สายเหยี่ยว VS สายพิราบ ตอน 1

หลายเดือนก่อนอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐหน้าเศรษฐกิจ เห็นข่าว อ.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ขึ้นพูดราว 15 นาทีที่เวทีที่จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ รู้สึกว่าน่าสนใจ

ดร.สุวิทย์ โดยได้กล่าวแสดงความเป็นห่วงทัศนคติของผู้บริหารในคณะรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีความคิดว่า “I’m ok. You’re not ok.” คือ คิดว่าตัวเองโอเค แต่คนอื่นไม่โอเคไปหมด ซึ่งจับผิดการดำเนินการในทุกๆนโยบายของรัฐบาลชุดก่อน โดยมองว่าทุกๆเรื่องไม่ดีไปหมด ทั้งๆที่สิ่งใดที่ดีก็ควรทำต่อไป ไม่ใช่ไปแก้ไขทั้งหมด หรืออะไรที่ดีแล้วก็ยังไปเปลี่ยนชื่อโครงการ

อดีตผู้ช่วยรมว.พาณิชย์ บอกว่าทัศนคติของผู้บริหารในรัฐบาลชุดใหม่ เป็นทัศนคติที่หลงทาง ทางด้านอคติ จึงอยากให้เปลี่ยนใหม่ ไม่เช่นนั้นจะเป็นรัฐบาลสมานฉันท์ไม่ได้ และขอให้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้และคิดให้ลึกซึ้ง โดยขอให้รัฐบาลรู้จักการแยกแยะ ไม่ใช่ แบ่งแยก เพราะถ้าหากสังคมกลายเป็นสังคมแบ่งแยกจะเท่ากับเป็นการถอยหลังเข้าคลอง

วิธีคิดแบบนี้ ทำให้ผมนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งของเอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน กูรูด้านความคิด หนังสือเล่มนั้นคือ I Am Right-You Are Wrong ฉันถูก เธอผิด ทำนองนั้น ซึ่งผมคิดว่าวิธีคิดแบบนี้ กำลังแพร่ระบาดในสังคมไทย

ก่อนหน้าการรัฐประหาร วิธีคิดแบบนี้ก็เริ่มแพร่ระบาดมากขึ้น เพราะประเทศแบ่งออกเป็นสองฝั่ง แต่ละฝั่งก็มุ่งประหัตประหารกันทางความคิด ทางวาจา และถึงกับลงไม้ลงมือกันก็มี

จริงๆผมคิดว่าเมื่อมีการปฏิวัติ ก็น่าจะสมานฉันท์กันได้ เพราะตอนทักษิณยังเป็นนายกฯ ก็ประท้วงกันไม่เว้นแต่ละวัน

ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็มีผู้ชี้แนะว่า “ต้องเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี” จึงจะแก้ปัญหาได้

สาเหตุที่ปัญหารุนแรงจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะทักษิณสั่งเลิกศอบต.และใช้ความรุนแรงจัดการปัญหา

วิธีแก้ก็คือใช้ความละมุนละม่อม หรือใช้แนวทางสายพิราบ เริ่มต้นด้วยการขอโทษอย่างเป็นทางการจากปากนายกรัฐมนตรี จากนั้นตั้งศอบต.ขึ้นมาใหม่ ตามด้วยการถอนฟ้องคดีต่างๆ

ผลที่เกิดขึ้นก็คือ การก่อการร้ายและฆ่ากันใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ลดลงเลย ตรงกันข้ามกลับรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ใช่หรือไม่ว่าเรากำลังใช้สายพิราบสู้กับสายเหยี่ยว หลังจากที่ล้มเหลวจากการใช้สายเหยี่ยวสัประยุทธ์มาแล้ว

โลกเราทุกวันนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในวงการใดก็ตาม เห็นทีจะหนีไม่พ้นสายเหยี่ยวและสายพิราบ กระทั่งผู้ดำเนินรายการคุยคุ้ยข่าว สรยุทธ์ นี่สายเหยี่ยว ส่วนกนก แน่นอนว่าสายพิราบ

หนังสือธุรกิจที่ดังระเบิดเถิดเทิงอยู่ในเวลานี้ Blue Ocean Strategy ที่สอนให้คนวิ่งหนีตลาดที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งถึงที่สุดแล้วก็จะกลายเป็นทะเลเลือด เพราะจะห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน สุดท้ายจะจบลงด้วยการตัดราคา ผู้เล่นที่มีสายป่านยาวที่สุดจะเป็นฝ่ายชนะ

ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เลยเสนอแนวความคิดใหม่ว่า ต้องเข้าไปหาทะเลสีคราม ซึ่งเป็นตลาดที่ยังไม่มีการแข่งขัน มีดีมานด์ แต่ไร้ซัพพลาย ดังนั้นใครเข้าตลาดนี้ก่อน ก็กินคนเดียว

ทว่าไม่นาน ก็จะกลายเป็นทะเลแดง เช่นเดียวกับโรตีบอยที่เผชิญมาแล้ว

Published in: on June 21, 2007 at 1:03 am  Comments (14)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2007/06/21/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-vs-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9a-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-1/trackback/

RSS feed for comments on this post.

14 CommentsLeave a comment

  1. ในบางครั้ง เราก็ต้องเป็นสายเหยี่ยว

    และในบางคราอาจเป็นสายพิราบได้เช่นเดียวกัน

    ต้องดูสถานการณ์

  2. ………ซึ่งจับผิดการดำเนินการในทุกๆนโยบายของรัฐบาลชุดก่อน โดยมองว่าทุกๆเรื่องไม่ดีไปหมด ทั้งๆที่สิ่งใดที่ดีก็ควรทำต่อไป ไม่ใช่ไปแก้ไขทั้งหมด หรืออะไรที่ดีแล้วก็ยังไปเปลี่ยนชื่อโครงการ …….

    “OTOP” ชื่อนี้ Go inter ไปแล้ว
    ล่าสุดไหงกลับเปลี่ยนชื่อเป็น ” ผลิตภัณฑ์ชุมชน” ซะงั้น

    หมา…..น่อย….หมาน่อย ธรรมดา…………..

  3. ขึ้นอยู่กับมุมที่ยืนอยู่ในการมอง คนละเวลา ต่างตำแหน่งทางการเมือง ย่อมเห็นไม่ตรงกัน

    จะเป็น นกอะไรก็ตาม หากว่าต้องการให้เกิดความสมานฉันท์อย่างแท้จริง

    หรือเป็นอาจารย์ที่หวังดีต่อบ้านเมืองจริง ก็น่าจะลองเสนอทางออกที่เป็นความคิดของตัวเอง

    หนังสือทฤษฎีต่างๆ ที่อ้างถึงก็แปลได้ว่า ท่านเองก็ยังไม่ชัดถึงจุดเปลี่ยนในทางที่ต้องดีขึ้น

    ทางออกที่เป็นรูปธรรม หรือเสนอวิธีที่ดีในประสบการณ์ของ ดร. ครับ

  4. อาจารย์คะหนูฟังรายการอาจารย์เพิ่งหาทางเข้า อ่านบทความได้
    ดีใจมากคะ แต่ขอบอกว่าอาจารย์หัวเราะได้น่าฟังมาก ชอบฟังอาจารย์พูด เรื่องไรต่อไรให้ความรู้มากๆๆๆๆๆๆ

  5. อาจารย์คะหนูฟังแล้วแต่ ทำไม่ค่อยได้อย่างอาจารย์พูด ทำไงดีคะคือเริ่มต้น ไม่ค่อยเป็น เรายากเข้าไปอบรม แต่ไม่รู้เริ่มต้นจากไหนก่อน อาจาร์ยช่วยกระตุ้นต่อมให้ยากรวย ยากไปอบรมได้บ้างคะ ขอบคุณคะ คนความรู้น้อย

  6. อ้าวไหงกลายเป็นน่านนำสีแดงอีกล่ะครับ
    ในเมื่อทฤษฎีบอกว่าหากอยู่ในน่านน้ำสีครามแล้วจะอยู่ได้ตลอดไปไง
    งง ครับ งั้นแสดงว่ากลยุทธ์มันเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด

  7. ดิฉันว่าตังเองเป็นสายเหยี่ยวนะ พ่อเคยเตือนว่าทำงานอย่างนี้ ตาย!!! ต้องมีการยืดหยุ่นบ้างยิ่งทำงานกับคนยิ่งต้องระวังให้ดี ดิฉันมองพ่อว่าเป็นสายพิราบ ใจเย็น ประนีประนอม แต่บางครั้งพ่อก็ตบโต๊ะ! ฟันโช๊ะ! เหมือนกัน ทำเอาทั้งลูก ทั้งลูกน้อง กระวีกระวาดกันเป็นการใหญ่

    ถ้าผสมพันธุ์ทั้งสองชนิดได้คงดีน่าดู ” พิราบในตาเหยี่ยว” ตั้งรับแบบพิราบ ตั้งรุกแบบเหยี่ยว

  8. ผมว่าเราเดินทางสายกลางครับ นักปกครองต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณ จะได้ทั้งความรักและเคารพ

    ส่วนเรื่องน่านน้ำสีคราม พอเราเข้าแล้วดี ชาวบ้านเค้าก็คงรีบเเล่นเรื่อเข้ามาเหมือนกันครับ ตอนนี้ก็ต้องดูว่าเราจะครอบครองพื้นที่ๆเราค้นพบก่อนได้อย่างไร

    -_-” ยิ่งพูดยิ่งงงตัวเอง

  9. เห็นด้วยกับคุณพีค่ะ จะเลือกเหยี่ยวหรือพิราบ เราคงจะต้องดูที่เหตุการณ์แวดล้อมประกอบกันไปน่ะค่ะ

  10. แนวทาง”สายเดี่ยว”น่าจะเหมาะกับคณะขิงแก่
    เพราะจะได้กระชุ่มกระชวยครับ….พี่น้องครับ !

  11. คิดเหมือนคุณ Zelda ครับ แล้วก้องงเหมือนคุณ Zelda เหมือนกัน เหๆ

  12. ในวงการศึกษาใน เราก็มีพระเดช กับ พระคุณ ซึ่งไม่มีอะไรจะเป็นสูครสำเร็จรูปหรอกครับ ขึ้นอยู่ว่าคุณมองเห็นปัญหา วิธีแก้ และบวกกับประสบการณ์

  13. เยี่ยมครับ

  14. สวัสดีครับคุณ ธันยวัช
    ผมรบกวนช่วยเล่าเรื่องการตลาด 7p’sและพฤติกรรมผู้บริโภค 6w1hด้วยครับเพราะผมได้ยินการตลาด4p’sมากครับการตลาดแบบ7p’sไม่ค่อยได้ยินครับ
    ขอบคุณมากครับ
    สุรสิทธิ์ เครือตา


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: