ไตรภาคของความเสี่ยง (Risk) และ ความไม่แน่นอน (Uncertainty)

ไตรภาคของความเสี่ยง (Risk) และ ความไม่แน่นอน (Uncertainty)
ตอน ปฐมภาค โดยดร. วรัณทัต ดุลยพฤกษ์

ตามสัญญาเลือดที่ตัวผมเองได้ให้ไว้กับคุณธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย เลยต้องมาเขียนเล่าให้แฟนรายการ Business Connection เข้าใจในเรื่องความเสี่ยง (Risk) และ ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ในแบบฉบับคนทำมาหากินเข้าใจได้ง่ายและรวดเร็ว

จริงๆแล้วที่มาของเจ้าตัวปัญหาทั้งคู่นี้มีคำอธิบายทางทฤษฎีเศรษฐศาสตร์และสถิติรวมทั้งศาสตร์ทางด้านบริหารธุรกิจต่างๆ มากมาย หากต้องการจะหาความเข้าใจในระดับที่ลึกซึ้งแบบฟันธงได้คงจะต้องมานั่งศึกษาหลักวิชาการที่แสนยากเย็นอีกหลายปี แค่ฟังท่านผู้อ่านหลายท่านก็คงจะคิดถอดใจเป็นแน่แท้

เอาอย่างนี้ละกันครับ ผมจะย่อย ย่อ และ คัดนำสิ่งที่ท่านทั้งหลายหวาดกลัว มาหวีผม แต่งตัว ให้ดูน่ารักน่าเอ็นดู เข้าใจง่าย เพื่อท่านทั้งหลายจะได้หาความสุขกับการทำความรู้จักความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่แสนน่าเกลียดน่ากลัว ตามผมมาสิครับ

เจ้าความเสี่ยงและความไม่แน่นอนจริงๆ แล้วเหมือนพี่น้องคลานตามกันมาครับ จะหาคำจำกัดความแบบเต็มก็มีจากหลายแหล่งความรู้ ทางที่สะดวกที่สุดก็เห็นจะเป็นการอ้างอิงจาก Wikipedia.com ครับ เขาบอกไว้ว่าอย่างนี้ครับ

ความเสี่ยง หรือ เจ้า Risk ผู้เป็นน้อง นี้คือ ตัวดัชนีบ่งชี้ของสิ่งที่คุกคาม (Threat) ซึ่งแน่นอนละครับว่าต้องรวมเจ้า ความไม่แน่นอน หรือ Uncertainty ผู้เป็นพี่เอาไว้ด้วย ถ้าจะให้คำจำกัดของความไม่แน่นอน (Uncertainty) แบบชาวบ้านเข้าใจได้ง่าย มันคือ ความไม่สามารถจะหยั่งรู้อนาคตของพวกเรานั่นเองครับ

ปรมาจารย์ทางเศรษฐศาสตร์ที่ University of Chicago ที่ชื่อ Frank Knight ได้ให้ความหมายของพี่น้องคู่นี้แบบโดนใจว่า ความเสี่ยง (Risk) คือ การวัดค่าในเชิงคุณภาพและปริมาณของความไม่แน่นอน (Uncertainty) นั่นเอง
ภาษาชาวบ้านแบบเข้าใจง่าย ๆ คือ ความเสี่ยงผู้น้องมีกำเนิดมาจากการจับความไม่แน่นอนผู้พี่มาอยู่ให้มาเข้าระบบการชั่งตวงวัดนั่นเอง

คราวนี้ เจ้าความเสี่ยงผู้น้องจะมาจับความไม่แน่นอนผู้พี่มาชั่งตวงวัดอย่างไรล่ะ เขามีแนวอีกอันหนึ่งที่ใช้จับพวกนี้ผ่านทางสถิติ เขาเรียกชื่อมันว่า

ความน่าจะเป็น (Probability) ความน่าจะเป็นที่ว่านี้คืออะไร

ถ้าย้อนอดีตไปตอนเรียนมัธยมคงจะเคยเจอ แต่เนื่องจากความเป็นคนไทย ซึ่งเรามักจะรู้คุณอาจารย์ที่ท่านสั่งสอนมาโดยการถวายคืนความรู้ที่ได้จากอาจารย์กลับไปหมดสิ้นภายหลังจากการสอบ ผมเลยขออนุญาตทวนความรู้แบบง่าย ๆ ให้พวกเราครับ

ความน่าจะเป็นคือการคิดหาสัดส่วนระหว่างโอกาสของสิ่งที่เราคาดว่าจะเกิดขึ้นหารด้วยโอกาสทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นได้ เอาตัวอย่างแบบง่าย ๆ และลองคิดตามผมดูครับ

สมมติว่าท่านหยิบเหรียญบาทขึ้นมา 1 เหรียญ เอามาโยนปั่นแปะกัน โดยปกติแล้ว เหรียญบาทธรรมดา มีโอกาสที่จะออกหน้าได้ทั้งหมดสองหน้าครับ คือ ไม่หัว ก็ ก้อย

บางท่านอาจจะเถียงผมว่าน่าจะมีโอกาสที่เหรียญจะออกกลางคือ แบบว่าโยนไปแล้วเหรียญหล่นลงมาตั้งฉากกับพื้นโดยไม่โชว์หน้าใดหน้าหนึ่งออกมา ถ้าคิดแบบนี้เหนื่อยครับ แบบนี้เห็นแต่ในหนังจีนประเภทเซียนโค่นเซียนเท่านั้น ในชีวิตจริงยากครับ ไม่ต้องเอามาคิดเลยจะดีกว่า

จากที่ผมบอกไปแสดงว่า โอกาสทั้งของเหรียญที่จะออกมีอยู่แค่ 2 แบบเท่านั้น เพราะฉะนั้น ถ้าจะถามความน่าจะเป็นของการที่เหรียญจะออกหัวก็คือ โอกาสของจะออกหัวคือ 1 หารด้วยโอกาสทั้งหมดคือ 2 จะเท่ากับ 0.5 นั่นเองครับ ในทางการคิดคำนวณของโอกาสที่เหรียญจะออกก้อยก็ทำเหมือนกันครับ และเนื่องจากสูตรที่ให้ดังกล่าว ผลรวมของความน่าจะเป็นทั้งหมดจะต้องเท่ากับ 1 แน่นอนครับ (0.5 ออกหัว และ 0.5 ออกก้อยไงครับ)

ความน่าจะเป็นเหล่านี้บอกอะไรกับท่านล่ะครับ ง่าย ๆ ครับ อันไหนมีค่าความน่าจะเป็นจากการคำนวณสูงก็หมายถึงโอกาสที่จะเกิดก็จะสูงตามไปด้วย แต่อย่าลืมครับ โอกาสสูงสุดของความน่าจะเป็นคือ 1 หรือ พูดง่าย ๆ ว่า โอกาสจะเกิดขึ้น 100 เปอร์เซ็นต์ครับ

จะความน่าจะเป็นไปทำอะไรต่อดีล่ะ

ผมแนะนำแนวความคิดอีกอันแบบต่อเนื่องให้ลองคิดดูครับ

นักเศรษฐศาสตร์เขาจับเอาความน่าจะเป็นเหล่านี้ไปคูณกับผลที่ได้รับแล้วตั้งชื่อใหม่ว่า มูลค่าความคาดหวัง หรือ Expected Value มูลค่าตัวนี้เอาไปทำอะไร หลายคนคงใจร้อนอยากทราบ

บอกให้แบบง่าย ๆ ครับคือ มูลค่าโดยรวมที่คาดว่าจะได้รับเมื่อประเมินร่วมกับความน่าจะเป็นทั้งหลายทั้งปวงนั่นเอง และเพื่อเป็นการยกตัวอย่างแบบถึงใจพระเดชพระคุณ ผมขออนุญาตใช้ตัวอย่างแบบชาวบ้านละกัน

สมมติว่า ท่านมีโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมการพนัน โดยเจ้ามือเขาเสนอท่านมาว่ามาเล่นปั่นแปะกินเงินดีกว่า เพราะได้เงินทันใจไม่ต้องลุ้นนาน

เขาเสนอมาอย่างนี้ครับ ถ้าแทงถูก กล่าวคือ แทงหัวออกหัว แทงก้อยออกก้อย เขาจะจ่ายให้เท่ากับจำนวนเงินที่ท่านแทงเป็นผลตอบแทน แต่ถ้าออกหน้าเหรียญไม่ตรงละก็เจ้ามือกินเงินท่านทันที ลองมาคำนวณมูลค่าความคาดหวังจากกิจกรรมการพนันดูครับว่ามันจะเป็นอย่างไร

เริ่มต้นให้มองแบบนี้ครับ โอกาสทั้งหมดที่ท่านในฐานะผู้ลุ้นโชคมีอยู่คือ แทงถูกรับทรัพย์ แทงผิดเสียทรัพย์ ถ้าสมมติว่าท่านแทง 100 บาท ถ้าถูก เจ้ามือก็จะจ่ายทันที 100 บาท รวมเงินที่ท่านจะมีเงินสุทธิก็จะเท่ากับ 200 บาท (100 บาทเดิมของเรา กับ 100 บาทเจ้ามือจ่าย) แต่ถ้าท่านทายผิด ท่านจะต้องจ่ายเงิน 100 บาทของท่านแก่เจ้ามือโดยไม่มีข้อโต้แย้ง เท่ากับว่าเงินในกระเป๋าท่านจะกลายเป็นติดลบ 100 บาททันที

ผนวกรวมกับการคำนวณความน่าจะเป็นที่บอกไปแล้วครับ ถ้ามองดี ๆ โอกาสที่เหรียญจะออกหน้าใดหน้าหนึ่งมีความหน้าจะเป็นเท่ากับ 0.5 อยู่แล้ว คือ มีโอกาสออกแต่ละหน้าแบบ ”ห้าสิบห้าสิบ” เชื่อมโยงกับโอกาสถูกรางวัลของท่านแบบง่ายๆ ก็จะเป็น ถ้าเราแทงหัวหรือก้อยอย่างใดอย่างหนึ่ง

ก็หมายถึงเรามีโอกาสถูก “ห้าสิบห้าสิบ” เช่นกัน เราลองมาคำนวณมูลค่าความคาดหวังกันดีกว่าครับ

ส่วนแรก ลองเอาความน่าจะเป็นที่จะแทงหัวออกหัวหรือแทงก้อยออกก้อย หรือพูดง่าย ๆ ว่าแทงถูก ซึ่งเท่ากับ0.5 คูณกับเงินสุทธิที่จะได้เมื่อแทงถูก 200 บาท ก็จะได้เท่ากับ 100 บาท

ส่วนที่สอง เอาความน่าจะเป็นที่เหลือ หรือ เมื่อท่านแทงไม่ถูก คือ แทงหัวดันออกก้อย หรือ แทงก้อยดันออกหัว ซึ่งท่ากับ 0.5 นั่นเอง คูณกับเงินสุทธิที่ท่านแทงผิดคือ ติดลบ 100 บาท เท่าก็จะได้ ลบ 50 บาทนั่นเอง ก็คือติดลบไป 50 บาทว่างั้นเถอะ

คราวนี้นำส่วนแรกกับส่วนที่สองมารวมกันเพื่อคำนวณมูลค่าความคาดหวังก็จะได้เท่ากับ 50 บาท (นำ 100 บาทที่ได้จากการคำนวณในส่วนที่ท่านแทงถูก รวมกับ -50 บาทในส่วนสองหากท่านแทงผิด) แปรผลอย่างนี้ครับ เดิมแรก ท่านมีเงินอยู่ในกระเป๋าดี ๆ 100 บาทแบบเต็มมูลค่าและชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย แต่หากท่านจะนำเงินไปเสี่ยง (บางคนชอบบอกว่าเอาไปลงทุน) เงินของท่านมีมูลค่าความคาดหวังเหลือเพียง 50 บาทเอง มาถึงตรงนี้แล้ว ยังอยากเสี่ยงเล่นปั่นแปะกับเจ้ามือหรือเปล่าครับ จะเห็นได้ว่า แค่คิดจะเล่นเหมือนให้เจ้ามือเขาไปฟรี ๆ 50 บาทไปแล้ว

พอเล่ามาถึงตอนนี้แล้ว หลายท่านคงไม่อยากจะคิดเล่นการพนันอีก ผมเคยลองคำนวณพวกมูลค่าความคาดหวังเหล่านี้จากพวกหวยรัฐบาล ขอสงวนไม่บอกตัวเลขละกันครับ แต่บอกพวกเราได้ว่า เก็บเงินไว้ซื้อขนมให้ลูก หรือ เช่าพระดีกว่าครับ

บางคนอาจคิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก ขอเป็นเจ้ามือเองเพราะอยากได้เงินที่บอก ก่อนอื่นผมและทางผู้จัด Business Connection ขอยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนสนับสนุนกิจกรรมการพนันทุกรูปแบบนะครับ ผมให้ตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ครับ เมืองใหญ่ที่เน้นเรื่องการพนันเช่น เมือง Las Vegas ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะเจ้ามือรายใหญ่ เคยเห็นเขาเจ๊งไหมครับ เห็นแต่รวยเอา ๆ ขยายโรงแรมและธุรกิจกันทุกปี ภาษีซื้อขายในรัฐเขาไม่ต้องเสีย

รัฐNevada ที่เป็นที่ตั้งของเมืองLas Vegas แถบจะไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันยกเว้นเจ้ากิจการการพนันนี่แหละ เมืองเดียวเลี้ยงทั้งรัฐ การพนันไม่จำเป็นต้องโกง อาศัยความน่าจะเป็นเจ้ามือก็รับทรัพย์ไปแล้วครับ อันนี้ถ้าท่านจะคิดถึงการตั้งบ่อนของท่านเอง ค่าใช้จ่ายนอกระบบอีกบานตะไทครับ อย่าไปทำเลยครับ ผมว่ามันบาปเปล่า ๆ

ในตอนนี้ ท่านทั้งหลายก็คงจะเริ่มทำความรู้จักและสนุกกับพี่ความไม่แน่นอนกับน้องความเสี่ยงแล้วนะครับ ในตอนหน้าจะเล่าให้ฟังถึงคน 3 กลุ่มครับ เขามีพวกชอบความเสี่ยง (Risk loving) พวกเฉย ๆ กับความเสี่ยง (Risk Neutral) และ พวกกลัวความเสี่ยง (Risk Averse)

อยากทราบไหมละครับว่าท่านหรือลูกค้าท่านจัดอยู่ในกลุ่มใด

ตอนหน้าติดตามได้ครับ

Published in: on June 11, 2007 at 12:08 am  Comments (18)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2007/06/11/%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87-risk-%e0%b9%81%e0%b8%a5/trackback/

RSS feed for comments on this post.

18 CommentsLeave a comment

  1. ผมเป็นคนนึงละที่ชอบทำธุรกิจแบบเสี่ยงๆ ขอบคุณบทความดีๆ นี้มากเลยโดนใจอย่างแรง เดี๋ยวจะคอยติดตามต่อไปครับ

  2. บทความนี้น่าสนใจดี โดยเฉพาะ คน 3 กลุ่ม

    จะรออ่านตอนต่อไปค่ะ

  3. ซี๊ดๆๆๆ..ลึกล้ำยิ่งนักกระบวนท่า(บทความ)นี้..ชอบมั๊กๆๆครับแบบนี้แปลงทษฤฎีกับสมการที่ยุ่งยากและสลับซับซ้อนมาพูดให้พวกบ้านๆระดับพ่อค้าแม่ค้าแบบผมเข้าใจได้ ซี๊ดๆๆๆๆ..ล้ำลึกยิ่งนัก ชอบๆๆๆ ตามต่องับ

  4. ผมพยายามโหลดตั้งนาน กดลงไปก็ไม่เซพ
    เพิ่งถึงบางอ้อ ตอนฟังวิทยุว่าให้ Copy + Paste โธ่ หาตั้งนาน
    ยังไงโหลดไปก่อนน่ะครับ ยังไม่ได้อ่าน แล้วจะมา Comment

  5. Yeh….I like this topic…Risk & Uncertainty….coz a good leader in today’s world tough competition…He/she must be able to detect change and calculate risks involved most accurately.

  6. ผมหาที่โหลดอยู่หลายครั้งเหมือนกันครับ 555
    วันนี้บล็อกอ่านง่าย สบายสายตาจังครับ ….

  7. อ่านแล้วชักไม่อยากเล่นการพนันเลย
    แต่ทำไงได้ทำงานอย่างเดียวมันไม่รวยนี่ครับ
    จะทำธุรกิจส่วนตัวก็ต้องศึกษาอีกเยอะครับ

  8. อ่านแล้วต้องตั้งหน้าตั้งตารอตอนต่อไปค่ะ

  9. บล็อกสวย สบายตาดีค่ะ
    บทความดีมากๆ รออ่านต่ออยู่ค่ะ

  10. ผมไม่เข้าใจเพราะผมว่าถ้าทาย 50-50 อย่างนี้ผมว่าความเสี่ยงเท่ากันครับระหว่างผู้เล่นกับเจ้ามือน่ะครับ เพราะถ้าเจ้ามือแพ้ก้อต้องเสีย 100 บาทเท่ากันครับ เพราะถ้าอย่างเป็นพนันบอลยังมีส่วนต่างค่าน้ำน่ะครับ หรืออย่างหวยใต้ดิน เจ้ามือก้อจ่ายไม่เต็มน่ะครับ ผมอาจจะเข้าใจผิดก้อได้ครับ รบกวนลองคำนวนในมุมของเจ้ามือหน่อยซิครับ ผลจะเป็นยังไงบ้างครับ

  11. เรียนคุณ TK ครับ
    ถ้าเหรียญแบบปกติ และอาศัยการเล่นแบบต่อเนื่อง (เกินสัก 30 ตา ว่างั้นเถอะ) สุดท้ายเจ้ามือและผู้แทงจะไม่มีใครได้ใครเสียครับ ง่าย ๆ ว่าเจ๊ากันไปครับ เพราะโดยความน่าจะเป็นที่บอกครับ มันครึ่ง ๆ อยู่แล้วครับ แต่ที่ต้องการจะชี้ให้เห็นก็คงเป็น มูลค่าความคาดหวังนี่แหละครับ เราจะลุ้นแทบตายเพื่อเสมอตัวงั้นหรือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า อันนี้ยังไม่นับเวลาที่มานั่งลุ้น ทางเศรษฐศาสตร์มีค่าเสียโอกาสครับ
    ไหน ๆ ก็ถามมา จะเพิ่มให้อีกนิด (จริง ๆ ว่าจะเก็บไว้ตอนต่อไปครับ) ถ้างานนี้ เจ้ามืออยากได้มากกว่าเสีย ง่ายมากครับ ก็เพิ่มจำนวนเหรียญเป็นสองเหรียญสิครับ มาละสิเนี่ย โอกาสจะออกเป็น หัวหัว ก้อยหัวหรือหัวก้อย และก้อยก้อย คราวนี้รับรองครับ เจ้ามือมาแน่นอนครับ มูลค่าความคาดหวังยิ่งดิ่งลงแน่นอนครับ ฮ่า ฮ่า อยากเป็นเจ้ามือมากขึ้นหรือเปล่าครับ
    แต้มต่อพวกพนันบอล เป็นการลดโอกาสถูกของเราลง และเพิ่มโอกาสของเจ้ามือมากขึ้นครับ การคำนวณถ้าคิดดี ๆ จะพบว่า ความไม่แน่นอนมีสูงครับ เพราะความน่าจะเป็นที่จะชนะของกีฬามันทั้งฝีมือ ฟอร์มการเล่น บวกโชค คิดแล้วเครียดแทนครับ พวกโต๊ะมืออาชีพเขาวิเคราะห์กันลึกครับ รับรองพวกรายใหญ่ ๆ ต่างชาติ ไม่มีพลาดครับ ไว้วันหลังจะเล่าให้ฟังกันหลังไมค์ครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่ยังไม่นับแทงชุดนะเนี่ย ฮ่า ฮ่า
    การหักค่าน้ำจิ้ม ค่าวิ่งโพย ค่าน้ำ พวกนี้ อาจเปรียบง่ายๆ ว่าจะเป็นการยิ่งลดมูลค่าที่เราจะได้รับทางฝั่งเราลงครับ พูดง่ายๆ เจ้ามือจะผลักภาระให้กับผู้เล่นและโต๊ะเล็ก ๆ
    ใจเย็น ๆ ครับ ถ้าจบไตรภาคแล้วยังไม่หนำใจ เดี๋ยวแถม เรื่อง คนจะโกงหรือไม่โกง เขาจะตัดสินใจอย่างไร เราจะควบคุมคนแบบนี้อย่างไร อดใจรอสักนิดหนึ่งครับ ว่าง ๆ จะเล่าให้ฟังแบบคนกันเองครับ
    ขอบคุณสำหรับผู้ที่ตีปริศนาธรรมผมออก

  12. สำนวนยอดเยี่ยมครับ ดร.โทครับ นับถือๆ

  13. เคยเรียนครับ เกี่ยวกับความเสี่ยงและการรับมือกับมัน หลับแล้วหลับอีก ขนาดเรียนแบบไม่เต็ม คือเรียนเฉพาะความเสี่ยงที่เกี่ยวกับด้านไอทีเท่านั้น เพราะความเสี่ยง (risk) ทำให้ประสิทธิภาพ ของไอทีลดลง ลด availability ของระบบ เราจึงต้องทำการค้นหาความเสี่ยงทั้งหลายที่จะมากระทบกับระบบ (risk assessment) เหมือนที่อาจารย์บอกคือ สิ่งที่ทำให้เกิด risk 3 ช่องทาง คือ ผู้บุกรุก (threat) ช่องโหว่ในระบบ (Vulnerability) และการควบคุมความปลอดภัย (Security) นักออกแบบระบบต้องคำนึงถึงสามสิ่งนี้ เพื่อลด risk ทำให้ระบบมี reliable สูง แต่การทำก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น จึงต้องวิเคราะห์พร้อมกับพิจารณาถึงความจำเป็นของระบบด้วยว่า มีความต้องการให้ระบบมีความเสถียรมากน้อยเท่าใด ระบบต้องการความเสถียรสูงๆ (High Availability) และมีงบมากพอ ผู้ออกแบบก็จะต้องเพิ่มอุปกรณ์สำรองเข้าไป (redundancy) เพื่อให้อุปกรณ์ใดเสีย ตัวสำรองจะทำงานได้เองโดยทันที ทำให้ลดความเสี่ยงลงได้ ทั้งหมดทั้งปวง ก่อนที่จะเตรียมการรับมือกับความเสี่ยง เราต้องทำการประเมินอนาคตก่อนครับ โดยสร้าง Scenario ต่างๆ ขึ้นมาว่า ถ้าตัวนี้เสียจะทำให้เกิดอะไรขึ้นบางครั้งอุปกรณ์เล็กๆ ตัวเดียวก็ทำให้ระบบทั้งระบบพังทลายลงได้ (single point of failure- SPOF) แปลเป็นไทยคงเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว” กระมัง

    ระบบใหญ่ๆ อย่าง core backing หรือระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์เขาต้องประเมินอนาคต ประเมิน risk ประเมิน impact เพื่อให้ความไม่แน่นอนของระบบต่ำสุดเลยครับ

    ส่วนเรื่องการพนันไม่เคยเล่น และไม่คิดจะเล่น เพราะเจ้ามือรวยคนเดียว เคยเข้าไปดูคาสิโนในต่างประเทศ ที่เขากะลังโยนลูกเต้ากันอยู่ นับดูช่องที่เขาให้แทง ดูอัตราการจ่ายคืน แล้ว ถึงแม้คนแทงจะแทงทุกช่อง เจ้ามือก็ยังกำไรเกินครึ่งอยู่ดี คือ แทงร้อย ถึงมีคนถูก เจ้ามือก็จ่ายออกเพียง 40-60 ที่เหลือ เจ้ามือรับ ยิ่งคนแทงแยะ ความเสี่ยงของเจ้ามือก็ยิ่งลดลงครับ

    ปล. ไว้พรุ่งนี้จะมาแชร์เกี่ยวกับความเสี่ยงของเจ้ามือหวยใต้ดินที่เคยทราบๆ มาครับ (แบบใต้ดินจริงๆ)

  14. บทความนี้อ่านสนุก ได้ความรู้ อาจารย์ช่วยอธิบายเรื่องที่เข้าใจยาก ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นมาก ๆ เลยค่ะ รออ่านภาคต่อไปอยู่ค่ะ

  15. ช่วยวิเคราะห์ การเสี่ยง

    เซียมซีบ้าง นะครับ

  16. ฮ่า ฮ่า ฮ่า วันนี้ผมมาทำงานวิจัยที่นครศรีธรรมราช ก็ถือโอกาสตอบคำถามคาใจไปในตัวละกัน

    สำหรับคุณTiger ถูกต้องครับ การแก้ปัญหาความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่ดีที่สุดก็เห็นว่าจะเป็นการเตรียมตัวเพื่อรับกับความเสี่ยงในทุกรูปแบบที่อาจเกิดขึ้นได้ ถ้ามองจากการคำนวนสูตรที่ให้ไปในเรื่องมูลค่าความคาดหวัง ก็หมายถึงการลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หรือ การลดความน่าจะเป็นที่จะเกิดความสูญเสียดังกล่าวโดยการเตรียมระบบความพร้อมและการป้องกันนั่นเองครับ เดี๋ยวคราวหน้าจะบอกให้ว่า พวกที่เตรียมความพร้อมพวกนี้เป็นคนกลุ่มไหนครับ
    ในส่วนของการพนัน กลุ่มมิจฉาชีพที่หากินกับพวกนี้ ก็มีตั้งแต่โกงอุปกรณ์ หรือใช้เทคนิคตบตาเหมือนเล่นกล รวมถึงทำไพ่หรือซ่อนไพ่ครับ พวกนี้ผมถือว่าเด็ก ๆ ครับ แต่ถ้าพวกมืออาชีพเท่าที่เคยดูช่องเดียวกับท่านtiger เขาทำงานกันเป็นทีมครับ มีเครื่องส่งสัญญาน มีคอมพิวเตอร์คำนวณโอกาสประมวลความน่าจะเป็นออกมาเป็นช่วง ส่งกลับมายังผู้เล่น แต่เห็นว่าจับได้ประจำครับ อันที่โดนบ่อย ๆ จะเป็นพวกไพ่ Blackjack ครับ อันอื่นอาจใช้เทคนิคดังกล่าวไม่ได้ครับ

    สำหรับคุณ Rujfan ฮ่า ฮ่า ฮ่า ความน่าจะเป็นคำนวณไม่ยากหรอกครับ ก็นำไม้เซียมซีทั้งหมดไปหาร 1 (คือจำนวนไม้ที่ท่านเสี่ยงทายออกมา) ก็จะได้ความน่าจะเป็นแบบง่าย ๆ ครับ คราวนี้จะเสี่ยงถูกหรือไม่ถูก ตามหลักการแล้วก็เป็นการสุ่มนั่นเองครับ แต่บางคนอาจจะเถียงว่า มันน่าจะมีเรื่องของอภินิหาร และ ความศรัทธา รวมทั้งเทคนิคการเขย่าให้ออกเลขที่มุ่งหวัง ฮ่า ฮ่า ฮ่า อันนี้ทางเศรษฐศาสตร์ยังไม่สามารถมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนได้ ลองถามคุณธันยวัชร์ และ คุณอาทิตย์ดู ทั้งคู่น่าจะชำนาญเรื่องประเภทนี้มากกว่าผมครับ ถ้าได้คำตอบอย่างไรมาเล่าให้ฟังบ้างครับ

    ตอนต่อไปว่าจะหาโอกาสเขียนให้เร็ว ๆ นี้ครับ นิสัยผมต้องมีคนมากระตุ้นบ่อย ๆ ครับจึงจะเกิดแรงผลักดันอย่างรุนแรง รอคุณธันยวัชร์เลี้ยงกาแฟและข้าวอีกซักมื้อ แรงดลใจก็จะไหลมาครับ
    ฮ่า ฮ่า ฮ่า

    ขอบคุณครับ
    อ โท

  17. เมื่อวานต๊ะเอาไว้เกี่ยวกับความเสี่ยงของพวกเจ้ามือหวยใต้ดินครับ จากที่เคยคลุกคลีกับพวกนี้มา ในระดับลึก (ไม่เคยเล่นหวยจริงๆ ครับทั้งบนดินและใต้ดิน) พวกเจ้ามือหวยเขามีวิธีรองรับความเสี่ยงดังนี้ครับ

    เวลารับแทงหวยมา เขาจะใส่เจ้าคอมฯ โปรแกรมของเจ้ามือหวยจะแสดงให้เห็นเลยว่า มีเบอร์ไหน ที่คนแทง แทงกันมากผิดปกติ แสดงว่าเป็นเบอร์เต็ง โปรแกรมคอมฯ จะคำนวณให้เห็นถึง worse case scenario คือ ถ้าเบอร์ที่คนซื้อแยะสุดถูกจริง เขาต้องจ่ายแล้ว จะคุ้มทุนจากเบอร์อื่นๆ ที่มีคนซื้อทั้งหมดหรือไม่ ถ้าไม่ เขาจะต้องตัดยอดเบอร์ที่คนซื้อแยะๆ ไปแทงกับเจ้ามือเจ้าอื่น เพื่อรองรับกรณีที่เบอร์นี้ถูกจริง เขาก็จะได้เงินจากเจ้ามืออื่นมาแทง การตัดยอดไปแทงเจ้าอื่นนี้ คอมฯ ก็จะคำนวณผลกำไรขาดทุนของเจ้ามือให้ใหม่ได้ และโปรแกรมยังสามารถคำนวณกรณีที่เบอร์รองๆ ลงมามีสิทธิถูกด้วย เจ้ามือจึงต้องคำนวณ scenario ต่างๆ เผื่อไว้ จะเห็นว่า เดี๋ยวนี้เจ้ามือหวย ได้เอาเทคโนฯ มาช่วยลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของการออกหวยของกองสลากได้ (ถ้าไม่มีการล็อคเบอร์กันเสียก่อน อิอิ) ผมว่า ปัจจุบันเขาอาจจะมีเครื่องมือที่ก้าวหน้ากว่านี้อีก เพราะที่ผมเล่ามานี่มันเมื่อสิบกว่าปีมาแล้วครับ

  18. ขอชื่นชมกับความสามารถในการอธิบายเรื่องยากๆ ให้เป็นเรื่องง่ายของอาจารย์ ด้วยการยกตัวอย่างประกอบที่ใกล้เคียงกับประสบการณ์ชีวิตของคนไทยหลายๆ คน
    เนื่องจากความไม่เน่นอน เป็นสิ่งที่เที่ยงแท้และแน่นอนที่สุด ดังคำกล่าวที่ว่า “THE UTMOST CERTAINTY IS UNCERTAINTY”
    ดังนั้นคงไม่มีใครหรือธุรกิจไหนที่ไม่เคยประสบกับความไม่แน่นอน
    แต่ถึงอย่างไรเราก็ควรที่จะเรียนรู้ และทำความรู้จัก กับความไม่แน่นอนให้มากที่สุด เพื่อให้เราสามารถรู้ตัวและตั้งรับกับความไม่แน่นอนนั้นได้ทันเวลาอย่างมีสติ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: