Optimist VS Pessimist

การมองโลกในแง่ดี และ การมองโลกในแง่ร้ายนั้นได้ต่อสู้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ คุณจะมองโลกในแง่ดี ซึ่งเป็นสายพิราบ หรือ

คุณจะมองโลกในแง่ร้ายซึ่งเป็นสายเหยี่ยว?

ทำไมคนถึงให้ความสนใจกับคนมองโลกในแง่ดีมากนัก

ก็เพราะมันมีคุณค่านั่นเอง

คมคิดบวก

ถ้าหากคนที่มีทัศนคติเชิงบวกนั้นอยู่ใกล้ๆ กับใคร เขาจะให้พลังแก่คนที่อยู่รอบข้าง และช่วยดึงศักยภาพของคนเหล่านั้นออกมา แล้วยังเพิ่มความตระหนักในโอกาสที่จะเกิดขึ้นอีก

ในทางตรงกันข้าม เมื่อเราอยู่ใกล้ๆ คนที่มองโลกในแง่ร้าย ก็จะทำให้เรารู้สึกหดหู่ และหมาความหวัง และความเชื่อมั่นลงได้

คนที่มองโลกในแง่บวกนั้นเปรียบเสมือน คนที่ส่องแสงสว่างมาที่ปลายอุโมงค์ เขาจะเปิดโอกาสให้เราเห็นถึงความเป็นไปได้ คนประเภทนี้จะมีแนวความคิดที่ว่า “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้”

“สิ่งที่เป็นไปไม่ได้นั้น” เมื่ออยู่ใกล้คนที่มองโลกในแง่ร้ายนั้นเหมือนกับเป็น “เงา” แต่ถ้าอยู่ใกล้คนที่มองโลกในแง่ดีนั้นก็จะเหมือนกับการนำ “สิ่งที่เป็นไปไม่ได้” นั้น ออกจากเงา กลายเป็น “สิ่งที่เป็นไปได้”

ซิกเว่ เบรเก้ นั้นเคยบอกว่า “ผู้บริหารอย่าให้คุณค่ากับเรื่องอารมณ์น้อยเกินไป แต่ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ในการจัดการ”

คนที่คิดเชิงบวก หรือ คนที่มองโลกในแง่ดี เขาจะมีวิธีการในการแปลความต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น เขาอยู่ในคอนโดที่อยู่ห่างจากรถไฟฟ้าเป็นกิโล เขาก็จะถือเสียว่าเป็นการเดินออกกำลังกาย เพราะถ้าเราขับรถไปตลอด ก็จะไม่ได้ออกกำลังกายเลย และถ้าออกกำลังกายที่ฟิตเนสก็ไม่ค่อยมีเวลา แถมยังต้องเสียเงินอีก เพราะฉะนั้นถือเสียว่า การอยู่ไกลรถไฟฟ้า และต้องเดินไปรถไฟฟ้านั้นเป็นการออกกำลังกายเสีย

มีมุมมองในการแปลเหตุการณ์จากมุมมองของความหวัง

แต่ถ้าคนที่มองโลกในแง่ร้ายก็จะคิดว่า กว่าจะเดินทางไปถึงมันแสนลำบาก ก็จะเกิดการท้อถอย

คนที่มองโลกในแง่ดีนั้น หากอยู่ใกล้กับใคร เขาจะช่วยให้เราเห็นผลประโยชน์ และก็ช่องทาง หา “คำตอบเชิงสร้างสรรค์” ซึ่งคนที่มองโลกในแง่ร้ายนั้นจะมองข้าม คิดว่าไม่มีทางออก ไม่มีทางแก้

คนเรานั้นจะมีกรอบความคิดในใจ (Frame of Mind) เวลาที่เรามีกรอบความคิดในใจเชิงลบ (Negative Frame of Mind) จะดูดพลังงานของเราไป

Published in: on November 28, 2007 at 10:21 pm  Comments (8)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2007/11/28/optimist-vs-pessimist/trackback/

RSS feed for comments on this post.

8 CommentsLeave a comment

  1. ขอขอบคุณอ.ธันยวัชร์ที่แนะนำคุณพีระพล ในช่วงที่เรื่องราวของเวียตนาม ถ้ามีการให้ข้อมูลในลักษณะแยกเป็น issue ในเรื่องประเด็นกลยุทธ์ทางการตลาดของเวียตนามที่น่าจะมาประยุกต์กับผู้ประกอบการไทยได้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมาเหมือนท่านวิทยากรอาจจะไม่มีประสบการณ์ในการถ่ายทอดประเด็นให้เห็นภาพ เหมือนพรรคการเมืองที่บอกว่าจะทำให้อยู่ดีกินดี แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะทำวิธีการอย่างไร คิดอย่างไร ทำอย่างไร จะหาเงินจากที่ไหนมาทำประชานิยม หรือบริหารจัดการให้มีความยั่งยืน ผมว่าการนำเสนอในรูปแบบของคุณเรวัติน่าสนใจ แม้ว่าบางประเด็นเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทำจริงได้ยาก หรือเป็นมุมมองของคนกลุ่มเล็กๆ แต่กระผมมองว่าการมีไอเดียที่กระฉูดมากๆ แล้วมีการกลั่นกรองหรือประยุกต์กับ Business ที่เราดูแลอยู่ ก็จะดีมากๆเลยครับ ชอบอ.ธันยวัชร์ที่มักยก Case ผู้บริหารในการจัดการธุรกิจภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน และมีการนำเสนอที่น่าสนใจ ผมถือว่าอ.ธันยวัชร์เป็นBlue Ocean ในเรื่องการถ่ายทอดเรื่องราวธุรกิจเลยครับ ส่วนอ.สมภพ เจริญกุล กระผมชอบท่านที่มักนำข้อมูลที่ได้จากหนังสือที่สำคัญ มีข้อมูลสถิติที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังบ่อยๆ น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่ได้ทำงานที่ Loxley แล้ว แต่ก็รู้สึกดีๆที่องค์กรแห่งนี้สร้างกระผมให้มีโอกาสทำธุรกิจส่วนตัว มีมุมมองธุรกิจที่ดีประทับใจครับ

  2. อ่านแล้วช่วยเตือนสติให้ไม่ลืมคิดบวกดีครับ
    สังคมทุกวันนี้ บางทีมันก็บีบให้เราเป็นคนที่คิดลบ หรือมองโลกในแง่ร้ายอย่างไม่รู้ตัว อย่างเช่น มองว่าใคร ๆ ก็เห็นแก่ตัว ใคร ๆ ก็จ้องเอาเปรียบกัน
    แต่ผมเชื่อว่ายังไงสังคมก็ยังมีด้านดี ๆ ให้มองเสมอ อยู่ที่ว่าเราจะเอาตัวของเราไปอยู่ในด้านไหนของสังคม

  3. อยากขอไฟล์นี้ด้วยได้ไหมครับ พอดีมาฟังตอนท้าย ๆ เรา ผมทำบริษัทออกแบบเว็บ WeCreateGame (http://www.wecreategame.com) ,email: photon@bangkok2.com

    ขอบคุณมากค้าบ ช่วงนี้งานยุ่ง เลยไม่ได้ฟังรายการเลย T-T

  4. ขอไฟล์ด้วยครับ
    kraidejp@gmail.com หรือ kraidej@yahoo.com

  5. การมองโลกในแง่ดี เชิงบวก จัดเป็นความฉลาดทางอารมณ์ แต่จะให้ดีและทันโลก ทันสังคม มากกว่านี้ คงต้องมีความเฉลียว นั่นคือ ควรมองโลก มองสถานการณ์ ตามความเป็นจริงด้วย จะได้ ไม่เกิดปรากฎการณ์ หลอกตัวเอง หรือเข้าข้างตัวเอง จนเกินไป หรือหลงลืม ระมัดระวังตัวเอง จนอาจพลาดท่า เสียที ตกหลุมตกบ่อ จะทางการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี หรืออื่นใด ก็ตาม ในชีวิตจริงไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวค่ะ การมองโลกในแง่ร้าย ดู ๆ ไปแล้ว อาจขัดขว้าง ความสำเร็จ ความก้าวหน้า ความเจริญ คิดริเริ่มสร้างสรรค์ ต่าง ๆ แต่ข้อดีของมัน ที่ไม่ใช่ ของเผือก คือ ทำให้รู้จัก ระมัดระวัง ตัวเองและสถานการณ์ ใคร ? จะมีแง่ไหน ? มากกว่า ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เคยผ่านพบประสบมา แต่เราปรับเปลี่ยนได้ เป็นคนไม่ใช่หุ่นยนต์ จะได้ทื่อ ทำตามคำสั่งที่ป้อนโปรแกรม ให้มา ที่สำคัญคนอย่าทำตัวเป็นพวก ซี่ปังท้าว หัวเหลี่ยม ๆ ซี่ปังโต้ว ท้องเหลี่ยม ๆ ทื่อ บื่อ ตะบึงตะบอน แถไถ ไปเรื่อย ๆ กะแล้วกัน ซึ่งไม่ต่างจากหุ่นยนต์ สักนิด แม่นบ่ ข้อยเว้า แม่นบ่ ? เมื่อยามกิน มันก็บ่ได้นอน เมื่อยามนอน มันก็บ่ได้กิน

    ส่วน files ไม่ต้องส่งมา ไม่อยากได้ มีอะไรมั้ย ? 5555 ใครอยากขำ ยกมือขึ้น

  6. I think this is a very good tropic as I have met many people in my business life and met these people with pessimistic mind ( the people with “No” attitude ) and it is vey hard to change their mind.
    if possible i would like to have the complete file in order to give to them for reading , it might help.
    thank you
    phongsakdi

  7. ขอบคุณมากคะที่มีสิ่งดีๆๆมาให้อ่าน ในขณะที่ชีวิตกำลังสับสนกับครอบครัว

  8. แนวทางความคิด สกิดใจคน ให้เร่งฝึกฝน ทำตนให้ดี

    ชอบดู อ่าน และฟัง เรื่องราวของคุณวิกรม มีแง่คิดดี ๆ เยอะ ติดนิดเดียว ตรงที่คุณวิกรม ก้าวขึ้นมาระดับนี้ยังไม่สามารถตัดความชอบที่เป็นความเสี่ยงได้


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: