อาลัยเจ้าแม่บอดี้ช็อป

anita_photo.jpg

เช้าวันที่ 12 ก.ย. พี่ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัยของกระผม โทรมาแจ้งข่าวว่าสตรีผู้สร้างแบรนด์เครื่องสำอางบันลือโลกอย่าง “The Body Shop” (บอดี้ช็อป) ได้เสียชีวิตแล้ว

ได้ฟังดั่งนั้นก็ตกใจ เพราะจำได้ว่าเธอยังอายุไม่มาก และไม่มีวี่แววมาก่อน

แอนิต้า รอดดิค (ชื่อพร้อมตำแหน่งจริง ๆ ของเธอคือ Dame Anita Roddick ตำแหน่งที่เทียบเท่ากับอัศวิน หรือ Knight ของผู้ชาย) นั้น เสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก

เธอน่าจะเป็นนักธุรกิจหญิงที่ดังที่สุดของอังกฤษ

และถ้าวัดกันทั้งโลก เธอก็น่าจะติดอันดับต้นด้วย

เธอสร้างชื่อเสียง (และอาณาจักรบอดี้ช็อป) ของเธอ บนรูปธรรมความสำเร็จของการผสมผสาน “อุดมคติอันสูงส่ง” เข้ากับ “ความเป็นผู้ประกอบการที่สร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์ทางธุรกิจ”

บอดี้ช็อปแสดงให้โลกประจักษ์ ผ่านตัวเลขผลประกอบการที่ดี (แม้จะไม่ดีในทุกไตรมาส ทุกปีก็ตาม) ควบคู่กับการทำให้สิ่งดีมีศีลธรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการยืนหยัดต่อต้านการทดลองในสัตว์ สนับสนุนให้เกิดการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์โดยให้ลูกค้านำกลับมาเติม (Refill) สินค้าใหม่ในร้านได้ ต่อต้านความเชื่อผิด ๆ ความฝันลม ๆ แล้ง ที่ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจความงามของโลกส่วนใหญ่ชอบนำมา “ขายฝัน”

เธอพิสูจน์ให้โลกเห็นได้ว่า ธุรกิจก็ประสบความสำเร็จได้ หากตั้งต้นด้วยการ “ทำดี” และ “การรับผิดชอบต่อสังคม” ในทุกรายละเอียด ทุกกิจกรรมที่ธุรกิจนั้น ๆ กระทำไป

อะไรหล่อหลอมให้เธอเป็นแอนิต้าที่โลกรู้จัก?

แอนิต้าเติบโตมาในครอบครัวชาวอิตาลีเชื้อสายยิว ที่อพยพไปตั้งถิ่นฐานยังประเทศอังกฤษ เธอเรียนหลายด้าน แต่ลงเอยที่ครุศาสตร์

เธอเคยทำงานที่ “องค์การสหประชาชาติ” (United Nation) ซึ่งต้องเดินทางมากมาย และพบปะผู้คนหลายเชื้อชาติหลากวัฒนธรรม

ก่อนเปิดร้านบอดี้ช็อป เธอและสามีได้ทำร้านอาหาร รวมทั้งทำโรงแรมด้วย

แล้วร้านบอดี้ช็อปกำเนิดขึ้นมาอย่างไร?

ตอนที่แอนิต้าสร้างร้านขายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณของร่างกายขึ้น ที่เมือง Brighton ในปี 1976 นั้น เธอไม่ได้ต้องการเปลี่ยนโลก หากแต่ทำเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว โดยเฉพาะการเลี้ยงดูลูกสาว 2 คน และปากท้องของตัวเธอเอง

“เขาเป็นนักสร้าง (do-er) ส่วนฉันเป็นนักฝัน (dreamer)” แอนิต้าเคยให้สัมภาษณ์กล่าวถึงสามีของเธอ Gordon ผู้มีส่วนสำคัญยิ่งในการบริหารจัดการด้านธุรกิจและการเงิน ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญให้กับความคิดและสินค้าของบอดี้ช็อป ทะยานและขยายตัวไปทั่วโลกได้

ประสบการณ์ที่แอนิต้าได้จากการเดินทาง และพบปะผู้คนที่หลากหลาย ได้กลายเป็น “หน่ออ่อน” ของวิถีที่บอดี้ช็อปทำธุรกิจในกาลต่อมา

เธอมอง คิด และทำธุรกิจ ไม่เหมือนกับผู้ประกอบการคนอื่น ๆ ทั่วไป

เธอยอมรับว่ากว่าจะมาเป็นบอดี้ช็อปได้นั้น เธอได้ผ่าน “ลำดับของอุบัติเหตุ” ที่สำคัญยิ่งหลายประการ และหลาย ๆ สิ่งที่บอดี้ช็อปได้ทำและดูดีนั้น กำเนิดมาเพราะ “ความจำเป็น”

“แรกเริ่มที่เราต้องรีไซเคิ้ลทุกอย่างนั้น ไม่ได้เป็นเพราะเราห่วงใยธรรมชาติหรอก แต่เป็นเพราะเรามีขวดไม่พอ” เธอยอมรับตรง ๆ

บอดี้ช็อปนั้นเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายที่จะสร้างตัวเองให้เป็นแบรนด์ความงามที่แตกต่าง ด้วยจิตวิญญาณนักปฏิวัติ

“ฉันทำลายกฎสำคัญของหนึ่งในธุรกิจค้าปลีก เมื่อฉันได้ใช้หน้าร้านบอดี้ช็อปเป็นที่รณรงค์ในประเด็นสำคัญ และทำแคมเปญในเรื่องต่าง ๆ ที่เราเห็นพ้อง ตั้งแต่การสนับสนุนการนิรโทษกรรมสากล การต่อต้านความรุนแรงในครอบครัว และการสนับสนุนให้คนภาคภูมิใจในตัวของตัวเอง” เธอกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว

“ในการสร้างให้ธุรกิจเติบโต เราพึ่งพาชื่อเสียง และการพูดปากต่อปาก ไม่ใช่การโฆษณาขนาดใหญ่อย่างที่ใคร ๆ ทำกัน”

บอดี้ช็อปเติบโตจนเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในปี 1985 และได้เงินทุนเพื่อขยายกิจการออกไป อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าเธอจะทำอะไรก็ดีไปหมด

การขยายเข้าไปในอเมริกาในทศวรรษ 1990 นั้นล้มเหลว เพราะขาดการวิจัยตลาดที่เพียงพอ และละเลยการตอบโต้ของแบรนด์ Bath & Body Works ที่ปักหลักอยู่แล้ว

ส่วนตลาดในบ้านอย่างอังกฤษเองก็เผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น จากการที่ผู้ค้าปลีกรายอื่น ๆ กระโจนเข้าร่วมกระแสที่บอดี้ช็อปสร้าง อย่างเช่น Boots นั้นได้ออกไลน์ Botanics และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำการธรรมชาติ เพื่อประกบตัวต่อตัวกับสินค้าบอดี้ช็อปทีเดียว

แรงกดดันที่มีต่อแอนิต้าเพิ่มขึ้นตามลำดับ

เมื่อธุรกิจกำไร เมื่อบริษัทเป็นของมหาชน ผู้ถือหุ้นซึ่งต้องการผลตอบแทนในเชิงธุรกิจมากกว่านี้ ต่างพยายามกดดันเธอให้ถอยห่างจากธุรกิจมากที่สุด

จะได้โกยกำไรจากฐานชื่อเสียงของบอดี้ช็อป โดยไม่ต้องติดขัดศีลธรรมจรรยาในตัวเธอมากนัก

เธอตัดสินใจวางมือจากตำแหน่งบริหาร ไปนั่งอยู่บนบอร์ดในปี 2002

ในระยะหลังนั้นมีข่าวว่าหลายบริษัทสนใจซื้อกิจการบอดี้ช็อป แต่ก็ติดนู่นติดนี่สารพัด โดยเฉพาะความเข้มงวดในการคัดเลือกบริษัทที่จะเข้ามาซื้อของแอนิต้า เพราะเธอไม่ต้องการให้อุดมการณ์ของแบรนด์ที่เธอสร้างต้องจืดจางไป

ในที่สุดดีลก็จบลงกับบริษัทที่แฟนบอดี้ช็อปไม่คิดว่าจะเป็นไปได้

นั่นคือ “ลอรีอัล” ธุรกิจความงามอันดับหนึ่งของโลกสัญชาติฝรั่งเศส

“สำหรับกอร์ดอนและฉัน นี่เสมือนเป็นของขวัญครบรอบ 30 ปีที่ดีสุดที่จะเกิดขึ้นกับบอดี้ช็อปได้” เธอกล่าว

การขายธุรกิจครั้งนี้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

เสมือนหนึ่งขายวิญญาณ สังเวยนายทุนผู้ไร้ศีลธรรม

จะอย่างไรก็ตามแต่ สิ่งที่แอนิต้าได้เพียรสร้างตลอดชีวิตไว้ ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจกับผู้ประกอบการจำนวนมากบนโลกไปนี้

ในเวปบล็อกส่วนตัวของเธอ (www.anitaroddick.com) นั้น เธอได้แบ่งหัวข้อต่าง ๆ ออกเป็นดังนี้ …

About Anita – Activism – Aging – Allies – Brilliant – Children – Communities – Corporate Greed – Frigging Daft – Education – Entrepreneurship – Environment – Self Esteem – Friend & Family – Funny – Globalization – Global Warming – Human Rights – Language – The Media – Politics – Sex – Social Inventions – Sweat Shops – Team – Trade Justice – Visionaries – War and Peace – Water – Women

ทั้งหมดสะท้อนตัวตนและความสนใจของแอนิต้าได้ชัดเจน

เธอเชื่อว่า “ธุรกิจ” นั้น เป็นสถาบันทางสังคมที่ทรงพลังที่สุด (there is no more powerful institution in society than business)

“ผู้ประกอบการนั้น จะต้องเป็น คนมองโลกในเชิงบวกแบบเข้าใจความเป็นไปในโลกแห่งความจริง (Pathological Opitimists) และจะมองเห็นทางออกที่เชื่อมโยงเป็นระบบ ต่อปัญหาต่าง ๆ เสมอ”

เธอพยายามใช้ชีวิตอย่างสง่างามเช่นนั้น ตราบจนวันสุดท้าย

Published in: on October 3, 2007 at 12:33 am  Comments (9)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2007/10/03/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%9b/trackback/

RSS feed for comments on this post.

9 CommentsLeave a comment

  1. ขอให้ พระผู้เป็นเจ้ารับดวงวิญญาณของเธอ สู่อ้อมอกของพระองค์.
    ขอให้ พลัง และความฝันของเธอ สร้างสรรค์โลกนี้ ต่อไป
    ขอให้ ความรับผิดชอบต่อสังคมของเธอ แทรกซึมลงไปในใจของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ทุกคน
    เอเมน

  2. “ถึงตัวตาย แต่ชื่อนั้นยังคงอยู่”

    นี่เป็นเจตคติของ วีรบุรุษ และวีรสตรี ซึ่งเราสามารถได้ทราบและได้เห็นกันมาตั้งแต่สมัยไหนต่อสมัยไหนกันมาแล้ว แต่หาได้น้อยนัก (เมื่อเทียบกับประชากรบนโลก)

    อายุของคนเรานั้นสั้นนัก แต่อาอุของวีรกรรมนั้นยาวนาน ทั้งดีและชั่วมีให้ลูกหลานได้พูดต่อๆกันไปไม่สิ้นสุด

    ในวันนี้หากเราๆท่านๆมองให้ไกลกันกว่านี้ คือปกติคนเราจะมองจากวันนี้ไปจนถึงวันตายว่าเราจะทำอะไร ต้องการอะไร และเพื่ออะไร ก็เรียกได้ว่ามองไกลแล้ว แต่การมองไกลดิฉันรวมถึงการมองไปจนถึงหลังวันตายด้วย

    สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่เราตายแล้วมีอะไรหลงเหลืออยู่บ่างมันคือความรับผิดชอบส่วนหนึ่งด้วย

  3. ขอให้พระผู้เป็นเจ้าทรงคุ้มครองดวงวิญญาณ ให้เธอเดินทางไปในแสงสว่างด้วย และขอให้ธุรกิจของเธอจงเป็นที่ประจักษ์ตราบนานเท่านานค่ะ

  4. แม้ ว่า .. ที่ ผ่าน . มา .. สิ่ง ที่ เธอ ทำ ..

    จะ เป็น เพื่อ การ สร้าง .. ภาพ ให้ ธุรกิจ ..

    หรือ ด้วย เจตนา .. ใด ๆ ก็ ตาม ..

    ผล ที่ เกิด ขึ้น .. คือ .. สิ่ง สะท้อน .. ความ ตัว ตน ของ เธอ ..

    ..

    ขอบ คุณ …. คุณอาทิตย์ ที่ .. เขียน เรื่อง ดี ๆ ให้ อ่าน ครับ ..

  5. บันทึกการสัมมนา ที่ทางรายการ Bussiness Con จัด
    เพื่อนๆ พี่ๆ แฟนรายการ ที่เคารพ ครับ

    ผมก็เป็นอีกคนที่ติดตาม การสัมมนาที่ทางรายการจัดขึ้น

    แต่ ผมจะต้องไปประจำ สำนักงาน ที่ พนมเปญ

    ในวันพรุ่งนี้แล้ว นั่นแปลว่า ผมจะไม่มีโอกาส

    แว๊ปไป ร่วมฟังสัมมนา กันเพื่อนๆ พี่ๆแล้ว

    แต่หากมีเพื่อนๆ พี่ไปร่วมฟัง อัดมาแปะ ให้ตามกันบ้างนะครับ

    หรือจะใจดีส่งให้ก็ที่ shalaone@gmail.com ขอคุณล่วงหน้าครับ

  6. ดีใจที่ได้อ่านครับ

  7. ขอให้พระเจ้าทรงคุ้มครองดวงวิญญาณ
    ขอบคุณที่คิดค้นส่งดีๆให้แก่พวกเรา

  8. ประทับใจมากกับสิ่งที่เธอคนนี้ได้ทำยกมือให้เลยค่ะ

  9. ตกใจมากเลยนะที่รู้ข่าวชอบใช้บอดี้ชอปมากค่ะราคาไม่แพงมากแต่ใช้ดีมากเลยอากให้มีบอดี้ชอปอยู่คู่โลกไปนานนานค่ะ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: