สังเคราะห์ภูมิปัญญานายห้างเทียม(ตอน1 )

นายห้างเทียม โชควัฒนา ไม่เพียงเป็นตำนานมังกรค้าปลีก ผู้สร้างอาณาจักรค้าปลีกไทยที่ใหญ่โตโอฬาร ทว่ายังเป็นปรมาจารย์การตลาด ผู้ไม่เคยเรียนเอ็มบีเอ ทว่าเอ็มบีเอทั่วไทยต้องศึกษาจาก “คำสอนจากนายห้างเทียม”
ซึ่งนายห้างเทียมจดบันทึกประสบการณ์ไว้คนรุ่นหลังอ่าน

คำสอนจากนายห้างเทียม คลาสสิก ทันสมัย

และจากการศึกษาคำสอนของนายห้างเทียมแล้ว ตรงกับปรัชญาและกลยุทธ์ธุรกิจจากโลกตะวันตก

ผมจะวิเคราะห์และสังเคราะห์เป็นตอนๆไป

โดยเริ่มจาก

แค่หยุดอยู่กับที่ ก็กลายเป็นผู้ล้าหลัง

คนที่ประสบความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีการศึกษาสูง คนที่การศึกษาสูง เรียนสูงๆ ปริญญาโท. ปริญญาเอก, เรียนหลังปริญญาเอก (Post Doctor) ไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จ แต่โอกาสของเขาก็จะมี…
คนที่ไม่ได้เรียนสูงๆ ก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่ได้เป็นคนที่ไม่มีสติปัญญา ความรู้

…นางห้างเทียม โชควัฒนา เป็นตัวอย่างหนึ่ง

คุณเทียม โชควัฒนา มอบคำคมไว้ให้กับสังคมมากมาย

“ปรัชญาของนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จมักจะกล่าวกันว่า นักธุรกิจนั้นต้องเป็นคนของวันพรุ่งนี้ เพราะเพียงแต่เขาเป็นคนของวันนี้ อะไรๆ มันก็สายไปเสียแล้ว”

คนของพรุ่งนี้เป็นคนอย่างไร?

คุณเทียม บอกว่า คนของพรุ่งนี้ต้องเป็นคนทันสมัย

คำว่าทันสมัยนั้นคือ ท่านจะต้องรู้จักอินเตอร์เน็ต เล่นคอมพิวเตอร์เป็น เข้าเว็บไซต์เป็น ฯลฯ

คุณเทียมเคยเล่าว่า ช่วงนั้น หนังกลางแปลงเป็นที่นิยม ลูกน้องที่ทำการตลาดบอกว่าจะทำการตลาดผ่านหนังกลางแปลง คุณเทียมพูดออกมาประโยคหนึ่งว่า “คิดดี ตอนนี้เริ่มกระจายแล้ว คนออกจากบ้านน้อยลง หนังกลางแปลงอาจจะไม่สำเร็จเหมือนปีก่อนๆ ที่เราเคยทำ”

คนทันสมัยไม่พอ…ต้องเป็นคนทันโลก

คนทันโลกเป็นคนอย่างไร?

…เป็นคนที่รู้จักโลกาภิวัตน์หรือไม่

…หนังสือที่โลกเขาอ่านกัน อ่านหรือไม่

…รายการทีวีระดับโลก ดูหรือไม่

…ข่าวที่โลกรับรู้กัน ทราบหรือไม่

ทันโลกต้อง “อย่าหยุดนิ่ง” มีสายตาที่มองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์ นั่นคือมองในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น หาทางก้าวหน้าต่อไปเรื่อยๆ สร้างอาณาจักรที่ทำให้ผู้อยู่ข้างหลัง ยากจะตามทัน

ความหมายตรงนี้ก็คือ ท่านจะต้องวิ่งเร็วกว่าคนอื่น

ถ้าท่านเป็นกวาง การที่ท่านจะอยู่รอดได้ ท่านจะต้องเป็นกวางที่วิ่งเร็วกว่าเสือ หรือสิงโตที่วิ่งเร็วที่สุด แต่ถ้าท่านเป็นเสือ หรือเป็นสิงโต ท่านจะต้องวิ่งเร็วกว่ากวางที่ช้าที่สุด

ท่านลองคิดดูว่าประเทศไทยเป็นกวาง หรือเป็นสิงโต?

ปล.ใครอยากได้ไฟล์ “เมื่อ Blue Ocean กลายเป็น Red Ocean” ก็ดาวน์โหลดได้เลยครับ(ขออภัยที่โหลดช้าครับ วันศุกร์งานยุ่งจัด)
when-blue-turn-red.pdf

Published in: on September 27, 2007 at 1:46 am  Comments (39)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2007/09/27/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2/trackback/

RSS feed for comments on this post.

39 CommentsLeave a comment

  1. ท่านลองคิดดูว่าประเทศไทยเป็นกวาง หรือเป็นสิงโต ? โอ๊ย จารย์ เป็นคำถามที่เด็ดมาก เป็นคำถามที่น่าคิดมาก ผมมองว่าตอนนี้ประเทศเราเหมือนกะเต่า ที่เดินอย่างช้าๆๆ ตามหลังคนอื่นหรือไม่ก็ปล่อยให้คนอื่นแซงหน้าไปซะงั้น เลือกคิดดูเล่นๆๆน่ะครับ เมื่อ 10-20 ปี ก่อนเกาหลีใต้มาดูงานที่เมื่องไทย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา อะไรหลายๆอย่างในเมืองไทย แต่ปัจจุบันนี้เป็นไงครับ คนไทยตั้งเดินทางไปดูงานที่เกาหลีแทน สิ่งหนึ่งที่ผมพอจะคาดเน คือ คนถ้ามันจะวิ่งเร็วได้มันต้องมีความต่อเนื่องในการวิ่ง ก็คือการทำสิ่งนั้นเป็นปกติวิสัยหรือเป็นกิจวัตรของชีวิต และที่สำคัญต้องทำอย่างเป็นระบบ แต่ประเทศไทยขาดทั้งในส่วนที่เรียนว่าความต่อเนื่องและการทำอย่างเป็นระบบ ลองคิดดูน่ะครับเสือหรือสิงโต หากมันจะตะคุบเหยื่อมันต้องใช้อะไรบ้าง 1.แน่นอว่าต้องวิเคราะห์เหยื่อ 2.คาดคะเนแรงที่ใช้ ระยะในการวิ่ง 3.กรรมวิธีในการหลอเหยื่อ หรืออาจจะอื่นๆ ที่มากกว่านี้ ถ้าเป็นกวางล่ะ กวางคิดอะไร 1.หากเสือหรือสิงโตมาจะวิ่งอย่างไง นอกจากจะวิ่งให้เร็วยังไม่พอ ต้องคิดว่าจะวิ่งไปในทิศทางใด วิ่งเร็วไปใช่ว่าจะดี 2. ต้องวิเคราะห์เส้นทาง หรือคาดคะเนว่าเสือหรือสิงดตจะตะคุบอย่าไง 3.หากเสือหรือสิงโตจะตะคบจะหลบซ้าหรือหลบข้างใช้อะไรเป็นตัวช่วยเช่นแม่น้ำ ต้นไม้ ก้อนหิน หรืออื่น แต่เต่านี้ เดินไปเรื่อยๆๆ ตามทางที่เคยเดิน เคยเดินขึ้นหินก็ขึ้นหิน เคยเดินดงหญ้าก็เดินมันอย่าไง หากมีการเปลี่ยนแปลงก็ไม่เคยสงสัย หากศตรูมาก็หลบในกระดองคิดว่ากระดองของข้าแข็งที่สุดไม่มีใครทำอะไรได้ ทำให้เต่าถูกจับได้ไง(ทำไงได้อยู่บนบกใช่วิ่งเร็วเท่าสัตว์อื่น อยู่ในน้ำใช่ว่ายเท่าปลา) คำถามที่ว่าเป็นกวางหรือเป็นสิงโต น่าคิดเหมือนกัน แต่หากเป็นเต่าด้วยก็หน้าคิดอีกแบบไม่น้อยไปกว่ากัน

  2. Is it true that education is not the factor of success in these days? I admit that in the past, education was not an important factor, take Bill Gates for example. However, things have changed in these days. Marketing opportunities are dramatically lessen as the world become Globalization. From my point of view, education was not the factor because at that time the number of educated people were a small group, or the group so called “the intellectual”. Nowadays, number of educated people are expanding. Therefore, if you are still uneducated, it is hard to live in this world of raplexity. Of course, this is related to w

  3. Is it true that education is not the factor of success in these days? I admit that in the past, education was not an important factor, take Bill Gates for example. However, things have changed in these days. Marketing opportunities are dramatically lessen as the world become Globalization. From my point of view, education was not the factor because at that time the number of educated people were a small group, or the group so called “the intellectual”. Nowadays, number of educated people are expanding. Therefore, if you are still uneducated, it is hard to live in this world of raplexity. “Once you stopped, you fell behind”

  4. คำคม ของผมคือ “ไม่มีทางบินสง่างาม อย่างอินทรี ด้วยปีกนกกระจอก” ถ้าเราจะทำการใหญ่หรือ บินให้สูง เราต้องใช้ความรู้ ความสามารถ ไม่ใช่ไม่มีความรู้แล้วจะคิดการใหญ่ ยังไงก็ไม่ประสบความสำเร็จแน่นอน

    (ขอไฟล์เต็มของคุณเทียมครับผม)

  5. ประเทศไทยตอนนี้ คงเป็น “กวาง” ละมังครับ แต่คงเป็นกวางที่วิ่งเร็วกว่าเสือบางตัวครับ แต่ก็คงไม่สามารถวิ่งเร็วกว่าเสือทุกตัวครับ แต่ตัวไหนก็คงต้องคิดเอาคร้บ

  6. ประเทศไทยเป็นเสือ เรียกว่า เสือง่วง ก็แล้วกันครับ ไม่หิวก็ไม่วิ่ง ต้องมีอะไรมากระตุ้น พอไม่ค่อยได้วิ่ง กล้ามเนื้อก็ไม่ค่อยแข็งแรง จับกวางได้มั่ง ไม่ได้มั่ง แต่เพราะเป็นเสือ เขี้ยวเล็บ พอตัว ก็เลยอยู่ในป่าได้ ส่วน ข้อคิดคำคม ที่เอามาแลกไฟล์ ไม่รู้ว่าต้องเกี่ยวกับเนื้อเรื่องหรือปล่าว หัวหน้ามาเรียกใช้งานพอดี ” รูปถ่ายมีเป็นพันรูป ดูได้แค่ 10 ก็โชว์แค่ 10 จะได้สบายใจทั้งคนดูคนถ่าย เหมือนกับคำพูด อะไรที่มันคิดว่าจะทำให้บรรยากาศการทำงานเสีย ก็อย่าพูดเลย ถ้ามันไม่จำเป็นจริงๆ” พอดีชอบถ่ายรูป และที่ทำงานมีปัญหาเรื่องการใช้คำพูดพอดี

  7. ใจ สำคัญที่สุดในการประกอบการ นอกจากความรูความสามารถแล้ว

  8. สำหรับคนที่ไม่เคยแวะไปพันทิพย์

    เห็นว่า กระทู้นี้น่าสนใจ เลยเอามาแปะให้อ่านกันครับ

    หากสนใจ จาไปอ่านต่อก็ที่

    http://www.pantip.com/cafe/silom/topic/B5852326/B5852326.html

    * * * ทำธุรกิจด้วยแนวคิดหมากล้อม * * *
    มีเพื่อนๆ น้องๆ อยากให้ตั้งกระทู้แก้เหงา ก็เลยขอนำเรื่องแนวทางที่ผมเองก็เพิ่งเริ่มศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ และเห็นว่าค่อนข้างดี มีประโยชน์ และผมก็นำมาเป็น “หลักการหลัก” ของตัวเองในขณะนี้ด้วยเหมือนกันครับ เพราะเข้ากับสถานการณ์จริงได้มากกว่าหลักพิชัยสงครามซุนวูที่ผมเคยใช้ เรื่องที่ว่าก็คือ การทำธุรกิจโดยใช้แนวคิดของหมากล้อม หรือโกะนั่นเอง

    หมากล้อมเข้ามาเริ่มแพร่หลายในเมืองไทย ด้วยการสนับสนุนและเผยแพร่ โดย คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ผู้บริหาร เครือซี.พี. โดยเฉพาะเน้นไปที่ด้านการนำแนวคิดมาปรับใช้กับชีวิตและการทำธุรกิจ ซึ่งในปัจจุบันก็มีผู้เล่นแพร่หลายขึ้นอย่างมาก

    แต่การเล่นหมากล้อมก็คือการเล่นหมากล้อม และการทำธุรกิจก็คือการทำธุรกิจ ผู้ที่เล่นหมากล้อมเก่งอาจไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำธุรกิจเก่ง และผู้ที่ทำธุรกิจเก่งอาจไม่ได้หมายความว่าจะเล่นหมากล้อมเก่ง แต่หากปรับสองอย่างเข้าด้วยกัน ก็จะมีประโยชน์อย่างมาก เพราะสิ่งที่ทั้งสองเหมือนกันคือ กลยุทธ์ (Strategy) แต่กลวิธี (Tactic) นั้นเป็นสิ่งที่แตกต่างกัน นักธุรกิจที่จะหันไปเล่นหมากล้อมให้เก่ง ต้องเรียนรู้วิธีการเล่นเกม ซึ่งหมายถึงกลวิธี(และส่วนนี้จะปรับให้เข้ากับธุรกิจได้น้อยกว่า) และผู้เชี่ยวชาญหมากล้อม ถ้าจะให้คำแนะนำกับนักธุรกิจได้ดี ก็ต้องเข้าใจวิธีการทำธุรกิจหรือTacticเสียก่อน สิ่งที่เราควรศึกษาจึงควรเน้นไปที่กลยุทธ์ แต่การจะได้ความคิดที่ลึกซึ้ง ก็ควรจะเล่นเกมนี้เป็นด้วยตัวเอง และการเล่นอยู่เสมอ จะทำให้เรามีหลักแนวคิดนี้ยึดเอาไว้ในใจในการวางแผนชีวิตหรือการทำธุรกิจเสมอ

    แต่ในที่นี้ ผมจะขอเน้นไปที่การทำธุรกิจนะครับ (แต่อาจจะเปรียบเทียบกับเรื่องอื่นบ้างตามโอกาส) ให้เพื่อนๆ ลองอ่าน และศึกษาดู รวมทั้งอาจวิจารณ์ด้วยก็ได้นะครับ และเพื่อไม่ให้น่าเบื่อ ผมจะค่อยอธิบายวิธีการเล่น หรือกฎกติกา ไปพร้อมๆ กับแนวคิดนะครับ

    หมากล้อมเป็นเกมที่แข่งกันวางหมากไปทีละเม็ด ระหว่างหมากขาวและหมากดำ โดยต้องเชื่อมกันเป็นอาณาเขตของตน และอาณาเขตนั้นถ้ามีลักษณะไม่ถูกต้องตามกติกา(ไม่เป็นอมตะ) จะสามารถถูกจับกินได้ เมื่อสรุปตอนท้ายเกม ใครได้แต้มมากกว่าชนะ ซึ่งแต้มนั้นก็นับจากช่องว่างที่อยู่ในวงล้อมของตน กับจำนวนหมากที่จับกินได้จากฝ่ายตรงข้าม(เรียกว่าเชลย) หลักคร่าวๆ ก็มีเพียงเท่านี้

    หมากล้อมแบ่งช่วงของเกมเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงต้นเกม กลางเกม และช่วงท้ายเกม ซึ่งทั้ง 3 ช่วง จะใช้กลยุทธ์และกลวิธีที่แตกต่างกันไป

    1. ช่วงต้นเกม – ต้องใจเย็น วางหมากตามกลยุทธ์ โดยพยายามวางให้ทั่วพื้นที่หลายๆ พื้นที่ เพื่อที่จะสร้างบ้าน(วงล้อมเพื่อที่จะเก็บแต้ม) คนที่รีบสร้างบ้านให้เข้มแข็งแต่แรก ส่วนใหญ่ในระยะยาว จะได้พื้นที่ๆ แน่นอนเล็กๆ ตอนท้ายเกม เพราะในภาพกว้างจะอ่อนแอ แต่คนที่พยายามวางหมากที่กว้างเกินไป บางทีก็จะอ่อนแอไปทุกดินแดน เรียกว่าสุดท้ายอาจแทบจะไม่ได้ครองอะไรเลย ช่วงแรกนี้เรียกว่าช่วงทำงานใหญ่

    2. ช่วงกลางเกม – พอวางหมากไปเยอะๆ เริ่มขยายพื้นที่ไม่ออก ตอนนี้ก็ต้องรีบมาสร้างความมั่นคงให้กับบ้านที่ร่างโครงสร้างไว้ ให้มีพื้นที่มากที่สุด และไม่ถูกโจมตี หรือถูกจับกิน เป็นช่วงที่อาจชี้ผลแพ้ชนะ เป็นช่วงที่ต้องใช้กลวิธีเยอะ เรียกว่าเป็นช่วงทำงานด่วน

    3. ช่วงท้ายเกม – ส่วนใหญ่เมื่อเกมผ่านช่วงกลางแล้ว จะมีฝ่ายที่ได้เปรียบและเสียเปรียบ ค่อนข้างชัดเจนแล้ว และตอนท้ายนี้ มักเป็นการสร้างความมั่นคงให้กำแพงที่ล้อมเป็นบ้านนั้นไว้ให้แน่นหนา และเป็นการทำแต้มที่เหลือพื้นที่อีกเล็กน้อยให้มากที่สุด แต่ในกรณีที่เกมยังสูสีแต้มไม่ทิ้งห่าง ช่วงท้ายนี้อาจพลิกกลับได้ ช่วงท้ายเกมนี้เรียกว่า ช่วงทำงานเล็ก

    **********************************

    กลับมาเปรียบเทียบกับการทำธุรกิจ ช่วงแรกเป็นช่วงปูพื้นฐานของการทำธุรกิจ(อาจหมายถึงการเก็บเงิน หาความรู้ความเชี่ยวชาญ และการมีคอนเนคชั่น) หรือของการทำการงานอื่น หรือของชีวิตก็ตาม ถ้าช่วงแรกปูพื้นฐานไว้ไม่ดี ช่วงต่อมาหรือช่วงกลางเกมเราก็จะมีปัญหา ยึดครองได้แต่พื้นที่เล็กๆ หรือธุรกิจเล็กๆ และหลักการกลยุทธ์ของการเล่นหมากล้อมประการหนึ่งก็คือ

    ” งานด่วนมาก่อนงานใหญ่ ”

    หมายถึงถ้าพื้นที่บ้านเล็กๆ ถูกโจมตีหรือไม่มั่นคง เราต้องรีบกลับมาป้องกันให้มั่นคงก่อน งานสร้างอิทธิพลในพื้นที่ใหญ่เอาไว้ทีหลัง ถ้าธุรกิจเล็กๆ ไม่รอด รายได้หลักไม่มี เรื่องธุรกิจใหญ่ก็ไม่มีความหมาย แต่ความสมดุลย์ของผู้เล่นที่ดีก็คือ การเล่นสลับระหว่างงานด่วนและงานใหญ่ ต้องสร้างความสมดุลย์ให้เกิดขึ้นกับเกม

    ทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองไป ก็ต้องหาเวลาไปสร้างอิทธิพลและโอกาสใหม่ๆ ในอนาคต ถ้าไม่มีเวลาไปสร้าง ก็จะจมอยู่กับงานเล็กๆ นั้นไม่ไปไหน ต้องไปหารู้จักสังคมใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ หรือโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

    บางทีหากงานหรือธุรกิจเราไม่ไปไหน อาจเกิดจากเราปูพื้นฐานในช่วงแรกไว้ไม่ดี ก็ต้องปูกันใหม่ เราอาจเปรียบชีวิตเป็นเกมหมากล้อม 1 เกมใหญ่ ชนะหรือแพ้ดูที่ปลายเกม คนที่รีบร้อนและได้ที่มั่นดีๆ ในช่วงแรก อาจต้องแพ้ตอนท้ายเกมก็ได้ครับ

    * เรื่องแนวคิดจากหมากล้อมนี้มีมากมายที่ผู้สนใจต้องศึกษามากๆ รวมทั้งต้องลองเล่นด้วยจึงจะเข้าใจลึกซึ้ง(อาจเริ่มเล่นกับเกมคอมพิวเตอร์ก็ได้) ผมจะมาเขียนเล่าเรื่องเรื่อยๆ แล้วกันนะครับ เผื่อจะมีผู้สนใจศึกษาจริงจังมากขึ้น ช่วงนี้เนื้อหากระทู้ในห้องมีเรื่องปลีกย่อย หรือเรื่อง Tactic เยอะแล้ว แต่รู้สึกว่าเรื่องกลยุทธ์จะยังไม่ค่อยมี ผมก็เลยเอาเรื่องแนวนี้มาฝากแล้วกันนะครับ

    ถ้าคุณพี่ ธัญ เห็นว่าพอได้ประโยชน์บ้าง

    จะใจดีให้ file ก็ที่ shalaone@gmail.com นะครับ

  9. เพราะเราไม่รู้ ว่ามันเป็นไปไม่ได้…เราเลยทำมันสำเร็จ
    ขอบคุณครับ

  10. ชอบของคุณที่วางกลยุทธ์แบบหมากล้อม แต่ผมว่าในสมัยนี้ ข้อมูลเป็นตัวสำคัญมากๆ เพราะข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกับการตัดสินใจต่างๆ มาก การรู้ถึงจังหวะก็เป็นตัวสำคัญ ลองไปศึกษาสมัยก่อนดูจะพบว่า การจะทำอะไรต้องรู้จังหวะและหาโอกาสที่ดี
    ขอ file ด้วยนะครับผม forget50000@hotmail.com

  11. สำหรับประเทศไทยเรานั้นจะเป็นกวางหรือเสือหรือสิงโต ผมว่าเป็นอะไรก็ได้อยู่ที่ว่าอยู่ที่องค์ประกอบอื่นด้วยเป็นสิ่งสำคัญ เช่น สถานที่(ที่โล่ง , ในป่าทึบ ,ในหนองน้ำ) ปริมาณของสิ่งมีชีวิต
    ที่อยู่ด้วยกัน หากอยากมีชีวิตรอดทั้งกวางทั้งเสือต้องเข้าใจภูมิประเทศอย่างละเอียด ทุกซอกทุกมุม รู้หนทางที่จะมีโอกาศรอด จะเป็นกวางจะต้องรู้ว่าไม่ใช่มีแต่เสือที่จะเป็นศัตรู จะเป็นเสือจะต้องรู้ว่าไม่ใช่มีแต่มนุษย์เป็นศัตรู
    คำคม ของผมคือ “การที่จะวิ่งแข่งคนอื่น ต้องรู้ศักยภาพของตัวเองก่อน”
    (ขอไฟล์เต็มของคุณเทียมด้วยครับ)
    teerayutum@hotmail.com

  12. คำคม ของผมคือ “จับจ้องที่จุดหมาย ไม่ใช่อุปสรรค” ถ้าทำอะไรควรต้องมีจุดมุงหมายเสมอเพื่อกำหนดทิศทางของการเดิน ไม่ว่าเป็นจุดหมายของชีวิต จุดหมายขององค์กร จะต้องมี ถ้าไม่มีจุดหมายแล้เราจะเดินทางแบบไม่รู้ทิศทาง และที่สำคัญเมื่อมีจุดหมายแล้วเกิดปัญหาหรืออุปสรรค อย่าเข้าไปอยู่ในปัญหาหรืออุปสรรค จนทำให้เราหลงทาง หมกมุนกับการแก้ปัญหาจนลืมจุดมุ่งหมายของเราไป

    ขอไฟล์เต็มของคุณเทียมด้วยคนครับ

    ไวภพ
    vaipop52@hotmail.com

  13. คนเรา ถ้าคิดถึงตัวเองก็รู้สึกเราเจ๋งพอ แต่ถ้าคิดถึงคนอื่นก็จะทำให้รู้ว่าเราก็รู้ว่าต้องดีให้มากกว่านี้
    (คือเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วยอีกส่วน) ผมงงตัวเองแล้ว

  14. “Think Different” – Steve Job.
    ชอบคำนี้มานานครับ
    ก็ยังใช้ได้จนถึงทุกวันนี้
    มันทำให้เกิด Creative & Innovation
    สมกับ Apple

  15. ไม่เห็นมีไฟล์เรื่องบลูโอเชียนเลย
    เห็นในรายการบอกว่าจะอัพโหลดหลังเที่ยงคืนไงค่ะ
    ไม่ทราบว่าลืมหรือเปล่า อุส่าห์เข้ามาดู
    …เสียความรู้สึกเลย…..

  16. ขอร่วมเสนอข้อคิดคำคมด้วยนะครับ

    “Practice makes perfect.”

    ต้องหมั่นฝึกฝนจนเกิดความชำนาญเพื่อสร้างความเชี่ยวชาญและความสำเร็จ ทุกๆครั้งที่มีการปฏิบัติงานอะไรก็ตาม จะเพิ่มทักษะของตนเองมากขึ้นเรื่อยๆ

    viroji@hotmail.com

  17. เคยอ่านหนังสือของ Jack Welch ครับ มีคำคมที่น่าสนใจอยู่หลายประโยค เช่น “Change, before you are forced to change” อีกประโยคหนึ่งที่ชอบก็คือ “If you never know how to lose, you will never know how to win.” ผมว่าคนที่ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ เพราะเขามีความคิดที่ยิ่งใหญ่ครับ

    (ขอ file เต็มของคุณเทียมฯ ด้วยครับ)

  18. ไม่ว่าจะเป็นกวางหรือว่าสิงโตก็ตาม
    อีกคำกล่าวนึงที่น่าสนใจในวิถีตะวันออก
    ” นิ่งสงบ สยบ เคลื่อนไหว ”
    เสือหรือสิงโต ก็สงบก่อนเคลื่อนเข้าหาเหยื่อ
    กวางที่สงบ เพื่อดูสภาพแวดล้อมโดยรอบ
    ซึ่งคล้องกับภาวะการ ที่เร้าร้อนของปัจจุปัน
    ทำให้ต้องนิ่งสงบ แต่เตรียมความพร้อม เพื่อก้าวไปข้างหน้าต่อ
    ไม่ลนลานกับภาวะที่เกินจริง ไม่เซื่องซึมกับความเงียบเหงา

    รบกวนไฟล์ บลูโอเชียน กลายเป็นเรดโอเชียน เพิ่มด้วยนะครับ
    ตอนนี้ ต้องเตรียมรับมือกับภาวะนี้เหมือนกันครับ

    ขอบคุณครับ
    s_drc@yahoo.com

  19. ชอบมากๆครับ ไม่ว่าเราจะเป็นเสือ หรือกวาง สิ่งหนึ่งที่ต้องรู้คือ เมื่อรุ่งเช้าวันใหม่เข้ามา

    สิ่งที่ต้องทำคือ ออกวิ่ง

    ขอไฟล์เต็มด้วยครับผม

    louizquixtar@gmail.com

  20. สมัยก็ตอนเป็นเด็กจำได้ว่ามีสุรา Brand หนึ่งที่บอกว่าตัวเองหรือวาง Positioning ว่าเป็น KEEP WALKING และโฆษณาจะมีคำคมจากบุคคลต่างๆ จากอดีตจนถึง ปัจจุบันสุรา Brand นั้นก็ยังคงเป็น KEEP WALKING จึงของ Coppy คำคม จากสุรา Brand นี้ เท่าที่จะหาได้

    ไม่กล้า ก็ไม่มีวันเดินหน้า
    Nothing ventured, nothing gained.
    วิลเลี่ยม เช็คสเปียร์

    เพียงเมื่อท่านหยุดก้าว ท่านก็เริ่มถอยหลังแล้ว
    When you stop advancing, you’ve already begun to retreat.
    ดร.เทียม โชควัฒนา

    คนเราไม่มีใครล้มเหลว มีแต่ล้มเลิกต่างหาก
    There are no failures, only people who have given up.
    นิรนาม

    ผมยอมไม่ได้ ถ้าไม่ยอมพยายาม
    I can’t accept not trying.
    เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

    ผมเป็นคนเดินช้า แต่ผมไม่เคยเดินถอยหลัง
    I am a slow walker, but I never walk backwards.
    อับราฮัม ลินคอล์น

    โลกทั้งโลกเปิดทางให้กับคนที่รู้ว่าตัวเองจะเดินไปทางไหน
    The whole world steps aside for the man who knows where he is going.
    นิรนาม

    หนทางไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรก
    A joumey of a thousand miles must begin with a single step.
    เล่าจื๊อ

    อย่ากลัวที่จะก้าวไปช้า ๆ จงกลัวที่จะอยู่นิ่งเฉย
    Do not be afraid of going slowly, be afraid only of standing still.
    ภาษิตจีน

    ถ้าไม่หาทาง ก็ต้องสร้างมันขึ้นมา
    We will either find a way or make one.
    ฮานิบาล

    อย่าคิดว่าคุณจะเดิน เดินไปเลย
    Don’t just think you’ll walk, WALK.
    ปรเมศวร์ มินศิริ

    คนเราแก้อดีตไม่ได้ แต่อาจเปลี่ยนอนาคตได้
    We can’t correct the past, But we might change the future.
    วรินทร์ เลียววาริณ

    การเริ่มต้นเป็นเรื่องยาก แต่การก้าวต่อไปเป็นเรื่องยากกว่า
    Getting started is hard, but the next step is harder.
    ถกลเกียรติ วีรวรรณ

    คำว่า ดีที่สุด มีไว้สำหรับงานต่อไปเสมอ
    The word ‘Best’ is always there for the next start.
    ดวงฤทธิ์ บุนนาค

    อย่ากลัวล้มทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มเดิน
    Don’t think that you’re gonna lose when you don’t even start
    ณัฐจิระ ฮอนดา

    ความผิดพลาดในอดีต คือบทเรียนสำหรับในอตาคต
    The falling of yesterday are the learning of tommorrow.
    โรเบอร์โต บักจิโอ

    แม้แต่ปลา ต้องว่ายทวนน้ำเพื่ออยู่รอด
    Fish swim against the tide to survive.
    นักปราชญ์

    ถ้าไม่ใช่คุณแล้วใคร ถ้าไม่ใช่เดี๋ยวนี้แล้วเมื่อไหร่
    If not you who? If not now when?
    แกรี่ เฮอร์เบิร์ท

    ทางเดียวที่จะถึงเส้นชัย คือก้าวต่อไปข้างหน้า
    The only way to reach the goal is moving forward.
    นักกีฬาสมัครเล่น

    คว้าทุกโอกาสให้ได้
    Seize the day.
    โฮเรซ

    ผมไปได้ทุกที่ ขอเพียงแต่ต้องไปข้างหน้า
    I’ll go anywhere as long as it’s forward.
    ดร.ลิฟวิ่งสโตน

    อย่ากลัวที่จะก้าวยาว ๆ เมื่อต้องข้ามอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่
    Don’t be afraid to take a big step…you can’t cross a chasm in two small jumps.
    เดวิด ลอยด์ จอร์จ

    ความใฝ่ฝัน ไม่เคยหยุดยั้ง
    Ambition never comes to an end.
    โยชิดะ เคนโกะ

    ความเสี่ยงที่สุด คือการไม่กล้าเสี่ยงเลย
    The biggest risk is not to take the risk at all.
    ราอูล กราเซีย บราโว

    จับจ้องที่จุดหมาย ไม่ใช่ที่อุปสรรค
    One should keep one’s eyes on one’s destination, not on where one stumbled.
    สุภาษิตไนจีเรีย

    ความล้มเหลวที่สุด คือการไม่กล้าแม้แต่จะลองทำ
    เซอเรน คีร์เคอกอร์

    ถ้าเดินตามรอยเท้าคนอื่น ก็ไม่มีรอยเท้าเป็นของตนเอง
    To dare is to lose one’s footing momentarily. Not to dare is to lose oneself.
    มูลเรลสตรอด

    เป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ หรือว่าไม่ได้ทำ

    มนุษย์เป็นอำมตะได้ด้วยการทำ

    สุดท้ายนี้ก็ ไม่ได้Post ไม่ได้File ได้Post แล้ว ก็อยากได้ File (ขอ file นายห้างเทียมด้วยครับ E-mail : siriwuth_xyz@hotmail.com)

  21. ไทยเหมือนเสือปลานะ คือ เคยเก่ง แต่ตอนนี้ทำได้แต่เรื่องง่าย ๆ เมื่อก่อน เราเคยฮึกเหิมถึงกับจะเป็นเสือตัวที่ 5 แต่ตอนนี้แม้แต่ลูกเสือเราก็ยังไปไม่ถึงไหน

    ลัทธิเอาอย่างของคนไทยฝังรากลึกมานาน คือชอบทำตามอย่าง โดยไม่พยายามสร้างแบบฉบับของตนเองขึ้นมา

    ประเทศเราขาดการพัฒนาบุคลากรมานานหลายปีแล้ว เราขาดการวิจัยและพัฒนาที่เป็นนวัตกรรมพื้นฐาน สาเหตุอย่างหนึ่งเป็นเพราะเราไม่ชอบให้ใครเก่นเกิน

    เรียกว่าดีได้แต่อย่าเด่น

    อย่างทุกวันนี้ ในองค์กร เราชอบที่จะซื้อเทคโนโลยี่มากกว่าคิดค้นเทคโนโลยี่ใหม่

    เราชอบฟังที่ปรึกษามากกว่าฟังคนใน

    เราชอบบอกปัญหามากกว่าหาวิธีการแก้ปัญหา

    แล้วจะไปเหลืออะไรในอนาคต ถ้าเรายังขาดการพัฒนาบุคคลตั้งแต่เด็ก

    น่าห่วงจริง ๆ

  22. เกิดคำถามขึ้นมาในใจค่ะ ที่เรากล่าวว่าประเทศไทย เป็นนู่น เป็นนี่ หากเราจะเปรียบตัวเรา เป็นอะไร เราก็เป็นอย่างนั้น เพราะส่วนหนึ่งของไทย ก็คือตัวเราไม่ใช่เหรอ เราเป็นส่วนที่สำคัญของประเทศไม่ใช่เหรอ คุณเก่ง ประเทศก็เก่ง คุณเป็นเสือ ประเทศก็เป็นเสือ บางครั้งเราอาจเรียกร้อง หรือกล่าวโทษ ภาวะการเมือง ผู้นำ สังคม หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ส่วนที่สำคัญก็คือตัวเราทุกคนไม่ใช่เหรอ ที่เป็นแรงผลักดันเกิดคุณูปการแก่ชาติ บ้านเมือง เราอย่ามัวมาตำหนิประเทศไทยเลย ไม่ต่างกับอะไรที่เราตำหนิตัวเอง มาร่วมกันสร้างความมั่นคงในแบบฉบับของเรา คิดถึงต้วเองให้น้อยลง คิดถึงชาติ ให้มากขึ้น เป็นอะไรที่ซักวันหนึ่งต่างชาติต้องนำเราไปเป็น Case study ที่ดีที่เป็นแบบอย่างให้เกิดกับบ้านเมืองของพวกต่างชาติ แบบญี่ปุ่น เขาก็เป็นแบบฉบับของเขา ที่สำคัญรักชาติยิ่งชีพ ซึ่งหาได้ยากในเมืองไทยขณะนี้ ถ้าคุณหยิ่ง ทรนง ในชาติ ทุกอย่างก็จะไปในทิศทางที่ดีขึ้น ค่ะ
    คนในชาติ เป็นปัจจัยหลัก สำคัญของอะไรทั้งหมดไม่ใช่เหรอ จริงรึป่าวคะ

    (ขอ file เต็มของคุณเทียมฯ ด้วยนะคะ)

  23. ผมมีความคิดเห็นส่วนตัวว่า สัตว์แต่ละชนิดต่างมีข้อดีในตัวมันแตกต่างกันไป

    กวางหูของมันสามารถรับสัมผัสเสียงแม้เพียงแผ่วเบา ดวงตาช่วยให้มองเห็นได้ในระยะไกล ช่วงขาที่ยาวทำให้มันวิ่งได้เร็ว และรู้จักการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม

    ส่วนตัวเสือก็มีผลกำลังเยอะ ฟันที่แข็งแรง สปีดต้นดีกว่ากวางแต่ระยะไกลเสือจะเสียเปรียบ เสือจึงเลือกเฉพาะลูกกวาง และกวางที่อ่อนแอ ชอบอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่มเล็กๆ โดยให้ตัวเมียเป็นฝ่ายล่าอาหาร

    แต่สัตว์ทั้งสองชนิดมีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่แตกต่างกัน กวางเดินทางหาแหล่งหญ้าที่สมบูรณ์เขียวขจี ส่วนเสือก็เดินทางหาบริเวณที่มีสัตว์ชุกชุม เพราะฉนั้นธรรมชาติให้สรีระที่แตกต่างกันเพื่อเอื้ออำนวยในการหากินของสัตว์ทั้งสอง หากเราให้สัตว์ทั้งสองมีจุดมุ่งหายเดียวนั้นคือทั้งเสือและกวางกินเนื้อเหมือนกัน ไม่แน่เสือเองมีสิทธิน่าจะโดนกินโดยกวางที่มีหมู่มากได้เหมือนกัน ทั้งนี้ก็ขึ้นจ่าฝูงของกวางเป็นผู้กำหนด ว่าจะสู้หรือยอมหนีเพื่อเอาชีวิตรอดไปวันๆหนึง

    สุดท้าย “ปลาเล็กก็สามารถกินปลาใหญ่ได้เหมือนกัน”

  24. ถ้าเปรียบประเทศไทยในความคิดผม ก็คงจะเป็น กวางพิการ ที่มีระบบการศึกษาและราชการเป็นตัวถ่วง(ทำให้ขาดความเร็วและวิสัยทัศน์ในการดำเนินชีวิต) กวางตัวนี้ไม่ได้วิ่งหรือพยายามที่จะพาตัวเองให้รอดพ้นจากเขี้ยวเล็บของเสือที่มาทำร้ายเลย แต่กลับยืนอยู่นิ่งๆ พร้อมทั้งท่องคาถา สวดมนต์ และรอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ส่ง heroคนใหม่มาปราบเสือ…………..

    สำหรับคำคมนั้น คือ
    ตนเตือนตน ของตน ให้พ้นผิด
    ตนเตือนจิต ตนได้ ใครจะเหมือน
    ตนเตือนตน ไม่ได้ ใครจะเตือน
    ตนแชเชือน ใครจะช่วย ให้ป่วยการ

    และสุดท้าย………….
    ขอไฟล์เต็มของคุณเทียมด้วยนะคร๊าบบบบบบ……..ผม

  25. เคยได้รับคำถามเมื่อครั้งทำงานในสถาบันการเงินก่อนเศรษฐกิจล่มสลาย ปี 40 ว่าอยากเห็นองค์กรเป็นเหมือนสัตว์ชนิดใด จำได้ว่าตอบไปว่าอยากเห็นองค์กรเป็นเหมือนนกกระจอกเทศ อ้วนใหญ่เทอะทะ อาจดูตลก แต่เป็นสัตว์ที่วิ่งเร็วที่สุดชนิดหนึ่ง

    มีประสบการณ์ที่อยากเล่าให้ฟังนะคะ เรามักมีความคิดเห็นว่าระบบราชการล่าช้า ไม่มีประสิทธิภาพ ปัจจุบันเพิ่งได้มีโอกาสทำงานร่วมกับเขต กทม. (ยังไม่ทุกเขตนะคะ) พบว่ามีประสิทธิภาพที่น่าประทับใจ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความตั้งใจจริง มี Team work และมีการจัดการที่เป็นระบบ ประทับใจค่ะ สิ่งดี ๆ ในสังคมไทยยังมีอยู่ อย่ามองโลกในแง่ร้ายทั้งหมด เครียดเกินค่ะ

    ขอช่วยมองโลกในแง่บวกนะคะ คำคมที่ชอบ
    Shoot for the moon. Even if you miss, you’ll land among the stars…

    Just when the caterpillar thought the world was over, it became a butterfly.

    Orn-anong
    tipwiseoil@gmail.com

  26. Load File ไม่ได้ครับ

  27. Spring…Summer….Fall……Winter
    No matter. How many seasons have changed.
    Don’t give up you dream.

    เป็นคติประจำใจอันแรกที่จำได้ตั้งแต่ผมอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 1
    ซึ่งมันมาจากเพลง “ฤดูที่แตกต่าง” ของคุณบอย โกษิยพงศ์
    ไม่น่าเชื่อว่า 10 กว่าปีแล้ว เพลงนี้ก็ยังเป็นเพลงที่ให้กำลังใจกับผมได้อยู่เสมอ

  28. ” You’re what you think ”

    It’s true, if you always keep thinking that you’re a loser, you’ll be.

    (Kindly share me the file, pls)

    Thanks.

  29. “Who never made a mistake never make a discovery”
    By Soren Kierkegaard

    แต่ผมชอบเอามาแปลงว่า “คนที่ไม่เคยทำอะไรผิด คือคนที่ไม่เคนทำอะไร”

    คนเราจะเติบโตได้ต้องผ่านร้อนผ่านหนาว ประสบการณ์ได้มาจากการต่อสู้ ไม่ใช้อาหารแช่แข็งที่ขายตาม Seven Eleven บางคนมีประสบการณ์หอมหวานก้อดีไป บางก้อสุดชำรันทด ก้อต้องรับกันไป

    แต่คนเราต้องรู้จักเรียนรู้จากประสบการณ์ และต่องไม่พลาดเป็นครั้งที่สอง จึงนับเป็นยอดคน

    ปล. ขอฟรีไม่มีในโลก เอาคำคม มาขอแลก คมคำของนายห้างเทียมนะครับ

  30. ” จงยืนหยัดต่อสู้ต่อไปเถอะ ”
    โอคามิ อิโต
    ซามูไรพ่อลูกอ่อน

    ขอไฟล์ด้วยครับ

  31. ขออภัย…หายศีรษะไปเสียนาน ช่วงนี้งานหนัก เรียนก็หนัก ใกล้สอบแล้วงานยังยุ่งเหมือนยุงตีกันเหมือนเดิม

    ถ้าจะให้บอกว่าใช้คำคมคำใหนมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตคงบอกได้อยาก เพราะใช้หลายคำคมมาสอนตัวเองในแต่ละสถานการณ์แตกต่างกัน

    ดิฉันชอบศึกษาคำคมของหลายๆท่าน ทั้งที่ดังและไม่ดังแต่มีความหมาย

    คำคมเป็น กุศโลบายอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจจะคล้องจองบ้าง สั้นกระทัดรัด ซ่อนความหมายมากมายลึกซึ้ง แต่สามารถจำและทำความเข้าใจได้ด้วยคำไม่กี่คำ

    ที่สำคัญอย่างสำคัญคือ เราจะนำคำคมต่างๆนั้นมาใช้กับเราได้ถูกวิธี และถูกเวลาได้เหมาะสมมากน้อยเพียงไร อย่างเช่นเวลาท้อ อุปสรรคมากมาย ก็จะนึกถึงคำของท่านพระพยอมที่ว่า ” ท้อได้แต่อย่าถอย ถอยได้แต่อย่าถอน ถ้าถูกถอนต้องตั้งหลักปักลงไปใหม่ ”

    ดิฉันสะสมคำคมแง่คิดต่างๆไว้ในลิ้นชักความทรงจำ และจะเลือกหยิมขึ้นมาใช้ตามความเหมาะสมไม่ได้ใช้เป็นเครื่องมือต่อสู้กับคนอื่น แต่ใช้สำหรับจัดการตัวเอง และก่อนที่จะหยิบขึ้นมาใช้ต้องเข้าใจตัวเองและสถานการณ์ เพราะเวลาที่ท้อจะมีสารพัดเหตุผลที่เข้าข้างตัวเองสนับสนุนให้ล้มเลิกความพยายามนั้นๆ ถ้าเราเดินมาถูกทางแล้วต้องหาคำคมแง่คิดต่างๆที่ส่งเสริมพลังให้เรา

    คำสอนของนายห้างเทียมที่ชอบและนำมาใช้บ่อยๆ เช่น “เมื่อจะแหงนหน้ามองฟ้า ก็อย่าลืมว่าเท้าตัวเองสัมผัสดินอยู่” หรือ ” เร็ว ช้า หนัก เบา ” จริงๆแล้วชอบทั้งเล่มละค่ะหนังสือดีมาก

    ขอไฟล์เต็มของคุณเทียมด้วยนะคะ (ถ้ามีใน THAICOON ไม่ต้องส่งก็ได้ค่ะเป็นสมาชิคอยู่แล้ว)

  32. ขอถามข้อมูลนิดนึงครับ ผมต้องการหาหนังสือที่เกี่ยวกับ “คนที่มีความพร้อมในการเปลี่ยนแปลง” ผมจะหาได้จากที่ไหนและหนังสือชื่ออะไรครับ ขอบคุณมากครับ

  33. ได้ยินชื่อนายห้างเทียมจากคอลัมน์ฟาสต์ฟ้ดธุรกิจของหนุ่มเมืองจันท์น่ะครับ ชอบแนวคิดท่านมากเลย เห็นหนังสือของท่านในร้านหนังสือ ยังไม่ได้ซื้อมาอ่านครับ
    คนที่ประสบความสำเร็จ น่าจะมาจากแนวคิดดีๆ ในชีวิตนะครับ

  34. “ฟ้ามิได้แบ่งยอดคนกับคนธรรมดาออกจากกัน การที่ยอดคนจะปรากฎขึ้นได้ นั่นมิใช้เพราะฟ้ากำหนด แต่การที่ยอดคนจะปรากฎขึ้นได้นั้น หากอยู่ที่การพยายาม มานะ บากบั่น และฝึกฝนที่จะเป็นยอดคนเท่านั้น” *****ขอ file บลูโอเชียน ทั้ง 5 ตอนเลยนะครับ..*** —แฟนรายการใหม่ล้าสุด—-

  35. ตื่นตัว ว่องไว ก้าวหน้า .
    ปัญยานันทะภิกขุ

  36. ได้หนังสือ คำสอนจากนายห้างเทียมมาจากงานหนังสือค่ะ อ่านแล้วได้ประโยชน์มาก ยิ่งไปฟังรายการย้อนหลังที่คุณธันยวัชร์เคยนำมาพูดยิ่งได้ข้อคิดดี ๆ ในการทำงานค่ะ

    นายห้างเทียมมีปรัชญาในการทำงานดี ที่น่าจะได้รับการเผยแพร่ หรือนำมาเรียนในชั้นเรียนบริหารธุรกิจนะคะ

  37. ได้ไปฟังงานสัมมนาการสร้างแบรนด์ sme ดีมากๆ ค่ะ ก็ขอส่งคำคมมาแลก file เต็มของนายห้างเทียมค่ะ
    “เดี๋ยวค่อยทำ ใจยังคิดจิตไม่ว่าง
    เดี๋ยวค่อยทำ งานต่าง ๆ ยังมากล้น
    เดี๋ยวค่อยทำ เป็นข้ออ้างของบางคน
    จนอับจนเพราะคำเดียว เดี๋ยวค่อยทำ”

  38. อยากได้ ไฟล์คำสอนของนายห้างเทียมเพื่อมาประยุกต์ สอนใจในการทำงานด้วยครับ

  39. ผมได้มีโอกาส อ่านหนังสือ Secreat ผมมีความรู้สึกว่า มันเป็นเหมือนลัทธิใหม่ ที่ต้องการสร้างกระแส ซึ่งอ่านไปเรื่อยวิธีการเหมือนกับการรวมเอาวิธีการคิดของศาสนาคริสต์ มารวมกับเรื่องที่เหนือธรรมชาติ เป็นหนังสือที่อ่านง่าย แต่ทำความเข้าใจยากมาก ไม่ทราบว่าคุณธันยวัฒน์ และ คุณอาทิตย์ ได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วหรือยัง ถ้าอ่านแล้วมีความคิดอย่างไรกับหนังสือเล่มนี้


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: