจิ๊กซอว์นี้หากจะแม่นยำต้องมีความสามารถในการอ่านคนสูง

เพราะเหตุการณ์นั้นเป็นของตาย ทว่าคนเคลื่อนไหวตลอด

และคนต่างหากเป็นผู้กำหนดสถานการณ์ หรือเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้

ฉะนั้นในการต่อจิ๊กซอว์แห่งอนาคตจะไม่สมบูรณ์แบบ หากไม่เข้าใจคนอย่างลึกซึ้ง

Published in: on June 1, 2007 at 12:49 am  Comments (11)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2007/06/01/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95/trackback/

RSS feed for comments on this post.

11 CommentsLeave a comment

  1. คนเป็นสิ่งที่อ่านยากที่สุด ต่างคนต่างถือจิ๊กซอว์ของตัวเอง วาดภาพจิ๊กซอว์ของตัวเองไว้ ทางเอเซียเรามีการดูโหงวเฮง ฝรั่งเขาก็มีการอ่านคนด้วย personality types… ผู้บริหารส่วนใหญ่จึงลดความเสี่ยงเกี่ยวกับความ dynamics ของคนโดยใช้วิธีสร้าง network ระบบอุปถัมภ์จึงเกิดขึ้น ผู้บริหารบางคนที่เพิ่งล่มไปเมื่อวันพุธ (กลุ่มใหญ่) ก็เล่นต่อจิ๊กซอว์ด้วยวิธีนี้ สร้างเน็ตเวิร์คของตัวเองขึ้น ให้คนที่มาเป็นพวกช่วยกันมาต่อจิ๊กซอว์ จนเกือบจะได้จิ๊กซอว์ผืนใหญ่ของตัวเองอยู่รอมร่อ

  2. ขออภัย เข้ามาอ่านแต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเสียหลายวัน เพราะเหนือย เหนื่อยกับการถูกเน็ทเวิร์ค แย่งจิ๊กซอว์ไปเล่นหมด เห็นทีจะต้องรอให้เขาเล่นต่อกันเกือบเสร็จ แล้วเราค่อยแย่งจิ๊กซอว์ทั้งผืนมา อิอิ……. เลือกรอผลที่สุกเต็มที่ พอดี พอดี อย่าให้หนอนแย่งกินก่อนเป็นใช้ได้……

  3. ได้ยินมาว่านิตยสาร thaicoon ฉบับล่า มีสัมภาษผู้บริหารหลาย เนื้อหาแน่น
    ไปหาซื้อตามแผง ไม่เห็นเลยนะ
    จำได้ว่าเมื่อก่อนจะมีอยู่ประมาณ 2-3เจ้า แต่ตอนนี้เค้าบอกว่าไม่มีมาส่งแล้วจ้า
    ปล. แจ้งเพื่อทราบ

  4. คิดถึงคุณtiger หายไปซะนาน ชอบอ่าน commennt คะ thaicoonciub มีคนแก่ๆเยอะเลยได้ความรู้ดีคะ commennt กันหน่อยนะคะ

  5. ถ้าให้ เฮีย ธัญ และเพื่อนผู้รู้ทุกท่าน แนะนำหนังสือ 1 เล่ม

    เพียง 1 เล่มเท่านั้นนะครับ

    ให้คนที่ไม่มีภมิรู้เรื่องการตลาดเลย

    ได้ซื้ออ่าน และทำความเข้าใจเพื่อเป็นพื้นฐาน

    ที่จะศึกษาต่อไป

    ควรจะไปหาซื้อหนังสือ เล่มไหนดีครับ

    เอาเป็นเล่มที่แปลเป็นไทยนะครับ

    ขอความกรุณาด้วยครับ

  6. เคยต่อภาพจิ๊กซอว์ที่เป็นท้องฟ้า เทียบสีแล้ว วัดรอยต่อแล้ว มั่นใจมากว่าต้องใช่แน่ ก็ต่อไปเรื่อย ๆ ปรากฎว่า พอต่อใกล้ครบ ยังเหลือจิ๊กซอว์ที่ไม่มีที่ต่อ

    กลายเป็นว่าตัวที่ต่อเป็นท้องฟ้าช่วงแรก ผิดไปหลายตัว

    ยากมากที่จะบอกว่า ภาพที่เราคิดไว้จะเป็นอย่างที่เราคิด

    เลยฝึกต่อไปเรื่อย ๆ สิ่งที่ได้คือความอดทนค่ะ

    และถึงจะต่อจิกซอว์หลายต่อหลายภาพมามากเท่าไหร่ ก็ไม่ได้บอกว่า ภาพต่อไปจะต่อได้เร็วขึ้น เพราะแต่ละภาพไม่เหมือนกัน ถึงจะเป็นภาพวิวเหมือนกันก็ตาม

    เพียงแต่มีหลักการเดามากขึ้น รู้จักแบ่งกลุ่มก่อนจะลงมือต่อภาพได้เร็วกว่าเดิมค่ะ

  7. เรียนคุณthodzakhan หนังสือว่าด้วยการตลาดมีมากมายเหลือเกินค่ะ ถ้าจะเริ่มที่พื้นฐานนั้นเลยคุณอาจเสียเวลานะคะ

    ดิฉันขอแนนำว่าหาอ่านจากสิ่งที่คุณอยากจะรู้ และ/หรือจำเป็นต้องใช้ถ้ากว้างไปก็ทำให้แคบลงก่อน เช่น 4p คืออะไร กลยุทธ์มัดใจลูกค้า ฯ เริ่มจากหนึ่งเล่มแล้วมันจะต่อยอดความอยากรู้อยากทราบของคุณไปในอีกหลายๆเล่มหลายๆเรื่อง

    ดิฉันเชื่อว่าคนที่ไม่มีพื้นฐานการตลาดมาก่อนสามารถที่จะเข้าใจการตลาดได้ แต่ต้องเริ่มจากความอยากรู้อยากเห็น ตัวดิฉันเองก็ไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้และวันนี้เรียนต่อก็ไม่ไช่ด้านนี้ แต่ด้วยใจรักบริหารการตลาดและความอยากรู้อยากเห็นทำให้ตู้หนังสือเต็มไปด้วยหนังสือแนวนี้ อีกอย่างที่ชอบอ่านคือปรัชญาและธรรมะ

    เริ่มแรกฟังรายการ งงค่ะไม่รู้พี่ๆเค้าพูดอะไรกันแต่ไม่รู้ทำไมมันสนใจ มันอยากรู้ และวันนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ต้องใช้ พี่ๆเค้าแนะนำหนังสืออะไรมาก็พยายามหามาอ่านค่ะ

  8. จะต่อจิซอว์ต้องดูที่ฝากล่องก่อนคะ(ฮิฮิ) นั้นคือข้อมูลชิ้นเดียวที่มีอยู่ จากนั้นหาจุดที่จะเป็นตัวเริ่ม อาจมีหลายจุด เช่น มุมต่างๆ ส่วนภาพที่เป็นจุดเด่นที่เราคิดว่าเราต่อจุดนี้ได้แน่นอน ซึ่งถ้าอีกคนหนึ่งต่ออาจไม่ใช่จุดเดียวกับเรา ใครตาถึงกว่ากันดูกันตรงนี้เพราะจุดนี้จะเชื่อมโยงไปถึงจุดต่างๆของภาพ

    เคยต่อจิซอว์แบบไม่มีฝากล่องไหม? หาภาพใหญ่หน่อย ต่อกันหลายๆคนสนุกดีนะคะ

  9. mindset คือ ตั้งสติ กำหนดรู้ และ focus on what you really have to.

    หรือ ปล่าว หว่า+++ ฮาๆๆ

    นานๆ มาอ่านที ก็รู้สึกว่ามันเยอะ จัง ฮาๆๆๆ

  10. คุณอาทิตย์สอนการตลาดได้สนุกจริงๆ เอามาอย่างละนิดอย่างละหน่อย ใช้ศัพท์วิชาการแต่เข้าใจง่ายมาก สอนที่สถาบันไหนบ้างอยากตามไปเรียน

  11. เข้าใจแล้วคับ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: