Innovation is not enough

ในบรรดาหัวใจทางความคิดของเหล่าปรมาจารย์ทางการจัดการและกลยุทธ์ที่นำเสนอในหนังสือ “คิดใหม่เพื่ออนาคต”(Rethinking The Future) นั้น การสร้างนวัตกรรมถือว่ามีความสำคัญอยู่ในอันดับหนึ่ง

ไมเคิล อี.พอร์เตอร์ กูรูกลยุทธ์ที่โดดเด่นที่สุดของโลกในรอบสามสิบปีกล่าวว่าหนึ่งในความได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของศตวรรษที่ 21 คือความได้เปรียบทางนวัตกรรม(Innovation Advantage)

นวัตกรรมโยงใยกับทิศทางด้านกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง นวัตกรรมที่กำลังดำเนินอยู่จำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์เชิงยุทธ์ด้วย

แกรี่ ฮาเมล กูรูกลยุทธ์รุ่นใหม่ที่มาแรงที่สุดกล่าวว่าการ invent อนาคตใหม่ด้วยจินตนาการนั้นไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของผู้นำองค์กร แต่ทว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์ของคนที่ล้อมรอบซึ่งผู้นำมีปฏิสัมพันธ์ด้วย

ปีเตอร์ เอฟ.ดรักเกอร์ อภิมหาปรมาจารย์เจ้าของฉายา “บิดาแห่งการจัดการ” เขียนบทความ Innovation or Die อีกครั้งหลังจากเขียน Innovation and Entrepreneurship เมื่อหลายทศวรรษก่อน

ดูเหมือนว่าโลกธุรกิจจะถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ก่อนที่ “จิวยี่” จะรากเลือดตายในเรื่องสามก๊กนั้น เขาได้กล่าวอมตะวาจาประโยคหนึ่งว่า “ฟ้าให้จิวยี่มาเกิด ไฉนให้ขงเบ้งมาเกิดด้วยเล่า”

หากจะปรับให้เข้ากับท้องเรื่องของบทความชิ้นนี้ก็คือ “ฟ้าให้กำเนิดนวัตกรรม ไฉนอุ้มบุญ CopyCat ออกมาด้วยเล่า”

ดูเหมือนวัตกรรมคือจุดสูงสุดของธุรกิจ บริษัททั้งหลายทั้งปวงจึงมุ่งเน้นในการวิจัยและพัฒนาเพื่อนำไปสู่นวัตกรรม เลสเตอร์ ทูโรว์ เขียนใน “คิดใหม่เพื่ออนาคต” ว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีอัตรา GDP เฉลี่ยต่อหัว 30-40%ของเนเธอร์แลนด์เท่านั้น แต่ทว่าเกาหลีใต้ลงทุนด้าน R&D ในอัตราส่วนที่มากกว่าเนเธอร์แลนด์ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเกาหลีใต้จึงเป็นประเทศที่อุมด้วยนวัตกรรมและก้าวไปสู่แถวหน้าของเอเชียในปัจจุบัน

แต่นวัตกรรมไม่ได้ดำรงอยู่ได้นาน เปรียบเสมือน “กระดานหมากล้อม” เมื่อมีหมากขาวก็ย่อมต้องมีหมากดำ มีนวัตกรรมก็ต้องมีผู้ลอกเลียนแบบหรือ Copy Cat

BusinessWeek เรียกเศรษฐกิจที่มีการลอกเลียนแบบเป็นสรณะว่า Copy Cat Economy

เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้การก๊อปปี้ง่ายเพียงชั่วข้ามคืน

Entry Barrier ในการก้าวเข้าสู่ชมรม Copy Cat แทบจะกลายเป็นศูนย์

คำถามที่น่าสนใจก็คือแล้วจะสร้างนวัตกรรมกันไปทำไม เพราะนวัตกรรมในด้านหนึ่งก็คือความสุ่มเสี่ยงต่อความล้มเหลวและต้นทุนมหาศาลที่ลงไปก็เรียกกลับคืนมาไม่ได้

สู้ปล่อยให้องค์กรที่คลั่งไคล้ไหลหลงนวัตกรรมทุ่มเทงบประมาณกับ R&D และทดลองตลาดไปให้เห็นว่าประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนแล้วค่อยกระโดดไปก็ไม่สาย

ในแง่นี้ Copy Cat ย่อมเป็นคำตอบสุดท้าย

เมื่อ SONY ประกาศส่งนวัตกรรมจอแบนลงสู่ตลาดเมื่อสองปีก่อนนั้นเป็นที่ฮือฮามากเพราะ SONY ใช้ทั้งราคาและนวัตกรรมไล่ขยี้คู่แข่งจมเขี้ยว แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่กี่เดือน ทีวีทุกแบรนด์กลายเป็นจอแบนไปทั้งหมด

SONY จึงต้อง Innovate อีกครั้งด้วยการออกจอแบนแบบใหม่ที่เฉียบคมด้วยดีไซน์และคมชัดมากกว่าแบรนด์อื่นๆ

แต่ SONY จะนำหน้าไปได้สักกี่เดือน

เช่นเดียวกับฟอร์ดปิ๊กอัพรุ่นตู้กับข้าวที่เปิดได้สี่ประตูที่นำหน้าเหนือกว่าปิ๊กอัพแบรนด์อื่นที่ยังตามไม่ทัน

แต่ฟอร์ดจะนำหน้าในฐานะ Innovator อยู่ได้กี่เดือน

ซึ่งก็หมายความว่า Innovation is not enough

เพราะทุกบริษัทต่าง Innovate กันหมด

Copy Cat ก็ลุยลอกกันชั่วข้ามคืน

อย่างนั้นอะไรคือคำตอบสุดท้าย

อัล รีย์ กล่าวไว้ในคิดใหม่เพื่ออนาคต ว่าต้องสร้างแบรนด์ผูกขาดไร้คู่แข่งขัน

เฉกเช่นที่ไมโครซอฟท์ทำได้กับ Window

เพียงแต่ว่าการผูกขาดยุคนี้ทำได้ไม่ง่าย

แต่ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้เลย!!!

Published in: on November 30, 2009 at 5:07 pm  Comments (12)  

The URI to TrackBack this entry is: https://thaicoon.wordpress.com/2009/11/30/innovation-is-not-enough-2/trackback/

RSS feed for comments on this post.

12 CommentsLeave a comment

  1. ไม่ได้เข้ามาเสียนาน สวัสดีปีใหม่ครับอาจารย์

  2. ผมเชื่อว่า Innovation สำคัญมาก และ เชื่อว่าการ copy ก็ทำได้ในไม่ช้า แต่การ copy อาจทำได้เฉพาะสินค้า แต่ความรู้สึกในการมีสินค้านั้นๆ copy กันไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเรามี Innovation หรือสินค้าใหม่ในกลุ่มสินค้านั้นแล้ว แล้วเราจะสามารถเป็นที่ 1 เช่นเดียวกับฟอร์ดที่ออกรถปิ๊กอัพรุ่นตู้กับข้าว แต่ฟอร์ดไม่สามารถครองใจผู้ใช้ได้ เพราะอดีดไม่ได้สร้างสมบุญเอาไว้ แต่ถึงแม้สร้างบุญไว้แบบ sony แต่แบรนด์อื่นๆเขาก็สร้างบุญกันตามมาเช่นกัน ดังนั้น Innovation ไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืน Rolex แม้ว่าจะมีคนบอกว่าแก่ หรือ ผู้สูงอายุใส่ แต่ใครใส่ก็ยังดูมีตังอยู่วันยังค่ำครับ

  3. สวัสดีปีใหม่ครับอาจารย์ผม

  4. ยากนะครับ…
    แต่ก็พอเป็นไปได้ …
    อย่างตอนนี้เทรนด์ใหม่…
    BB ก็เป็นนวัตกรรม ต่อยอดของเดิม …
    จับ FB เข้าไปใส่ ถ้า พ่วงกันไว้ …
    เจ้าอื่นก็เอาไปไม่ได้ …
    ยกเว้นว่าจะสร้าง Social Network ตัวใหม่ เช่น Backbook …
    หรือ ออกตัวอื่นมา
    Blue Berry, Red Berry, Yellow Berry
    Many Color Berry
    อิอิ …

  5. ถ้ามนุษย์หยุดกิเลสได้ นวัตกรรมก็ไม่จำเป็นครับ สวัสดีวันวิสาขครับ

  6. โลกแห่งนี้การก็อปปี้คือสุดยอดนวัตกรรม ทำได้หมด

  7. ผมว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เน้นไปที่แฟชั่นแทบทุกจะวงการ ไม่ว่าจะเป็นทีวี มือถือ คอนพิวเตอร์ รถ และที่อยู่อาศัยบ้าง(คอนโดตามแนวรถไฟฟ้า) โดยจะเน้นคุณภาพที่รูปลักษณ์ภายนอกและตอบสนองไลฟ์สไตล์ทำให้นวัตกรรมมีอายุสั้น ต่างจากเมื่อก่อนนวัตกรรมแต่ละอย่างมักจะทนทาน ใ้ช้งานได้คุ้มค่ากว่าจะเปลี่ยน ทำให้นวัตกรรมที่เน้นไปที่คุณภาพที่คู่กับความทนทาน มีต้นทุนที่สูงกว่า นวัตกรรมที่คุณภาพที่คู่กับความสวยงามครบถ้วน จึงสู้ copy cat ไม่ไหว จริงมั๊ยครับ

  8. The next book should be “Branding or Die’.

  9. coppy cat เป็นแรงพลักให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อหลีกหนีการcoppy ประโยชน์ส่งถึงผู้บริโภคโดยตรง

  10. As long as we are in competitive age, innovation is never end!

  11. really glade to see you and your website again,you are awesome Arjarn Thanyawat.I try to put the innovation to my Longan drink.Really hard but i will try..some said
    “Never be afraid to try something new. Remember, amateurs built the Ark. Professionals built the Titanic.” help me to build the Ark na kab😉

  12. ขอบคุณครับอาจารย์


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: